Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เล็งดึงอำนาจ “โยกย้าย-ลงโทษ” ครู-ผอ.รร. กลับส่วนกลาง

Advertisement

“บิ๊กหนุ่ย”เล็งดึงอำนาจคืน สพฐ.ให้สิทธิ’โยกย้าย-ลงโทษ’ครู-ผอ.ร.ร.ปลัด ศธ.เผยเกณฑ์ PA ได้ข้อยุติ ก.พ. 

เมื่อวันที่ 6 มกราคม นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ
ศธ.ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องการบริหารงานบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ โดยปัจจุบัน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
มีอำนาจในการบริหารงานครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่อำนาจในการโยกย้าย ลงโทษ
หรือสอบสวนทางวินัย เป็นของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) ทำให้ที่ผ่านๆ มา การทำงานต่างๆ ยังไม่ลงตัว
ทำให้มีข้อติดขัด อาทิ ข้อกำหนดของ ก.ค.ศ.ที่ว่าไม่สามารถย้ายครู
หรือผู้บริหารสถานศึกษาได้ หากเจ้าตัวไม่ยินยอม
เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนครู ครูไม่ครบชั้น
หรือแม้กระทั่งมีครูมากเกินไปในบางพื้นที่ เพราะ
สพฐ.ซึ่งทำหน้าที่บริหารบุคลากร ไม่มีอำนาจสั่งย้าย
หรือเกลี่ยครูได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน เวลามีเรื่องร้องเรียนต่างๆ
เข้ามา สพฐ.ก็ไม่มีอำนาจสั่งย้ายครู หรือผู้บริหารโรงเรียนที่มีปัญหา
สั่งย้ายได้แต่ก็เพียงชั่วคราว เพราะเป็นอำนาจของ ก.ค.ศ.

เพิ่มเพื่อน

ดังนั้น พล.อ.ดาว์พงษ์ จึงขอให้
ก.ค.ศ.หาแนวทางแก้ไขเรื่องนี้
ซึ่งอาจจะต้องปรับแก้กฎหมายเพื่อดึงอำนาจคืนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก
เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัวมากขึ้น

Advertisement

“ที่ผ่านมา พบว่าให้อำนาจ สพฐ.บริหารครู และบุคลากรทางการศึกษา
แต่ไม่ให้อำนาจในการโยกย้าย หรือลงโทษ ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้น
รัฐมนตรีว่าการ ศธ.จึงให้ ก.ค.ศ.ไปดูว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร รวมถึง
ดูปัญหาอื่นๆ ทั้งระบบในคราวเดียว ซึ่งเป็นไปได้ว่า
อาจต้องคืนอำนาจบางอย่างให้หน่วยงานต้นสังกัด จึงต้องปรับแก้กฎหมาย
แต่ถ้าแก้กฎหมายไม่ได้ ก็ต้องขอใช้อำนาจ ตามมาตรา 44
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาแก้ไขเรื่องนี้
เพราะหากต้องการให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา
เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอน
ต้องทำให้การบริหารงานบุคคลมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย” นพ.กำจรกล่าว

นพ.กำจรกล่าวอีกว่า
ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะ หรือ เลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ PA (Performance
Agreement) นั้น รัฐมนตรีว่าการ
ศธ.เร่งรัดโดยอยากให้แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์
ซึ่งภาพรวมค่อนข้างเรียบร้อยแล้ว รอเสนอ ก.ค.ศ.พิจารณา หากไม่มีข้อคัดค้าน
ก็เหลือเพียงปรับแก้รายละเอียดก่อนประกาศใช้ อย่างไรก็ตาม
หลักเกณฑ์ใหม่จะเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ
ศธ.ที่ต้องการคืนครูสู่ห้องเรียน โดยการลดภาระการทำงานเอกสาร
และเท่าที่ดูข้อเสนอของอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาเรื่องดัง
กล่าว ยังไม่มีเสียงคัดค้าน เชื่อว่าทุกคนเข้าใจตรงกันว่าถ้าได้ครูดี
ก็จะได้เด็กดีกลับสู่สังคมเช่นกัน
 

ที่มา มติชน ฉบับวันที่ 8 ม.ค. 2559 (กรอบบ่าย)

Advertisement

You might also like