Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เจาะบัญชีเงินเดือนครูเป็นหนี้เท่าไร

Advertisement

0

Advertisement

ศธ.จัดกลุ่มช่วยย้ำไม่ใช่กู้ยืมสร้างหนี้เพิ่ม-มอบสกสค.จัดสวัสดิการครู

จากปัญหาหนี้สินครู ซึ่งส่งผลถึงคุณภาพชีวิตครู และการจัดการเรียนการสอน

ล่าสุดนักวิชาการได้เสนอให้มีการวิจัยครูที่เป็นหนี้โดยเจาะฐานข้อมูลเป็น
รายบุคคล เพราะการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ต้องมีฐานข้อมูลที่เป็นจริง
จึงจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการทำวิจัยและได้ตัวเลขที่แน่นอน
เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ผู้ตอบไม่อยากตอบ
ซึ่งข้อมูลที่อยู่ก็เป็นข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น

Advertisement

ล่าสุด พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า
กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นองค์กรใหญ่มีครู 3-4แสนคน
การที่จะเจาะหนี้เป็นรายบุคคลนั้นคงยาก
แต่ถ้าจะทำได้ก็คือต้องไปดูบัญชีเงินเดือนครูในสังกัด
ศธ.เป็นรายบุคคลว่ามีการหักเงินเดือนชำระหนี้ในระบบทั้งในส่วนธนาคาร
สหกรณ์ออมทรัพย์ครู รวมถึงอื่น ๆ
และมีเงินเดือนเหลือเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่าไร โดยจัดเป็นกลุ่มๆ
เช่น เหลือเพื่อใช้จ่าย 50% เหลือเพื่อใช้จ่าย 30% เป็นต้น
จากนั้นจะโฟกัสเจาะลึกให้ความช่วยเหลือในกลุ่มที่มีเงินเดือนเหลือใช้จ่าย
น้อยๆ ก่อน ส่วนจะช่วยเหลือในวิธีใดนั้นขอดูข้อมูลที่ชัดเจนก่อน
แต่คงไม่ใช่การให้กู้ยืมเพื่อสร้างหนี้สินเพิ่ม ซึ่งตนจะให้ รศ.นพ.กำจร
ตติยกวี ปลัด ศธ.ไปดำเนินการ ซึ่งระบบของทหารก็เริ่มจากการดูบัญชีเงินเดือน

เพราะเราจะสามารถทราบได้ว่าหลังจากหักเงินเดือนจากการกู้เงินแล้วจะเหลือใช้
จ่ายอยู่เท่าไร

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า
นอกจากนี้ในส่วนของกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษโครงการสวัสดิการโครงการฌาปนกิจ
สงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)
ที่มีการหักเงินกองทุนไปชำระหนี้แทนผู้ที่ค้างชำระเงินกู้นั้น
ได้ให้สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(สกสค.) ทำหนังสือถึงธนาคารออมสิน เพื่อยุติการชำระหนี้แทนดังกล่าว
และให้นำเงินกองทุนเงินสนับสนุนฯ มาส่งเสริมสวัสดิการทางด้านอื่นให้ครูแทน
เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร เป็นต้น

พร้อมกันนี้ยังมอบให้นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์
เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.
ไปคิดหาวิธีการให้สวัสดิการทางด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ครู
แทนการให้กู้ยืมเงิน และเร็วๆ
นี้ได้นัดคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.)
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
เพื่อเดินหน้าต่อไปว่าจะต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนขององค์การค้า ของ สกสค.ได้มอบให้นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์
ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานของ รมว.ศึกษาธิการ
ไปดูว่าจะทำอย่างไรถึงห้องค์การค้าของ สกสค.อยู่รอด
ส่วนจะถึงขั้นปรับโครงสร้างหรือไม่ต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน 

 

ที่มา สยามรัฐ วันที่ 5 ตุลาคม 2558