Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

อ่านที่นี่! ครูที่ปรึกษาคืออะไร มีไว้ทำไม?

Advertisement

บทบาทของครูประจำชั้นและอาจารย์ที่ปรึกษา

เพิ่มเพื่อน

 

Advertisement

บทบาทของครูในฐานะเป็นที่ปรึกษานั้น  เป็นบทบาทที่ไม่ค่อยจะเป็นทางการนัก เนื่องจากความเข้าใจโดยทั่วไปว่า ครูย่อมมีหน้าที่สอนหนังสือ เรื่องจะมานั่งฟังเด็กๆ เขาปรับทุกข์นั้น  เป็นเพียงงานอดิเรก  คือตามใจครู ใครอยากทำก็จะทำ ใครไม่อยากทำก็เป็นเพียงแต่ชื่อว่าเป็นครูทีปรึกษาเท่านั้น ที่ว่ามีชื่อนั้นก็เพราะ ครูใหญ่ท่านได้ให้นโยบายมา  และได้แบ่งตามทะเบียนรายชื่อเรียบร้อยแล้วว่าใครเป็นที่ปรึกษาของนักเรียนชั้นไหน ห้องใด

 

          บทบาทของครูหรืออาจารย์ที่ปรึกษา  ที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของครูเองที่จะเลือกปฏิบัติจึงทำให้เกิดปัญหาได้ง่าย จำได้ว่าอาจารย์เสกสรร  ประเสริฐกุล เคยเขียนถึงประเด็นนี้ว่า อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ควรจะเป็นเพียงคนเซ็นชื่อในการลงทะเบียน หรือดร็อปวิชาเท่านั้น แต่ควรมีความสัมพันธ์ที่ดีและอำนวยประโยชน์เชิงเกื้อกูลให้มากกว่านี้

 

          ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ก็มีนักศึกษาคนหนึ่งมาปรึกษาผมเกี่ยวกับเรื่องการเรียน จะว่าเข้ามาปรึกษาก็ดูจะไม่ค่อยตรงนัก เพราะพ่อแม่ของเขาเป็นคนติดต่อมา และเนื่องจากผมเองก็ไปนั่งให้คำปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอยู่แล้ว ก็เลยบอกให้พ่อแม่พามาพบก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องไปเสียสตางค์ ด้วยเป็นสวัสดิการของทางมหาวิทยาลัยนั่นเอง

 

          ปัญหาของเด็กคนนี้ค่อนข้างหนัก  เนื่องจากมีความผิดปกติทางจิต ซึ่งแสดงออกมาไม่ชัดเจนหรือรุนแรง  ดังนั้นในสายตาของผู้อื่น เจ้าหนุ่มคนนี้ก็เป็นเพียงคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทว่าในความเป็นจริงแล้ว  เขาป่วยทางจิตจนทำให้เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง(ตัวของนักศึกษาเองปฏิเสธประเด็นนี้  แต่จากการดูประวัติการศึกษาทำให้ทราบว่าเขาสอบตกบ่อย  เกรดเฉลี่ยต่ำมากไม่ถึง 2 และมีแนวโน้มว่าจะรีไทร์ในเทอมนี้) และไม่ยอมลงทะเบียนเรียนในหลายๆวิชา จนอาจารย์ที่ปรึกษาสงสัยจึงติดต่อไปยังพ่อแม่

 

          มองในแง่ดีแล้ว  อาจาย์ที่ปรึกษายังมีความดีอยู่ตรงที่แนะนำ และประสานความร่วมมือกับพ่อแม่ของลูกศิษย์  แต่จะติดตรงที่ว่า  ทำไมถึงพึ่งมาสนใจเป็นพิเศษ ทั้งนี้อาการของหนุ่มคนนี้เป็นมากว่าหนึ่งปีแล้ว  หลังจากเหตุการณ์ที่เพื่อนสนิทในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

 

          ครูที่ปรึกษาอีกท่านหนึ่ง  สังเกตว่านักเรียนของตนเองเรียนไม่ค่อยเก่ง จึงแนะนำการเรียนให้ และเนื่องจากความตุ้ยนุ้ยมีน้ำหนักกว่าร้อยกิโล เธอก็แนะนำให้ไปออกกำลังกายกับกลุ่มของเธอเป็นประจำ  อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง  ช่วงแรกเด็กก็กลัวไม่อยากไปร่วมกิจกรรมเพราะคุณครูท่านดุเหลือเกิน แต่ผมก็ให้กำลังใจ  เชียร์ให้ไปร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ

 

          ครูท่านนี้ต่อมาเห็นความตั้งใจของเด็ก  จนเกิดความเอ็นดู แถมยังช่วยดันจนสอบซ่อมผ่านไปเรียบร้อยอย่างไม่ยากเย็น คุณครูจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการให้คำปรึกษาหารือ  แนะนำในหลายๆ เรื่อง แม้จะไม่เกี่ยวกับการเรียนโดยตรงก็ตาม

 

บทบาท  หน้าที่ครูที่ปรึกษา แล้วที่จริงครูที่ปรึกษาคืออะไร  มีไว้ทำไม?

 

          ที่จริงผมได้ใช้คำพูดรวมๆ ระหว่าง  ครูประจำชั้น ซึ่งโดยหน้าที่แล้วก็ควรใส่ใจกับนักเรียนห้องของตัวเองเป็นพิเศษ เหมือนกับเป็นพ่อแม่ระหว่างที่อยู่โรงเรียนก็ว่าได้  อีกกลุ่มหนึ่งก็จะเป็นอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัย  ก็จะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา  ผมได้คำว่าครูที่ปรึกษาเพื่อรวมทั้งสองกรณีเข้าไว้ด้วยกัน ส่วนที่มาที่ไปว่า  เป็นครูที่ปรึกษาได้อย่างไร อันนี้ก็แล้วแต่ระเบียบการของแต่ละแห่งว่า  จะเลือกที่ความสมัครใจหรือหมุนเวียนกันรับผิดชอบ  ทั้งนี้ครูที่ปรึกษายังมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลสารทุกข์สุกดิบของนักเรียนในสังกัดของตน

 

Advertisement

          ความสนใจและใส่ใจในนักเรียนของตนจึงเป็นเรื่องสำคัญ  ซึ่งถ้าครูพอมีเวลาก็อาจจะได้พบปะพูดคุยกันบ้าง  หากเวลาน้อยก็อาจจะเลือกเด็กที่น่าสนใจ  อาจเป็นคนที่หน้าตาอมทุกข์เป็นประจำ มีผลการเรียนตกต่ำ  ขาดเรียนบ่อย หรือมีเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่เนืองๆ

 

          การคุยที่ว่านี้  มิใช่การว่ากล่าวตักเตือน หรือแนะนำแบบให้สูตรสำเร็จของตัวครูเองไปเลย  แต่จุดหลักอยู่ที่การเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดคุยถึงปัญหาของเขา อาจจะระบายความรู้สึก  ความไม่พอใจ

 

          ครูสามารถใช้ประสบการณ์ช่วยแก้ใขปัญหาให้เขาได้  ครูบางท่านอาจใช้เทคนิคพูดคุยเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดแก้ปัญหาของตัวเด็กเอง เช่น  เด็กที่เครียดจากการที่เพื่อนในชั้นพากันปฏิเสธครูอาจจะตั้งคำถามว่า อะไรบ้างที่เป็นสาเหตุ

 

หนทางแก้ไขปัญหา
การแก้ใขปัญหาก็ควรมีทางเลือกที่หลากหลาย (สมมติฐาน) ก่อนจะมาใช้เหตุผลเพื่อชั่งน้ำหนักว่าควรแก้ไขปัญหานั้นอย่างไรกันดี

 

          และแม้จะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลยในขณะนั้น ก็ยังได้ประโยชน์ เพราะการที่เด็กรับรู้ว่ามีคนที่สนใจรับฟัง เขาจะรู้สึกว่ามีคนบางคนที่ยังพึ่งพาได้บ้าง  ความรู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยวนี่แหละ  เป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจให้ต่อสู้กับปัญหาต่างๆได้ดีทีเดียว

 

          นอกจากนี้ครูที่ปรึกษาอาจต้องร่วมมือกับครูท่านอื่น กับพ่อแม่ของเด็ก เพื่อช่วยกันแก้ไขเช่น  เด็กขาดเรียนไป 2 วันอาจลองโทรติดต่อสอบถามดู อย่าได้นึกจะโทรไปก็เมื่อจะหมดสิทธิ์สอบเสียแล้ว นั้นแสดงถึงความไม่มีประสิทธิภาพของครู ที่รอจนเกิดปัญหาที่แก้ไขได้ยาก

 

คุณภาพของครูที่ปรึกษา
แน่นอนยุคนี้เราคุยกันถึงเรื่องคุณภาพมากขึ้น แต่อย่าได้เข้าใจว่ามีคือ ISO ที่กำลังแข่งกันทำอยู่ตอนนี้ เอาเป็นว่าในหมู่ของครูที่ปรึกษาก็ควรมีที่ปรึกษา  ซึ่งคอยดูแลช่วยเหลือเมื่อมีโอกาส  รวมทั้งกำกับความหมิ่นเหม่ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะครูหนุ่มกับเด็กสาว (เหมือนข่าวของมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่กำลังฟ้องร้องกันนัวเนียอยู่ในตอนนี้) เรื่องนี้น่าจะมีกฏเกณฑ์ที่เป็นกรอบโดยกว้างๆ ได้ อย่างเช่นมีการกำหนดสถานที่ที่จะให้คำปรึกษา มีระบบบันทึกทะเบียนประวัติ  การติดตามผล และให้มีการประเมินผล (feedback) จากตัวนักเรียน นักศึกษา  ที่มารับบริการ

           การกำหนดงาน (Job description) ของครูที่ปรึกษา เช่น พบกับเด็กเดือนละกี่ครั้ง มีการพูดคุยกับเด็กเพื่อสร้างความเข้าใจ การปรับตัว และอื่นๆ ก็เป็นตัวกำหนดบทบาทให้มีภาพที่ชัดเจนขึ้น

           เพราะครูที่ปรึกษาเป็นเสมือนญาติที่มีความเข้าใจ เห็นใจนั่นเอง  เพียงแต่บางครั้งก็ต้องการเครื่องช่วยแนะแนวทางสักเล็กน้อย.

  

โดย: นพ.เทอดศักดิ์ เดชคง

 

ขอบคุณที่มา วารสารเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้บนโลกออนไลน์

You might also like