Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

หารือกิจกรรมตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

Advertisement




ข่าว
สำนักงานรัฐมนตรี


2
85/2558



หารือกิจกรรมตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

เพิ่มเพื่อน




พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หารือกับนายแพทย์กำจร ตติยกวี
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ
นายกมล
รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เกี่ยวกับรูปแบบของการจัดกิจกรรมตาม
นโยบาย “ลดเวลาเรียน
เพิ่มเวลารู้”
เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2558

Advertisement

รมว.ศึกษาธิการ
ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการหารือว่า



สพฐ.ได้นำแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้มาเสนอ
ซึ่งได้เตรียมการไว้แล้ว
โดยมีรายละเอียดในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น
ระยะเวลาเรียน จำนวนวิชาที่จะลด กิจกรรม
มาตรการในการดูแลนักเรียนในช่วงของการทำกิจกรรม
ตลอดจนวิทยากรผู้ให้ความรู้และค่าใช้จ่าย

ซึ่งนโยบายนี้เป็นเรื่องใหม่ จึงได้มอบให้ สพฐ.
จัดประชุมสร้างความเข้าใจกับผู้อำนวยการโรงเรียนนำร่องทั้ง
3,500 โรงเรียนให้ครบทุกภูมิภาคภายในวันที่ 10
ตุลาคมนี้
โดยลงไปอธิบายด้วยตัวเองถึงแนวทางและมาตรการที่คุณครูจะต้องทำ
เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่
จะใช้วิธีแจกเอกสารไม่ได้
จากนั้นผู้อำนวยการจะได้นำสิ่งเหล่านี้ไปทำความเข้าใจกับคุณครูในโรงเรียนต่อไป
เพื่อให้สามารถเริ่มนโยบายได้ในช่วงเปิดภาคเรียนในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป
อย่างไรก็ตามจะมีการประเมินผลหลังปิดภาคเรียนที่ 2
หากสามารถแก้ไขปัญหาหรือข้อบกพร่องได้เร็ว
ก็จะขยายผลออกไปทันที



ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนหรือมีบางคนเข้าใจว่า
นโยบายนี้เป็นการย้ายวิชาอื่นๆ เช่น
วิชาพลศึกษาไปไว้ในช่วงบ่ายนั้น คงจะไม่ใช่
เพราะยังคงมีการเรียนวิชาพลศึกษาอยู่
แต่ในช่วงบ่ายหลังการเรียนในห้องเรียน
จะเป็นการฝึกการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ
เป็นการเรียนนอกห้องเรียนเพื่อให้เด็กอยู่และต่อสู้กับสังคมได้ผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ 
โดยจะเป็นกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจให้เด็กอยากทำและมีความสุข

โดยได้ให้แนวทางกับ สพฐ.เกี่ยวกับเมนูกิจกรรมที่จะให้คุณครูนำไปจัดกิจกรรมแก่เด็กๆ
ว่า


ควรเป็นเมนูแบบกว้างๆ
มีจำนวนมากและมีความหลากหลาย
เพื่อให้โรงเรียนได้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพในแต่ละพื้นที่
เช่น กิจกรรมโรงเรียนห่างไกล
กิจกรรมโรงเรียนระดับอำเภอ เป็นต้น
แต่สุดท้ายโรงเรียนจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกกิจกรรมเอง
นอกจากนี้การทำกิจกรรมต่างๆ
สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว เช่น
การสอนทำกับข้าวอาจใช้เวลาเพียงเดือนเดียว
หรือบางกิจกรรมอาจเชิญชาวบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้านมาช่วยสอนโดยมีค่าตอบแทนให้ด้วย
เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น
รวมถึงกิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างทางด้านวิชาการให้กับเด็กโดยไม่รู้ตัว
เช่น การดูหนังเรื่องพระนเรศวร
เพื่อให้เด็กแสดงบทบาทสมมติ
การฝึกเป็นผู้นำเด็ก/เป็นหัวหน้าห้อง เป็นต้น  


อย่างไรก็ตาม


สำหรับเด็กที่เรียนอ่อนในวิชาหลักอยู่แล้ว
แต่จะต้องทำกิจกรรมในช่วงบ่ายด้วยนั้น
กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ
เพื่อเติมเต็มทางด้านวิชาการและให้สามารถเรียนตามเพื่อนได้ทัน
จะไม่ทิ้งเด็กเหล่านี้อย่างแน่นอน


นโยบายนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา
จึงขอให้ผู้ปกครองเชื่อใจว่า
กระทรวงศึกษาธิการกำลังพยายามสร้างระบบการเรียนรู้แก่เด็กๆ
เพื่อให้นักเรียนของเราดีขึ้น
โดยยึดหลักกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
คือ “ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู”
จึงดำเนินการจัดกิจกรรมในช่วงบ่ายที่จะทำให้เด็กและครูมีความสุข
ทำให้ผู้ปกครองมีความสุข เมื่อนั้นก็จะเกิดความรักระหว่างกัน


ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการพยายามผลักดันและให้โอกาสทุกอย่าง
แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง หากผู้ปกครองมีความสุขที่จะให้ลูกทำกิจกรรม
ก็จะช่วยดูแลให้ แต่หากผู้ปกครองมีความสุข
หรือมีความจำเป็นที่จะให้เด็กกลับไปอยู่บ้านโดยไม่ทำกิจกรรมหรือจะไปเรียนพิเศษ
ก็สามารถขออนุญาตและชี้แจงเหตุผลกับทางโรงเรียนได้


เพราะถือว่าเด็กเรียนวิชาหลักครบแล้ว
ซึ่งต่อจากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองและสร้างความมั่นใจกับผู้ปกครองให้ได้ว่า
เมื่อจัดกิจกรรมตามนโยบายนี้แล้ว
ผู้ปกครองจะเห็นว่าดีและไม่ส่งลูกไปเรียนพิเศษอีก


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

Advertisement

You might also like