Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“อะคิตะโมเดล”เคลื่อนปฏิรูปชั้นเรียนไทย

"อะคิตะโมเดล"เคลื่อนปฏิรูปชั้นเรียนไทย

Advertisement

“อะคิตะโมเดล”เคลื่อนปฏิรูปชั้นเรียนไทย

เพิ่มเพื่อน

สกศ.ถอดประสบการณ์ “อะคิตะโมเดล แอ๊คชั่น” เรียนรู้เชิงรุกในไทย ชี้ได้ผลดี แนะขยายผลวางแผนตั้งแต่ระดับประเทศ-สถานศึกษา ขับเคลื่อนปฏิรูปชั้นเรียนไทย เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ…

 

Advertisement

วันนี้ (20 ส.ค.)ที่โรงแรมอมารีวอเตอร์เกต ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา “อะคิตะโมเดล (Akita Model : ประสบการณ์ และการนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของประเทศไทย” ว่า สกศ.ได้มีความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) และคณะกรรมการการศึกษาแห่งจังหวัตอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนกิจกรรมในชั้นเรียนของโรงเรียนนำร่อง 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนราชมนตรี โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ ฯ โรงเรียนประชาอุปถัมภ์ และโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ เทศบาลนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2560 ในรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก(Akita Action) ซึ่งเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ไทยอะคิตะที่เริ่มต้นและเป็นต้นแบบการเรียนรู้ในโรงเรียนไทย ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนในชั้นเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยแบ่งเวลาภายในหนึ่งคาบเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างการตั้งคำถามการแสวงหาคำตอบ ทั้งแบบกลุ่มและรายบุคคล รวมทั้งการลงมือปฏิบัติ เช่นเดียวกรณีศึกษาของจังหวัตอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้การสอนเชิงรุกแบบอะติตะโมเดลในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในจังหวัตอาคิตะได้สำเร็จ โดยมีผลการประเมิน PISA สูงขึ้น และมีผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของจังหวัดดีขึ้นเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นของประเทศญี่ปุ่น

” เด็กทุกคนมีศักยภาพและความถนัดที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กที่มีความเหมาะสมกับแต่ละคน ท้ายที่สุดครูเป็นผู้สรุปบทเรียนการเรียนรู้เหมือนกับชั้นเรียนอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการเพิ่มทักษะความรู้และทักษะชีวิตของผู้เรียนมาแล้ว ดังนั้น หากมีการวางแผนตั้งแต่ระดับประเทศ เขตพื้นที่การศึกษา และระดับสถานศึกษา เชื่อมั่นว่าสามารถขับเคลื่อนปฏิรูปชั้นเรียนไทยเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ ” ดร.สุภัทร กล่าวและว่า สกศ. ได้ดำเนินการศึกษาแนวทางและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 อย่างต่อเนื่อง โดยเลือกใช้รูปแบบการสอนเชิงรุกแบบอะคิตะ (Akita Action) ที่มีขั้นตอนของการจัดกิจกรรม 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.รู้จักตั้งข้อสังเกตในการเรียนรู้ 2.มีความคิดเป็นของตนเอง 3. อภิปรายกันเป็นคู่ เป็นกลุ่ม เป็นชั้นเรียน และ 4.ทบทวนเนื้อหาและการเรียนรู้ โดยวิธีการดังกล่าวมุ่งให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งผ่านการคิดด้วยตนเองและการสนทนาโต้ตอบ โดย สกศ. ดำเนินการวิจัยรูปแบบอะคิตะโมเดล ทดลองในสถานศึกษาไทยดังกล่าว

Advertisement

ดร.เฉลิมชัย มนูเสวต ที่ปรึกษาโครงการวิจัยฯ กล่าวถึงผลการศึกษาและการทดลองใช้การจัดการเรียนรู้รูปแบบ “Akita Model” ในประเทศไทย ว่า ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของการเรียนรู้เชิงรุกอะคิตะ มี 5 ปัจจัย 1.ครูผู้สอน 2.ครอบครัว ชุมชน 3.ความร่วมมือหน่วยจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้อง 4.การขับเคลื่อนงานศึกษานิเทศก์เชิงรุก รวมถึงความเข้มแข็งของคณะกรรมการสถานศึกษา และ 5.การขับเคลื่อนการเรียนรู้ตามแนวทางการสอนเชิงรุกแบบอะคิตะ ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการขับเคลื่อนพัฒานาไปพร้อมกัน และขยายผลไปยังโรงเรียนในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี รวมถึงโรงเรียนในเครือข่ายสภาคริสตจักรในประเทศไทย

นางพนิตา อุสายพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาอุปถัมภ์ เทศบาลนนทบุรี จ.นนทบุรี กล่าวว่า โรงเรียนได้ขับเคลื่อนการสอนเชิงรุกแบบอะคิตะอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 – ปัจจุบัน โดยนำร่องระดับชั้น ป.1 ตามแผนการสอนร่วมกับคณะครูจากจังหวัดอะคิตะ พัฒนาครูแกนนำวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ และขยายความรู้จนครบ 8 สาระกลุ่มวิชา นำมาปรับใช้การสอนเชิงรุกในชั้นเรียนภายใต้ 4 ขั้นตอน สังเกต – คิดเอง – อภิปราย – ทบทวน พบว่า นักเรียนชั้น ป.3 มีผลสัมฤทธิ์การเรียนที่ดี ประเมินจากผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ปีการศึกษา 2561 ดีกว่าปีการศึกษา 2560 ทั้งด้านภาษา ด้านคำนวณ ด้านเหตุผล และภาพรวมความสามารถทั้ง 3 ด้าน และส่งผลกระทบที่ดีทั้งด้านผู้สอนได้ร่วมกันระดมความคิดเพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะใช้สอน มีความกระตือรือร้นในการสอน และด้านผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ผ่านการคิดด้วยตนเอง มีความสนใจและใฝ่เรียนรู้ รู้จักสนทนาโต้ตอบ มีความคิดเป็นของตนเองที่มีความกว้างและลึกซึ้งมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองและรับฟังความคิดเห็นแตกต่างได้

ขณะที่ ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษาของ สพฐ. มีนโยบายส่งเสริมการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ (Active Learning) มาโดยตลอด เร่งพัฒนาครูให้รู้จักสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับผู้เรียนมากกว่าแค่บรรยายให้ฟังในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของ สพฐ. ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระเท่านั้น และพัฒนาวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาให้มีความเข้าใจและสนับสนุนครูในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนที่ทันสมัย และปรับใช้แนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารการศึกษาทุกระดับต้องมุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาออกแบบการจัดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนต่อไป….

 

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 13.06 น….

 

ขอบคุณที่มาข่าวจาก  https://dailynews.co.th

You might also like