Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เกณฑ์ใหม่ผอ.รร.สุดเข้ม ประเมินทุก6เดือน

Advertisement

ต้องได้คะแนนร้อยละ70-79ทุกครั้ง/เน้นดูที่ผลการเรียนเด็ก

เกณฑ์ใหม่ชี้วัด ผอ.โรงเรียนสุดเข้ม “การุณ” เผยมี 10 ข้อ
ให้น้ำหนักสัมฤทธิ์ผลตัวเด็ก ต้องได้รับการประเมินทุก 6 เดือนในรอบ 1 ปี
และต้องได้คะแนนระดับดี หรือร้อยละ 70-79 ทุกครั้ง
ถ้าไม่ผ่านจะหลุดจากตำแหน่ง ต้องกลับไปชึ้นบัญชีใหม่ ส่วนยอดสมัครสอบ
ผอ.รร.สังกัด สพฐ.จำนวน 9,508 คน

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ
กพฐ.)
กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2559 ว่า
หลังปิดการรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ปรากฏว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้น 9,508 ราย และจะสอบข้อเขียนในวันที่ 3 ธันวาคม
สอบสัมภาษณ์ 4 ธันวาคม ประกาศผลการคัดเลือกภายในวันที่ 9 ธันวาคม
และต้องเข้ารับการพัฒนาก่อนบรรจุและแต่งตั้ง 13-19 ธันวาคม
จากนั้นจะบรรจุและแต่งตั้งเป็น ผอ.สถานศึกษาในวันที่ 23 ธันวาคม
ซึ่งการคัดเลือก ผอ.สถานศึกษาในครั้งนี้เป็นหลักเกณฑ์ใหม่
ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องได้รับการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษาเป็นเวลา
1 ปี โดยจะมีการประเมิน 2 ครั้ง ทุก 6 เดือน
หากผลการประเมินครั้งแรกไม่ผ่าน
ต้องพัฒนาและปรับปรุงงานในหน้าที่ของตนเองเพื่อเข้ารับการประเมินรอบ 2
หากผ่านเกณฑ์การประเมินจะได้ปฏิบัติงานในตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษาต่อไป
แต่หากไม่ผ่านการประเมินทั้ง 2 ครั้งจะต้องดำเนินการตามมาตรา 71 แห่ง
พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
ระบุให้กรณีที่มีความจำเป็น หัวหน้าส่วนราชการหรือ ผอ.เขตพื้นทื่การศึกษา
มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาพ้นจากตำแหน่งหน้าที่
และขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม
โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราทดแทนที่
ก.ค.ศ.กำหนดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

นายการุณกล่าวต่อว่า
สำหรับตัวชี้วัดความสำเร็จที่จะใช้ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานมี
10 ตัวชี้วัด ดังนี้ 1.ความสามารถในการอ่าน เขียน
และผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทยของนักเรียน 15 คะแนน
2.ผลงานหรือรางวัลที่เกิดจากการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา 10 คะแนน
3.ผลการเรียนรู้เฉลี่ย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 10 คะแนน
4.การบริหารงบประมาณและการระดมทรัพยากร
และการลงทุนจากภาคีเครือข่ายหรือภาคประชาสัมคมมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา
10 คะแนน
5.การส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาทางวิชาชีพ 5 คะแนน
6.การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล 5 คะแนน
7.การมีส่วนร่วมของสถานศึกษากับผู้ปกครองและชุมชน 10 คะแนน
8.อัตราการเกณฑ์เด็กเข้าเรียนหรือการรับนักเรียนตามแผนการรับนักเรียน 10
คะแนน 9.อัตราการศึกษาต่อของนักเรียน 10 คะแนน และ
10.ผลการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สพฐ. 15 คะแนน
ทั้งนี้ แบ่งเกณฑ์การตัดสินเป็น 5 ระดับ ต่ำกว่าร้อยละ 50
อยู่ในระดับปรับปรุง ร้อยละ 50-59 พอใช้ ร้อยละ 60-69 ปานกลาง ร้อยละ 70-79
ดี และร้อยละ 80 ดีมาก ซึ่งจะนำผลการประเมินทั้ง 2
ครั้งมาเฉลี่ยเพื่อตัดสิน โดยต้องผ่านการประเมินระดับดีขึ้นไป
จึงจะถือว่าผ่านการประเมิน.

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement

You might also like