Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เผย10ปัญหาฉุดรั้งการศึกษาไทย

Advertisement

0

นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์
ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยว่า
จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก 3 รอบ ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สมศ. พบว่ามี 10
ปัญหาหลักที่เป็นตัวฉุดรั้งการศึกษาไทย ได้แก่

 1. ปัญหาการอ่านและการเขียน 2.
ผลสัมฤทธิ์การเรียนอยู่ในระดับต่ำ 3.ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ 
คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดสร้างสรรค์ 

4.
ผู้เรียนขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  5.สถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน
อุปกรณ์การเรียน  6. ครูไม่ครบชั้น  7. ครูยังไม่สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์
คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 8. สถานศึกษาขาดการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ

Advertisement

9.
สถานศึกษาขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ สนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด  และ
10. ขาดการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ
เป็นผลให้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
 
“สมศ.จึงได้ริเริ่มโครงการ
“1 ช่วย 9”  โดยสถานศึกษาที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
เป็นแกนนำช่วยพัฒนาสถานศึกษาเครือข่ายที่ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีมาก
ให้มีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้นอย่างน้อย 9 แห่งต่อ 1 หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2554 มีสถานศึกษาแกนนำ 207 แห่ง มีสถานศึกษาเครือข่าย 1,863 แห่ง
ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาเครือข่าย
คาดว่าจะมีสถานศึกษาเครือข่ายเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง”

 

นายชาญณรงค์ กล่าวว่า
จากผลการดำเนินงานของโครงการ “1 ช่วย 9” ในระยะแรก พบว่า
สถานศึกษาเครือข่ายมีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 93.10
สถานศึกษาแกนนำและสถานศึกษาเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย คิดเป็นร้อยละ
92.10 ผู้บริหาร
ครู/อาจารย์และบุคลากรเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษา
คิดเป็นร้อยละ  90.30 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษามากขึ้น
คิดเป็นร้อยละ 88.90 และสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมคุณภาพ
และนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ในการขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.90
ตามลำดับ