Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เล็งให้มหาวิทยาลัย ปิดหลักสูตรไม่มีคุณภาพ

Advertisement

0

Advertisement

รมว.ศธ.สั่งทปอ.ทำฐานข้อมูลการมีงานทำบัณฑิตประเมินผล/เคลียริงเฮาส์ใหม่เข้มห้ามกั๊กที่นั่ง

“รมว.ศธ.” มอบนโยบาย ทปอ.ทำฐานข้อมูลการมีงานทำของบัณฑิต
สำรวจความพึงพอใจนายจ้าง หวังใช้พิจารณาปิดหลักสูตรไม่มีคุณภาพ
เผยนักเรียนวุฒิต่างประเทศ หรือจบ รร.นานาชาติในประเทศ ไม่ต้องเทียบวุฒิที่
ศธ. สมัครเรียนมหาวิทยาลัยได้เลย ด้าน “เลขาฯ ทปอ.” แจ้งระบบคัด นศ.ปี 61 ใหม่
เปิด 5 รอบ นศ.มหาวิทยาลัยสมาชิก ทปอ.ห้ามกั๊กที่เรียน 1 คนมี 1
สิทธิ์เท่านั้น คาดคลอดปฏิทิน เม.ย.60

ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)
กล่าวมอบนโยบายแก่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งที่ 1/2560
ตอนหนึ่งว่า ในที่ประชุม ทปอ.
ตนได้ยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา
โดยให้คณะทำงานเตรียมความพร้อมการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ที่มี นพ.อุดม
คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
เป็นประธานดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยเมื่อมีการจัดทำร่างฉบับดังกล่าวเสร็จแล้ว
จะต้องนำเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
จากนั้นรัฐบาลจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป นอกจากนี้ ตนได้ขอให้ทาง
ทปอ.รวบรวมข้อมูลการมีงานทำของบัณฑิตแต่ละหลักสูตร
ว่ามีงานทำร้อยละเท่าไหร่ ทำงานตรงกับสาขาที่จบหรือไม่
รวมถึงสำรวจความพึงพอใจของนายจ้าง
สถานประกอบการที่มีต่อบัณฑิตของแต่ละมหาวิทยาลัย
เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาปิดหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพ
หรือผลิตคนที่ไม่ตรงกับความต้องการ และสำหรับการรับสมัครนักเรียน
นักศึกษารูปแบบใหม่ของ ทปอ.นั้น
หากนักเรียนคนใดมีวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ
รวมไปถึงผู้ที่จบหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย
ไม่ต้องมาเทียบวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
สามารถสมัครเข้าเรียนตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดได้เลย

ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ที่ประชุม
ทปอ.ได้พิจารณาร่วมกันในการปรับกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาแบบใหม่ที่จะเริ่มใช้ในปีการศึกษา
2561 โดยหลักการในการรับสมัครจะยึดตามแนวทางดังนี้
1.นักเรียนควรอยู่ในห้องเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
2.นักเรียนแต่ละคนมีเพียง 1 สิทธิ์
ในการตอบรับสาขาวิชาที่เลือกเพื่อความเสมอภาค และ 3.สถาบันอุดมศึกษาสมาชิก
ทปอ.ทุกแห่งจะต้องเข้าระบบเคลียริงเฮาส์ เพื่อบริหาร 1 สิทธิ์ของนักเรียน
และตัดปัญหาการกั๊กที่เรียนและความไม่เสมอภาค
เพราะที่ผ่านมานักเรียนที่มาจากครอบครัวฐานะดีมีสิทธิ์สมัครเรียนได้มากกว่านักเรียนที่มาจากครอบครัวฐานะยากจน

ด้านนายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการ ทปอ. กล่าวว่า
การรับสมัครในกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาปีใหม่
ซึ่งจะเริ่มในปีการศึกษา 2561 นี้ มีทั้งหมด 5 รอบ คือ รอบที่ 1
การรับด้วยแฟ้มสะสมผลงานโดยไม่มีการสอบข้อเขียน สำหรับนักเรียนทั่วไป
นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ นักเรียนโควตา
นักเรียนเครือข่ายให้นักเรียนยื่นสมัครโดยตรงกับทางสถาบันอุดมศึกษา
โดยคาดว่าจะเริ่มช่วงเดือนตุลาคม 2560 รอบที่ 2
การรับแบบโควตาที่มีการสอบข้อเขียนหรือสอบปฏิบัติ
สำหรับนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่หรือภาคโควตาโรงเรียนในเครือข่าย
และโครงการความสามารถพิเศษต่างๆ ซึ่งมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ประกาศเกณฑ์การสอบ
ให้นักเรียนยื่นสมัครโดยตรง และเข้ารับการคัดเลือกตามเกณฑ์การสอบ รอบที่ 3
การรับสมัครตรงร่วมกัน สำหรับนักเรียนในโครงการ,
กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.), โครงการอื่นๆ
และนักเรียนทั่วไป โดย ทปอ.จะเป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร
และสถาบันอุดมศึกษาจัดให้มีการสอบกลาง
ซึ่งเป็นจัดโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) คือ
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต
การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT)
และการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน
แต่ละมหาวิทยาลัยสามารถกำหนดเกณฑ์ที่เป็นอิสระของตนเองได้
และประกาศให้นักเรียนรับทราบ
ซึ่งหากมีการจัดสอบต้องเป็นวิชาที่ไม่มีการจัดสอบในข้อสอบกลาง โดยในรอบที่ 3
นี้ นักเรียนเลือกได้ 4 สาขาวิชา โดยไม่มีลำดับ และรอบที่ 4 การรับแบบ
Admissions สำหรับนักเรียนทั่วไป โดย ทปอ.เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร
สามารถเลือกได้ 4 สาขาวิชา แบบมีลำดับ
โดยใช้เกณฑ์ค่าน้ำหนักตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า 3 ปี และสุดท้ายรอบที่ 5
การรับตรงอิสระ สถาบันอุดมศึกษารับโดยตรงด้วยวิธีการของสถาบันเอง

“การรับสมัครแบบใหม่นี้ นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกและต้องการเข้าศึกษา
ต้องทำการยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาเพียง 1 ที่
ซึ่งหากอยากมีสิทธิ์เข้าร่วมในรอบถัดไปจะต้องสละสิทธิ์เดิมในสถาบันอุดมศึกษาที่ตนเองสอบได้ก่อน
เพื่อเป็นคืนสิทธิ์ และถ้าไปสมัครที่ใหม่โดยไม่มีการสละสิทธิ์
การสมัครครั้งถัดไปจะถือเป็นโมฆะทันที ซึ่งรายละเอียดต่างๆ
จะมีการเขียนไว้ในระเบียบการรับสมัครอย่างชัดเจน ดังนั้น จะไม่มีการลักไก่
หรือสมัครสอบและมีที่นั่งในหลายมหาวิทยาลัย กันสิทธิ์ผู้อื่นอย่างที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การใช้สัดส่วนคะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรจบมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX)
โอเน็ต และGAT/PAT จะยังเป็นไปตามประกาศล่วงหน้า 3 ปี คือในปีการศึกษา
2560-2562” เลขาฯ ทปอ.กล่าว และว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)
และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) นั้น
ยืนยันจะเข้าร่วมระบบใหม่ดังกล่าวใน 3 รอบแรก และรอบที่ 5
เนื่องจากติดเรื่องช่วงเวลาของการเปิดภาคเรียน
ซึ่งการรับจะใช้ข้อสอบกลางและมีการเปิดสอบโดยกลุ่ม มรภ.และ
มทร.เป็นผู้จัดสอบเอง
เพื่อให้ได้นักศึกษาตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม ทาง
ทปอ.จะมีการพิจารณาในเรื่องกรอบระยะเวลาในการจัดสอบอีกครั้ง
รวมถึงรายละเอียดการจัดสอบ การรับนักศึกษาโดยมีเงื่อนไข
ตามที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด
โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและประกาศให้รับทราบภายในเดือนเมษายน 2560 นี้.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement