Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

หึ่ง! “สมคิด” ค้านใช้ ช.พ.ค.ปลดหนี้ออมสิน หวั่นแบงก์-สหกรณ์ครู-สถาบันการเงินอื่นโวย

Advertisement

นายมนตรี แย้มกสิกร
อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะอดีตกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารออมสิน
จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยให้ใช้เงินอนาคต เช่น
การใช้เงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)
ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
ในการค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งเดิมญาติจะได้รับหลังจากสมาชิกเสียชีวิต มาตั้งเป็นวงเงินกู้ในการรีไฟแนนซ์
ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่ค้างชำระกับธนาคารออมสินส่วนหนึ่งก่อนนั้น
มองว่าการรีไฟแนนซ์ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เป็นเพียงการยืดเวลาให้ครูได้หายใจ
มีเวลาผ่อนชำระมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้หนี้สินครูลดลง
ขณะเดียวกันแหล่งหนี้ก้อนใหญ่ของครูไม่ได้อยู่ที่ธนาคารออมสินเท่านั้น ยังมีแหล่งอื่นๆ อีก
โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้ก้อนใหญ่อีกแห่งหนึ่ง
ที่ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

นายวรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.กล่าวว่า
การแก้ปัญหาของธนาคารออมสินเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็แก้ปัญหาได้ชั่วคราว ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถาวร
สิ่งสำคัญคือต้องให้ความรู้ ทั้งนี้ หนี้สินครูเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน
เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สกสค.ไม่ได้ส่งเสริมเรื่องการบริหารจัดการทางการเงินให้กับครู
มีแต่ส่งเสริมให้มีหนี้เพิ่ม

Advertisement

แหล่งข่าวระดับสูงจาก ศธ.คนหนึ่ง กล่าวว่า นายสมคิด
จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของธนาคารออมสิน
เชื่อว่าหากเสนอเรื่องนี้เข้า ครม.จะมีการถกเถียงกันอย่างหนัก
เพราะเป็นการปลดหนี้ให้สถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว ซึ่งก็คือธนาคารออมสิน และทำให้สถาบันการเงิน
หรือแหล่งเงินกู้อื่นๆ ของครูได้รับผลกระทบ ทั้งบัตรเครดิตที่มาจากหลายธนาคาร สหกรณ์ออมทรัพย์ครู
หรือแม้แต่หนี้นอกระบบ ซึ่งต่างก็หวังให้ครูนำเงิน ช.พ.ค.ใช้ชำระหนี้เช่นกัน
ขณะที่คณะกรรมการบริหารกองทุน ช.พ.ค.เองก็อาจไม่ยอม เพราะไม่ได้เป็นการช่วยเหลือครู
แต่เป็นการแก้ปัญหาหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล ให้แก่ธนาคารออมสินเพียงแห่งเดียว
ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินกำลังเกิดปัญหาอย่างหนัก เพราะมีหนี้เสียจำนวนมาก ดังนั้น หากนำเงิน
ช.พ.ค.มาตั้งเป็นวงเงินกู้แ ละให้ครูนำมารีไฟแนนซ์กับธนาคารออมสิน เท่ากับช่วยแก้ปัญหาให้ธนาคารออมสิน
ดังนั้น หากจะช่วยครูจริงๆ ก็ควรประกาศลดดอกเบี้ยไปเลย ไม่ใช่นำเงิน ช.พ.ค.มาค้ำ
หรือมาหมุนแก้ปัญหาธนาคาร

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

You might also like