Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เรียก 5 ครูร้อยเอ็ดเข้าพบ หลังโพสต์ส่อต้านนโยบายปฏิรูปการศึกษา องค์กรครูแจงแค่จัดเสวนา

Advertisement

วันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.สถาภรณ์ ใบพลูทอง
ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 27(ผบ.มทบ.27)
และผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดร้อยเอ็ด(ผบ.กกล.
รส.จว.ร.อ.)ได้เชิญผู้แทนสมาคม/ชมรมผู้ประกอบการวิชาชีพครู จว.ร้อยเอ็ด
แกนนำครูจังหวัดร้อยเอ็ด 5 คน คือ นายเทวฤทธิ์ พลเยี่ยม
นายกสมาคมครูอำเภอโฑนทอง, นายพิทักษ์ บัวแสงใส
ประธานชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด, นายสุจิตร  เดชโภชณ์
อุปนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด, นายนพรัตน์ ผือโย
รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 นำโดย นายบุญเลี้ยง
ไขษรศักดิ์ นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด

เพิ่มเพื่อน

โดยการเข้าพบครั้งนี้
เกิดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจกรณีแถลงการณ์ของสมาคม/ชมรมครูฯ
โพสต์ข้อความแถลงการณ์ทางโซเชียลด้วยข้อความลักษณะที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทาง
การปฏิรูปการศึกษาของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะปรับโอนองค์กรครูให้ไปสังกัด
อปท.และให้ครูปรับเปลี่ยนเป็นพนักงานราชการ
โดยมีการนัดแนะครูทั้งจังหวัดร้อยเอ็ด
มารวมตัวกันที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในวันที่ 20 พ.ค.นี้
 ซึ่งเข้าข่ายของการชุมนุมต่อต้านการทำงานของรัฐบาล
และขอให้ชี้แจงข้อเท็จจจริง ของการจัดกิจกรรม และข้อเท็จจริง
ที่มีการเผยแพร่แถลงการณ์ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งทางด้านแกนนำครู
ได้นำเอกสารข้อเท็จจริงและชี้แจงวัตถุประสงค์ของความเคลื่อนไหวเป็นเวลากว่า
2 ชั่วโมง จึงได้ข้อยุติ

Advertisement

นายบุญเลี้ยง ได้ชี้แจงให้ทหารเข้าใจว่า
วันที่นัดหมายทางโซเชียลแล้วว่า การนัดครูวันที่ 20 พ.ค.2559
 ไม่ใช่เป็นการนัดชุมนุมกันที่ผิดกฎหมายหรือออกมาต่อต้านการปฏิรูปการศึกษา
ของรัฐบาล
แต่เป็นการเตรียมความพร้อมหลังจากการทุกอย่างมีการปฏิรูปแล้วว่าเราจะต้อง
วางตัวและมีความต้องการอะไรเสนอต่อรัฐบาล
และทหารก็เข้าใจและยังคงจะมีการจัดกิจกรรมในกำหนดการเดิม
เพราะชี้แจงแล้วต่อกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดร้อยเอ็ดแล้วว่า
เป็นการเวทีเสวนาเชิงวิชาการเรื่องทิศทางการปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21
ซึ่งจะพูดถึงผลกระทบต่างๆ
ที่จะได้รับให้เพื่อนครูทุกส่วนมาเสนอแนวคิดหาข้อสรุปในสิ่งที่ต้องการจริงๆ
เสนอไปยังผู้มีอำนาจต่อไปว่าอะไรคือความต้องการของครูในพื้นที่
เพื่อเสนอไปเป็นแนวทางรวมกับครูทั้งประเทศเสนอไปยังรัฐบาลต่อไป

201605121555141-20060830165447

Advertisement

นาย
บุญเลี้ยงกล่าวอีกว่า
การจัดกิจกรรมได้ให้ฝ่ายกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดร้อยเอ็ด
เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยเพื่อให้เกิดความสบายใจว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว
ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะชุมนุมกันต่อต้านนโยบายปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลแต่
อย่างใด นอกจากแนวคิด เพียงเพื่อแจ้งข่าวคราวการปฎิรูปการศึกษา

“เป้า
หมายหลักของการจัดเวทีเสวนามี 4 เป้าหมายหลักๆ
ที่เป็นจุดยืนของครูที่บางคนยังไม่รู้
จึงได้มีการจัดเวทีเพื่อทำความเข้าใจกัน และปรับจูน
ความเห็นที่ให้ครูทุกองค์กรเข้าใจและมีความเห็นตรงกัน
ให้เป็นไปตามเป้าหมายหลัก 4 ประการ คือ
1.ครูจะต้องไม่เป็นพนักงานราชการที่ไม่มีเกียรติภายใต้การกำกับดูแลของการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น และจะต้องเป็นข้าราชการที่มีเกียรติเหมือนเดิม
2.จะต้องเป็นข้าราชการครูที่มีเกียรติ
ที่ต้องคงไว้ตามใบประกอบวิชาชีพชั้นสูง
3.นอกจากเราไม่ต้องการโอนไปอยู๋ใต้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แล้วยังไม่ให้ยุบโรงเรียนขนาดเล็กที่ผูกพันกับท้องถิ่น
ไปควบรวมกันจะมีผลกระทบทางสังคม และ
4.คือความต้องการความมีอิสระในการบริหารของโรงเรียน
ให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล ที่ ชุมชน
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมได้
แต่ไม่ใช่เข้ามาควบคุมการทำงานของครู” นายบุญเลี้ยง กล่าว

ด้าน
พล.ต.สถาภรณ์ กล่าวว่า การที่เรียกแกนนำครูมาพบ
เพียงแต่เป็นการเรียกมาเพื่อประชุมรับฟังข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจกัน
พบปะพูดคุยกัน
เรื่องแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางโซเชียลว่าไม่บังคับไม่ได้กลั่นกรองข้อความที่
ดีพอ ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว โดยเข้าใจในประเด็นไปในทางที่ผิดๆ
ยุติการโพสต์ลักษณะเหมือนการยุยงปลุกปั่น
และน่าจะพูดคุยกันมากกว่าที่โพสต์ข้อความทางโซเชียลที่ทำให้คนที่ไม่เข้าใจ
เกิดการเข้าใจผิดได้ ซึ่งการเรียกมาพบก็เพียงเพื่อทำความเข้าใจกัน
และให้เกิดความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบและไม่เข้าข่าย
การยุยงให้เกิดการรวมตัวกันโดยผิดกฎหมาย
ซึ่งก็มีการเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ซึ่งทางสมาคม/ชมรมครู
จว.ร้อยเอ็ดได้รับทราบพร้อมยินดีจะปฏิบัติตามคำชี้แจง/แนะนำทุกประการ
 ซึ่งก็ถือว่าได้รับความร่วมมือที่ดี และแม้แต่การจัดเวทีเสวนาวันที่ 20
ก็ไม่ขัดข้อง ก็คือว่าเป็นสิ่งดี
ที่จะชี้แนวทางการปฏิรูปการศึกษาด้วยการนำเสนอแนวทางเข้าไปยังรัฐบาล
ก็ถือเป็นเรื่องดี ซึ่งทหารก็จะมีส่วนเข้าไปร่วมกิจกรรมและสังเกตการณ์ด้วย

ที่มาของข้อมูล : หนังสือพิมพ์ มติชน 12 พ.ค. 2559

You might also like