Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด” ตอนที่ 2:โรงเรียนต้องเลือกครูได้เอง โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก

Advertisement

“เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด” ตอนที่ 2:โรงเรียนต้องเลือกครูได้เอง

Advertisement

โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก

เพิ่มเพื่อน

สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับโรงเรียนของรัฐในปัจจุบันอีก
ประการหนึ่งก็คือ การที่จะได้ครูมาบรรจุที่โรงเรียน
(ตามเกณฑ์)สักคนหนึ่งนั้น
กระบวนการช่างยืดยาวเสียเหลือเกินและเมื่อได้มาแล้วบางครั้งก็ไม่ตรงกับความ
ต้องการเสียอีก
ปัจจุบันนี้โรงเรียนก็มีสิทธิ์ในการเสนอความต้องการครูโดยความเห็นชอบของคณะ
กรรมการสถานศึกษาอยู่เหมือนกัน ว่าอยากได้ครูประเภทใด วิชาเอกอะไร
แต่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยได้ตามนั้น
ยิ่งครูใหม่ที่ทดแทนครูที่เกษียณอายุราชการยิ่งแล้วใหญ่
ใช้เวลานานเป็นพิเศษ
เพราะต้องรอการคืนอัตรากำลังจากหน่วยงานที่คุมอัตรากำลังภาครัฐ รอว่าเกษียณ
100 คน จะได้คืนมากี่คน บางครั้งเกษียณไปตั้งแต่ 30 กันยายน ปีนี้
เปิดภาคเรียนใหม่ปีหน้า 16 พฤษภาคม ครูใหม่ยังไม่มาเลยครับ
พิจารณาอะไรกันนานนักหนา
ก็ในเมื่อเกณฑ์การคิดอัตรากำลังก็กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ถ้าเป็นอำนาจของท่านก็มอบอำนาจมาสิครับ โรงเรียนหลายแห่งมีแต่ครูย้ายออก
แต่ไม่มีย้ายเข้ามาเลย ปัญหาเกิดขึ้นชัดๆ ผมไม่ได้บ่นแต่ประการใด
แต่ต้องการสะท้อนภาพให้เห็น เห็นปัญหาแล้วไม่บอกวิธีแก้ไข ผมก็อาจโดน ม.44
จากท่านนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งกระทงก็ได้

ผมปรารถนาให้แก้หรือเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องและก่อให้เกิดปัญหาข้างต้น
แล้วกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปให้โรงเรียนสรรหาครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาได้เอง
โดยเสริมพลังให้คณะกรรมการสถานศึกษามีความเข้มแข็งมากกว่าในปัจจุบัน
ใจจริงอยากให้สุดโต่งเหมือนโรงเรียนเอกชน กล่าวคือ
อยากได้ครูอย่างไรก็ได้ครูอย่างนั้นตามที่ต้องการ ประกาศรับสมัคร ประเมิน
ถ้าผ่านเกณฑ์ก็ทำงานได้เลย ระยะแรกก็จัดพี่เลี้ยงคอยดูแล
แล้วประเมินการคงสภาพเป็นระยะๆ
หากคุณภาพไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็ให้โอกาสแก้ตัว ถ้าไม่ดีขึ้นก็ออกไป
ผมทราบครับว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ
เช่น พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 กฏ/ระเบียบ
ก.ค.ศ.หลายฉบับ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.)
ถึงแม้ว่าจะยากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ถ้าคิดจะทำ

ยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีเปิดไฟเขียวว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน ปี 2559 ยิ่งเป็นโอกาสทองครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/profile.php?id=630490423&fref=nf

Advertisement

You might also like