Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

อยากให้อ่าน ” คนไม่เป็นครูไม่รู้หรอก “

Advertisement

อยากให้อ่าน ” คนไม่เป็นครูไม่รู้หรอก ”

Advertisement

    คนไม่เป็นครูไม่รู้หรอก
จากปัญหาต่างๆที่ปรากฎบนหน้าสื่อไม่ว่าจะเป็นสื่อใดก็ตาม
ครูคือจำเลยของสังคม ทั้งเรื่องการเป็นหนี้ การทำวิทยฐานะ
คุณภาพการศึกษาไม่เป็นไปตามนโยบาย
วันนี้อดทนไม่ได้ขอเขียนในฐานะครูคนหนึ่งที่ปฎิบัติการสอนในโรงเรียนที่
เกือบติดชายขอบของประเทศ นักเรียนมีภาษาของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาษาเขมร
ภาษาส่วย ภาษาเยอ ภาษาลาว ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย
มาเข้าเรื่องกันดีกว่าแยกทีละประเด็น
    ๑. ประเด็นหนี้สินครู
ผมเชื่อว่าทุกอาชีพมีหนี้สินเหมือนกันหมดอยู่ที่ว่าจะจับอาชีพใดมาโจมตี
สำหรับครูทำไมเป็นหนี้
ผมขอย้อนถามถึงสวัสดิการรัฐก่อนว่าให้อะไรกับข้าราชการบ้าง โดยเฉพาะครู
แบ่งได้ดังนี้
        ๑.๑ บ้านพักสวัสดิการ
มีบ้านพักครูโรงเรียนใดอยู่ในสภาพสมบูรณ์และเพียงพอต่อจำนวนครู
เมื่อเทียบกับตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาล อัยการ ผู้พิพากษา ข้าราชการพลเรือน
ล้วนมีบ้านพักที่สมบูรณ์กว่ามากมาย ครูบางคนก็ต้องกู้มาปรับปรุงบ้านพัก
ซื้อบ้าน เช่าบ้าน ตามแต่ความเหมาะสม
        ๑.๒
โรงเรียนใดมียานพาหนะให้ครูใช้บ้าง ในกรณีพานักเรียนไปแข่งขัน หาหมอ ไปอบรม
ไปราชการ ครูก็ต้องซื้อรถเพื่อประโยชน์ส่วนตนและทางราชการ
หากรอรถหลวงเมื่อไหร่จะได้ ครูไม่ได้รวยพื้นฐานส่วนมากมาจากลูกเกษตรกร
        ๑.๓ ภาษีสังคม ทุกอาชีพย่อมมีภาษีสังคม
แต่คนเป็นครูมีนักเรียนและผู้ปกครองตลอดจนชุมชนมากมาย
คาดว่าอาจจะมากกว่านายอำเภอด้วยซ้ำไปที่อยู่กับชาวบ้าน
เพราะครูต้องเลี้ยงลูกของชาวบ้านไม่ต่ำกว่าวันละ ๘ ชั่วโมง
เวลามีงานทีครูไปร่วมงานไม่ว่างานใดๆ ครูไปทุกงาน
ไม่ไปก็จะโดนผู้ปกครองตำหนิว่าไม่ให้เกียรติ
        ๑.๔
กู้มาเพื่อทดแทนบุญคุณ พ่อแม่ส่งเรียนโดยนำที่นาไปจำนอง
จำเป็นต้องกู้เพื่อไถ่ถอนให้พ่อแม่ ถามว่าอาชีพหมอมีไหม
ส่วนมากหมอมาจากลูกคนมีฐานะจึงไม่ค่อยเห็นความลำบากจุดนี้
๒. ประเด็นวิทยฐานะครู เป็นที่วิพากวิจารณ์กันมากว่าครูทิ้งห้องเรียนทำผลงาน ขอถามตามข้อเลยนะ
        ๒.๑ ถ้าครูมัวแต่สอนไม่ทำงานเอกสาร ก็กล่าวหาว่าครูไม่อยากก้าวหน้าในวิชาชีพไม่มีเอกสารหลักฐานในการตรวจหาความสำเร็จ
        ๒.๒ ถ้าครูทำเอกสาร ก็กล่าวหาว่าครูไม่สนใจเด็ก ถ้าไม่ทำเอกสารท่านผู้มีอำนาจก็กล่าวว่าครูไม่สนองนโยบาย ไม่มีหลักฐานในการติดตาม
        ๒.๓ วิทยฐานะครูนำมาซึ่งเกียรติยศ เงินเพิ่มขึ้น
แต่อาชีพอื่นกว่าจะได้เพราะต้องตามระบบซี ห้ามเกินผู้บังคับบัญชา
เลยหาเรื่องครูสารพัด
๓. ประเด็นคุณภาพการศึกษา
ท่านผู้ออกนโยบายไม่ทราบถึงบริบทของโรงเรียนและนักเรียนที่แตกต่าง
แต่ระบบการวัดผลประเมินผลนำมาใช้แบบเดียวกัน จะหาค่าความเชื่อมั่นจากที่ใด
        ๓.๑ เด็กนักเรียนในเมืองใหญ่มีความพร้อมมากกว่าเด็กชนบท ไม่ต้องทำงานบ้าน
ไม่ต้องกังวลปัญหาปากท้อง พ่อแม่หาให้ได้
เด็กชนบทบางครอบครัวช่วงปิดเทอมต้องไปทำนา ทำไร่ จะเอาคุณภาพเท่ากันได้ไง
        ๓.๒ ครูมีหน้าที่สอน ไม่ใช่หน้าที่ตามเก็บชั่วโมงในการอบรมสัมมนาต่างๆ
เพื่อสนองนโยบาย แล้วครูจะเอาเวลาไหนมาสอนนักเรียน อบรมอย่างเดียว
เห็นว่าห้ามอบรมวันราชการให้อบรมวันหยุด ครูก็ไม่มีเวลาให้ครอบครัว
สุดท้ายความเครียดมาเยือน
        ๓.๓ คืนครูให้กับนักเรียน จ้างบุคลากรมาทำงานเอกสาร สุดท้ายครูก็ทำเอกสารอยู่ดีไม่ว่างานประเมินต่างๆ สรุปครูมาสอนหรือมาทำเอกสาร
    ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรข้างต้น
ถ้าคุณไม่ใช่ครูก็ไม่ควรวิจารณ์ครูในแนวอคติของตน ตามที่สังคมขีดกำกับไว้
ว่าครูคือจำเลยของสังคม
แต่ให้คุณระลึกว่าไม่ว่าอาชีพอะไรคุณต้องผ่านการอบรมจากครูมา
หากไม่มีครูคุณจะสามารถมีตำแหน่งใหญ่โตหรือมีอาชีพที่มีเกียรติกว่าครูหรือ
ไม่ ครูทุกคนไม่ว่าเรื่องส่วนตัวจะเป็นอย่างไร
ท้ายสุดคืออยากให้เด็กที่เราสอนได้ดีทุกคน
เพราะครูคือคนที่ลองผิดลองถูกมาทุกเรื่อง
จึงไม่อยากให้เด็กที่สอนเป็นแบบครู แต่ทำไมครูจึงเป็นจำเลยของสังคม
เพียงเพราะคำว่า ” อคติ “
ถ้าอยากปฎิรูปการศึกษา ปฎิรูปครู
ขอให้ปฎิรูปผู้บริหารระดับสูงผู้ออกนโยบายก่อนเถิด
เพราะครูเป็นแค่ผู้ปฎิบัติ มิใช่ผู้สั่งให้ปฎิบัติ
ดังนั้น ถ้าไม่ใช่ครู ไม่รู้เรื่องของครู โปรดอย่าวิจารณ์ครูด้วยความไม่รู้
เพราะคนที่ไม่ใช่ครูไม่มีทางที่จะรู้ความรู้สึกของครู
( ขอขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ จากความรู้สึกของครูน้อยคนหนึ่ง )

เพิ่มเพื่อน

ที่มา : คุณ Thandonrat Newpast ชมรมครู ค.ศ.1 แห่งประเทศไทย

Advertisement

You might also like