Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

อุทาหรณ์! ผู้ค้ำประกัน’ทันตแพทย์หญิง’ได้ทุนเรียนนอก เผ่นแน่บ ไม่ชดใช้

Advertisement

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊ก
ของผู้ใช้ “ทพ.เผด็จ หมอทอม” ซึ่งเป็นทันตแพทย์ได้แชร์เรื่องราว
หลังจากเป็นผู้เซ็นค้ำประกันให้กับหญิงสาว
ซึ่งเป็นอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
ซึ่งได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา
แต่ปรากฏว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไม่กลับมาใช้ทุน จนเป็นผลทำให้เพื่อนร่วมงาน
คนรู้จัก
และอาจารย์ที่เป็นผู้เซ็นค้ำประกันร่วมกันต้องมีการจ่ายเงินค่าผิดสัญญาเป็น
เงิน 2 ล้านกว่าบาท

รายการเรื่องเล่าเช้านี้ระบุว่า ได้ติดต่อไปยัง ทพ.เผด็จเล่าว่า
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2536
ซึ่งในตอนนั้นได้รับราชการอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข
และได้ไปเรียนแพทย์เฉพาะทางที่มหาวิทยาลัยมหิดล
โดยได้รู้จักผู้ขอทุนซึ่งเป็นทันตแพทย์หญิงเพราะมีเพื่อนแนะนำให้รู้จัก
ซึ่งตนยอมเซ็นค้ำประกันให้
เนื่องจากเห็นว่าการไปศึกษาต่อของทันตแพทย์หญิงผู้นี้เป็นประโยชน์แก่คณะถ้า
กลับมาทำงานที่นี่

ทพ.เผด็จระบุว่า มีผู้ร่วมกันค้ำประกันทั้งหมด 4 คน คือ ทพ.เผด็จ,
อาจารย์ของทันตแพทย์หญิงผู้ไปเรียนต่อ, เพื่อนของ ทพ.เผด็จ
ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ขอทุน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนของผู้ขอทุน

ปรากฏว่า ทันตแพทย์หญิงคนดังกล่าวใช้เวลาในการไปศึกษาต่อทั้งหมด 10 ปี
คือเกินระยะเวลาของทุนมากถึง 8 ปี จึงต้องเสียเบี้ยปรับจำนวนมาก
ที่สำคัญเมื่อจบการศึกษาก็ไม่ยอมกลับมาชดใช้ทุน
แต่ส่งหนังสือลาออกกลับมายัง ม.มหิดล
และได้งานทำเป็นนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยดังของสหรัฐที่มีค่าตอบแทนสูง
อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรูในเมืองบอสตัน

จากนั้นมหาวิทยาลัยมหิดลจึงต้องฟ้องศาลปกครองบังคับใช้หนี้
ภาระจึงตกมาที่ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 เป็นยอดเงินรวม 31 ล้านบาท
แต่ภายหลังแพ้คดีในศาลปกครอง ผู้ค้ำประกันต้องชดใช้หนี้
จึงต้องทำเรื่องขอลดหย่อนต่อกรมบัญชีกลาง
สุดท้ายอนุมัติให้ผู้ค้ำชดใช้เฉพาะเงินต้นกว่า 8 ล้านบาท

ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 จึงต้องไปกู้ยืมมาจ่ายคนละ 2 ล้านกว่าบาท

ทั้งนี้ ทพ.เผด็จได้เปิดเผยกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้อีกว่า
ได้ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยดังของสหรัฐที่ทันตแพทย์หญิงทำงานให้
แต่ได้รับจดหมายตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรี่องส่วนบุคคล
ไม่เกี่ยวกับทางมหาวิทยาลัย

ส่วนผู้ผิดสัญญาได้ส่งเงินกลับมาชดใช้มูลค่า 50,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ
1.5 ล้านบาท และให้ทั้ง 4 คนแบ่งกัน
ทั้งยังตั้งทนายเพื่อฟ้องผู้ค้ำประกันกลับ
ไม่ให้มายุ่งกับตนและมหาวิทยาลัยที่ตนทำงาน

ทพ.เผด็จกล่าวว่า ยอมรับว่าไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อนค้ำประกัน
และคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับคณะทันตแพทย์
จึงไม่ได้คิดมาก่อนว่าคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจะกล้าทำเช่นนี้
เพราะที่ผ่านมาการชดใช้หนี้ก็มากแล้ว คิดว่าให้จบไป ถือว่าเป็นกรรมเก่า

นายอวยชัย อิสรวิริยะสกุล
ตัวแทนกองกฎหมายมหิดลให้ข้อมูลกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า
ทุนที่ทันตแพทย์หญิงคนนี้ได้รับต้องกลับมาชดใช้ทำงานเป็นเวลา 3 เท่า
ของระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา และก็ต้องจ่ายเงินชดใช้ทุนบวกกับเบี้ยปรับอีก 3
เท่า ซึ่งในกรณีของแพทย์หญิงคนนี้เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท

ด้าน น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(สกอ.) กล่าวกับ “ประชาชาติฯออนไลน์” ถึงกรณีนี้ว่า
ที่ผ่านมารัฐบาลก็เคยเจอผู้ที่ไม่ได้กลับมาชดใช้ทุน
มีทั้งที่ไปเรียนเมืองนอกแล้วแต่งงานหรือได้งานทำ
แต่ผู้ผิดสัญญาส่วนใหญ่จะยอมชดใช้ทุนนั้นๆ
โดยสามารถผ่อนจ่ายได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ไม่จำเป็นต้องใช้เป็นเงินก้อนเดียว

ส่วนกรณีผู้ผิดสัญญาตั้งทนายฟ้องกลับผู้ค้ำประกัน เลขาธิการ สกอ.เห็นว่า
เรื่องนี้ตลก เพราะผู้ผิดสัญญานั้นขาดความรับผิดชอบเอง
แต่มาฟ้องกลับผู้ค้ำประกันที่เคยมีเมตตาปรานีกับตนมากๆ
แทนที่จะเอาเงินค่าฟ้องไปชดใช้ให้กับผู้ค้ำประกัน

“ผู้ผิดสัญญาไม่มีความรับผิดชอบเลย
ในเมื่อรับทุนรัฐไปแล้วก็ต้องกลับมาทำงานเป็นอาจารย์
หรือชดใช้ไปที่ทำผิดสัญญา
แต่กรณีนี้ก็ต้องขอตั้งข้อสังเกตที่มีการค้ำประกันร่วมกันหลายๆ คน
ปกตินั้นถ้าผู้ค้ำมีคุณสมบัติเพียงพอก็สามารถค้ำประกันคนเดียวได้”

ปกติทุนการศึกษาของรัฐบาลนั้นจะมีเงื่อนไขในสัญญาที่แตกต่างกันไป
แต่โดยปกติจะมีการชดใช้ 2 รูปแบบ คือ เวลากับเงิน การชดใช้ด้วยเวลา
คือต้องกลับมาทำงานชดใช้เป็นเวลา 1 หรือ 2 เท่า จากที่ใช้เวลาเรียนไป
บางกรณีหากไม่ชดใช้ด้วยเวลา หรือไม่กลับมาทำงานให้ ต้องชดใช้เป็นเงิน
คือต้องใช้เป็นเงินอีกเท่าจากเงินที่ไปใช้ทุน

ล่าสุด ทพ.เผด็จกล่าวกับรายการเจาะข่าวเด่นว่า ขอให้คิดดีๆ
หากจะต้องค้ำประกันให้ใคร
และเรื่องเช่นนี้ฐานะหรือชาติตระกูลไม่ได้เป็นตัวตัดสิน พร้อมระบุว่า
เงื่อนไขคดีนี้แปลกประหลาดคือต้องจ่ายชดใช้หนี้เป็นก้อนรวม
ถ้าหากไม่อยากถูกยึดทรัพย์นั้นไม่สามารถจ่ายแยกได้

ด้าน นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน ยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว ให้ไปติดต่อถาม สกอ. 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 30 มกราคม 2559

You might also like