Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เสียงตะโกนจาก “ครูสมาร์ท” “เกิดอะไรขึ้นกับหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษ…ในประเทศเรา”…

เสียงตะโกนจาก "ครูสมาร์ท" “เกิดอะไรขึ้นกับหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษ...ในประเทศเรา”...

Advertisement

เสียงตะโกนจาก “ครูสมาร์ท”
เสียงตะโกนจาก “ครูสมาร์ท” “เด็กไทยนับล้าน คือ ผู้เสียหายทางการศึกษา” ชี้ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว เพียงรู้เทคนิคภาษาอังกฤษเกิดมาจากคณิตศาสตร์

วิชา “ภาษาอังกฤษ” เด็กไทย ต้องเรียนรู้กันตั้งแต่ชั้นอนุบาลยันมหาวิทยาลัย นับไปนับมาใช้เวลากว่าสิบปี  ที่หลักสูตรในโรงเรียนให้ความสำคัญกับวิชาดังกล่าว แต่ครั้นสำเร็จการศึกษาออกมา ต้องยอมรับว่า เด็กไทย “เกินครึ่ง” ใช้ภาษาอังกฤษไม่ผ่านถึงขั้น พูดไม่ได้ อ่านไม่ออก เขียนไม่เป็น เห็น “ฝรั่ง” ทีไร ต้องพากันวิ่งหนี ที่ผ่านมาจึงมักมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ ๆ จากใครหลายคน
“เกิดอะไรขึ้นกับหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษ…ในประเทศเรา”

Advertisement

นายวิทธิกร อภิสิทธิ์ไพศาล เจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ “ครูสมาร์ท” ตั้งอยู่บนอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ผ่านการ “ติว” วิชาภาษาอังกฤษให้นักเรียนมาแล้วนับไม่ถ้วน มีทั้งเด็กประถมฯ มัธยมฯ สถาปนิก วิศวกร  ข้าราชการ นักศึกษาแพทย์ ฯลฯ  แถมหลายคนเมื่อผ่านการติวจาก “ครูสมาร์ท” ไปแล้ว ยังสามารถทำคะแนนสอบในวิชาภาษาอังกฤษ ได้ดีขึ้น ถึงขนาด “ผิดหูผิดตา” บางคนถึงขั้นอาจารย์ในโรงเรียน ออกปาก “เธอลอก…หรือเปล่า” มาแล้วก็มี

แต่ก่อนจะเข้าสู่หัวข้อสนทนาที่เกริ่นไว้ตอนต้น ว่า เกิดอะไรขึ้นกับหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนบ้านเรา กับ “ติวเตอร์” จากเกาะสมุย ต้องขอให้ ครูสมาร์ท “วิทธิกร อภิสิทธิ์ไพศาล”แนะนำตัวกันสักเล็กน้อย  “ ปัจจุบันอายุ 49 ปี มีดีกรีปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยผ่านเมืองนอกเมืองนามาบ้าง อาชีพหลักก่อนผันตัวมาเป็น “ติวเตอร์”ภาษาอังกฤษ คือ “นักพนัน” ชนิดได้หมด ทั้ง มวยคน มวยตู้ ไก่ชน สนุกเกอร์  โดนเชิญออกจากโรงเรียนตอน ม.5  เพราะไม่ชอบเรียน ไม่ศรัทธาใบปริญญา แต่ก็เรียนจนจบให้แม่  เคยทำวีซ่านักเรียนไปอเมริกา แต่อยู่ได้สองปีก็อยากกลับบ้าน เพราะคิดถึงสนามมวย ”ครูสมาร์ท แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ท่าทางขึงขังตามสไตล์หนุ่มปักษ์ใต้

การคลุกคลีกับการพนันขันต่ออยู่เป็นประจำ ทำให้เขามองโลกใน “มุมมอง”ที่ไม่ค่อยเหมือนใคร ซึ่งรวมทั้งการเรียนภาษาอังกฤษด้วย โดย ครูสมาร์ท เล่าอย่างอารมณ์ดีว่า ก่อนไปทำงานที่อเมริกา ต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ จึงเริ่มศึกษาจากตำราเล่มหนึ่งของญาติ ใช้เวลา 3 วัน 3 คืน จนค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างภาษาอังกฤษกับคณิตศาสตร์ จากนั้นไม่หยุดศึกษา เพราะยังฟังไม่ได้ อ่านตำราไม่ได้  ทุกวินาทีที่ไปนั่งในสนามมวย จะถือพจนานุกรมอ๊อกฟอร์ด อ่านรู้บ้างไม่รู้บ้าง นั่งในบ่อนไก่ก็ถือไปอ่าน บางคนหาว่าผมเก๊ก แต่ที่จริงผมกำลังต่อสู้และกำลังจะเอาชนะภาษาอังกฤษให้ได้  จนมี “หลักคิด” ในการเรียนภาษาอังกฤษ แบบ “เฉพาะตัว”

Advertisement

ครูสมาร์ท บอกว่า ตอนแรกก็ตั้งใจจะเก็บเทคนิคที่คิดได้ ไว้ถ่ายทอดให้ลูก-หลาน แต่ก็เกิดเหตุที่เป็น “จุดเปลี่ยน” ทำให้ค้นพบว่า ตัวเองชอบการสอน คือ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กเกาะสมุยคนหนึ่ง กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เรียนเก่งทุกวิชา แต่ภาษาอังกฤษแย่มาก ผมเลยบอกว่าเดี๋ยวสอนให้ว่าภาษาอังกฤษเกิดมาจากคณิตศาสตร์ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ผมบอกสอนหมดแล้วนะ มันมีแค่นี้ เข้าใจมั๊ย หลังจากนั้นเขากลับไปสอบภาษาอังกฤษได้เกรดสี่ แล้วก็เอนฯ ติดหมอ  และหลังจากเมื่อค้นพบตัวเอง ว่า ชอบอะไร ผมจึงเดินหน้าทำต่อแบบจริงจัง หันหลังให้วงการสีเทา ก่อนเข้าโหมดการเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษแบบเต็มตัว

“ใครอยากให้ไปติวที่ไหน ไม่มีเกี่ยง ได้ค่าสอนบ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ไม่เป็นไร เพราะไม่เคยมองว่าผู้เรียน คือ ลูกค้า แต่ มองว่า ทุกคน คือ ผู้เสียหายทางการศึกษา เหมือนกันหมด ผมคือผู้เสียหายทางการศึกษา เด็กไทยนับล้านคนก็เหมือนกัน เพราะเราเรียนภาษาอังกฤษกันมาอย่างน้อย  12 ปี  ตั้งแต่ป. 1 ถึง ม. 6 ผมยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ใช้ภาษาอังกฤษไม่เป็น แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรไม่ดีหรือเปล่า แล้วยังขืนสอนกันต่อไปแบบนี้ ประเทศไทยจะพัฒนาได้ยังไง”ครูสมาร์ท ตั้งข้อสังเกตที่น่าคิด พร้อมกับบอกด้วยว่า เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา ได้เขียนตำรา “การมีอยู่ของกฎธรรมชาติอันดั้งเดิมของหลักภาษาอังกฤษที่แท้จริง” ใช้ประกอบการเรียน ที่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจไวยกรณ์ในภาษาอังกฤษได้ภายในเวลาไม่เกิน 45 ชั่วโมง ไม่ต้องมานั่งเรียนอยู่ในวังวน 12 ปี วกไปเวียนมา จบแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี

ครูสมาร์ท ทิ้งท้ายว่า “ตำรานี้ไม่ได้มีไว้ขาย เพราะคนไทยชอบซื้อหนังสือไปแขวนแต่ไม่เคยอ่าน  ใครอยากรู้ต้องมาเรียน ใจจริงอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ รับไปพิจารณาว่าควรเลือกวิธีการสอนตามแบบนี้มั้ย แต่ไม่รู้จะไปบอกยังไง  เสนอผ่านสื่อไปอย่างนี้ ถ้าผู้เกี่ยวข้องอยากรับไปพิจารณาก็รับ ไม่รับก็ไม่รับ ไม่ใช่เรื่องของผม เพราะประเทศนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียว” เอากับเขาสิ
อรนุช วานิชทวี

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 11.26 น.

 

ที่มา เดลินิวส์

You might also like