Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

เหตุใด…บัณฑิตครูเดินไม่ถึงฝัน

Advertisement

0

เหตุใด…บัณฑิตครูเดินไม่ถึงฝัน

เหตุใด…บัณฑิตครูเดินไม่ถึงฝัน กระบวนการผลิตหรือระบบการคัดเลือก? : ชุลีพร อร่ามเนตร- เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

         
 อัตราการสอบเข้าแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยกรณีทั่วไป
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ครั้งที่ 2/2558 ที่ผ่านมา
พบมีผู้ที่สอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 เพียง 19,940 คน
หรือคิดเป็นร้อยละ 19.12 จากจำนวนผู้เข้าสอบทั้งสิ้น 104,265 คน
เป็นตัวเลขที่สพฐ.บอกว่าไม่น้อยและสูงเกินกว่าเป้า

          
แต่ทำให้เกิดข้อกังขาถึงเรื่องคุณภาพการผลิตบัณฑิตครูในปัจจุบัน
เหตุใดผู้ที่เรียนจบหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์โดยตรงไม่สามารถสอบคัด
เลือกเพื่อเป็น “ครู” ได้
มาตรฐานและคุณภาพการเรียนการสอนย่อหย่อนจนส่งผลกระทบต่อบัณฑิตครูที่จบมาไม่
มีศักยภาพอย่างนั้นหรือ…คุณภาพครูถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคุณภาพเด็ก
ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เฟ้นหามาตรการเพื่อพัฒนาคุณภาพครู
แก้ไขและเยียวยาเพื่อคงครูที่มีคุณภาพอยู่ในระบบให้นานที่สุด
ความพยายามล่าสุดมีแนวคิดจะคัดกรองสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพแท้จริงมาทำ
หน้าที่ผลิตครู
โดยเฉพาะเบื้องต้นเสนอไอเดียให้ใช้วิธีการกำหนดเป้าหมายจำนวนบัณฑิตที่เข้า
สู่วิชาชีพครูของแต่ละแห่งมาเป็นตัวชี้วัด
เพื่อการันตีคุณภาพของสถาบันการศึกษานั้นๆ
ซึ่งถ้าไม่มีคุณภาพจริงคงไม่สามารถผลิตบัณฑิตครูอย่างที่ต้องการได้
ไม่มีคนสนใจมาเลือกเรียน และอาจต้องปิดตัวไปในที่สุด

          
มองลึกลงไปถึงคุณภาพบัณฑิตครูผ่านการสอบคัดเลือก “รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์”
ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ในฐานะผู้ดูแลการออกข้อสอบคัดเลือกครูให้สพฐ.มาหลายสมัย ให้ความเห็นว่า
เวลานี้เราไม่มีข้อสอบกลางที่เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อนำมาใช้จัดสอบ
ไหนจะปัญหาเรื่องการทุจริตข้อสอบรั่วมาหลอกหลอนเป็นเหตุให้สพฐ.ต้องหาผู้
บริหารจัดการสอบคือมหาวิทยาลัยต่างๆ มาทำหน้าที่
แต่พบว่ามีผู้ทำงานนี้ไม่มากเนื่องจากต้องมีความรับผิดชอบสูงและต้องยอมรับ
ว่าการออกข้อสอบที่ผู้ออกข้อสอบต่างคนต่างสถาบันแม้จะกำหนดเนื้อหาสาระเดียว
กันไว้มาตรฐานข้อสอบก็ยังแตกต่างกัน

          
“เรื่องมาตรฐานข้อสอบที่แตกต่างกันนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การสอบครูผู้
ช่วยที่ผ่านๆ มาพบว่าบางเขตพื้นที่การศึกษามีคนสอบผ่านขึ้นบัญชีได้เยอะมาก
ขณะที่บางเขตพื้นที่ฯ มีผู้ผ่านน้อย
ซึ่งการที่มีผู้สอบผ่านน้อยก็อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ได้แก่
1.ข้อสอบยากเกินไป 2.คุณสมบัติคนสมัครสอบต่างกัน และ
3.การกำหนดกรอบคิดเนื้อหาโครงสร้างการสอบแตกต่างกัน
ซึ่งทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งต้องมองพื้นฐานการผลิตครูของแต่ละสถาบันที่จะมีจุด
เน้นไม่เหมือนกัน ก็ส่งผลต่อคุณภาพบัณฑิตย่อมต่างกัน” รศ.ดร.สุขุมกล่าว

          
สำหรับข้อสอบคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม จะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
ระดับพื้นฐานที่ควรรู้ เป็นความรู้พื้นฐานที่ควรรู้ในวิชาชีพครู ระดับกลาง
มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ แต่อาจจะไม่ลึกมาก และระดับการจำแนก
ซึ่งสามารถคัดคนที่เก่งดีมีคุณภาพ ทำให้ได้ครูคุณภาพได้
เพราะฉะนั้นการจะคัดเลือกคน
ความยาก-ง่ายของข้อสอบการคัดเลือกมีนัยสำคัญที่จะทำให้ได้ครูมีคุณภาพหรือ
ครูไม่มีคุณภาพเช่นกัน

          
“ปัจจุบันการสอบคัดเลือกครูยังไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพ
แต่มุ่งเน้นเพื่อคัดเลือกคนที่จะมาบรรจุเป็นครูไปสอนเด็กเท่านั้นทั้งที่การ
สอบคัดเลือกเพื่อให้ได้ครูเก่งครูดีตรงนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดอยากให้
ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบหันมามอง
แต่เวลานี้เรายังวนเวียนกับหลุมดำของปัญหาการทุจริตข้อสอบรั่ว
ทำให้การสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกครูผู้ช่วยแต่ละครั้งที่พุ่งเป้าไปที่การ
ได้คนมาเป็นครูกระบวนการดำเนินการต้องไม่มีปัญหา เหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่
ซึ่งผมเชื่อว่าถ้ากลับมามองในมิติคุณภาพมากขึ้นจุดนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพ
การศึกษาไทยได้พอสมควร” รศ.ดร.สุขุมกล่าว

          
ขณะที่ฝ่ายสถาบันผลิตครูมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “รศ.ดร.สุรชัย
จิวเจริญสกุล” คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กล่าวว่าปัจจัยที่อาจส่งผลให้ผู้ที่จบครูไม่สามารถสอบบรรจุครูได้นั้น
ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากสาขาที่เปิดรับไม่สอดคล้องกับความสามารถของครูที่จบ
ซึ่งเมื่อครูไปสอบทำให้ไม่มีองค์ความรู้ในวิชานั้นๆ เท่าที่ควร

          
อีกทั้งเรื่องดังกล่าวยังสะท้อนถึงคุณภาพหลักสูตรได้
เพราะตอนนี้หลักสูตรของสถาบันผลิตครูแต่ละแห่งมีความอิสระในการบริหารจัดการ
จัดการเรียนการสอนหลักสูตรของตนเอง
ดังนั้นทำให้คุณภาพมาตรฐานของแต่ละหลักสูตรสถาบันการผลิตมีความแตกต่างกัน
คุณภาพของบัณฑิตครูที่จบออกมาจึงแตกต่างกันด้วย

          
“สถาบันผลิตครูแต่ละแห่งมีแนวทางกระบวนการผลิตครูแตกต่างกันบางแห่งอาจมุ่ง
ผลิตครูที่มีองค์ความรู้แต่ขาดทักษะการสอน
หรือผลิตครูมีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีองค์ความรู้และมีทักษะการสอน
ซึ่งขึ้นอยู่กับเป้าหมายบริบทของครูแต่ละพื้นที่
แต่เชื่อว่าทุกแห่งมีการจัดการศึกษาเพื่อผลิตครูให้เป็นครูที่สมบูรณ์แบบ
มีความรู้ในวิชาสอน มีจิตวิญญาณของความเป็นครู
และที่สำคัญครูรุ่นใหม่ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตัวเอง จัดกิจกรรม
มีวิธีการสอนใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับลักษณะของเด็กรุ่นใหม่”

          
รศ.ดร.สุรชัย บอกอีกว่า
หลักสูตรการผลิตครูมีแนวทางในการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องและมีความทันสมัยมาก
ขึ้น โดยพยายามมุ่งผลิตครูที่เน้นการสอนแบบคิดวิเคราะห์
มีจิตวิญญาณของความเป็นครู และมีทักษะในการสอน
ซึ่งเรื่องการสอบเข้านั้นหากต้องการให้ครูสอบเข้าได้มากขึ้นไม่ใช่เพียง
หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างสถาบันผลิตครูที่ต้องกลับมาทบทวนถึงกระบวนการ
เรียนการสอนการผลิตครูแต่ละสถาบันให้มีความเชื่อมโยงมุ่งไปในทิศทางมี
มาตรฐานและคุณภาพที่เท่าเทียมกันเท่านั้น

          
“ระบบการผลิตครูในประเทศไทยมีแนวทางในการปฏิรูปปรับเปลี่ยนหลายต่อหลายครั้ง
แต่ยังไม่สามารถยกระดับพัฒนาคุณภาพครูได้ตามความเป็นจริง
กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหน่วยงานที่กำกับดูแล
ต้องเอาจริงเอาจัง มีระบบในการพัฒนาครูอย่างแท้จริงด้วย
ต้องดูว่าบทบาทหน้าที่ของครูในปัจจุบันและอนาคตเป็นเช่นใดคนเป็นครูต้องมี
ลักษณะอย่างไร และสำรวจว่าคณะใด มหาวิทยาลัยใด มีศักยภาพในการผลิตครู
แล้วครูมีความรู้ความสามารถสอบเข้าได้จำนวนมากหรือมีหลักในการพัฒนาครูที่ดี
ก็นำมาเป็นต้นแบบให้แก่สถาบันอื่นๆ
ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยสถาบันไหนผลิตครูดีก็ผลิตต่อไป
ขณะเดียวกันหน่วยงานที่ใช้ครูอย่างสพฐ.เองก็ต้องบอกให้ได้ว่าต้องการเด็กแบบ
ไหน ครูอย่างไร และในแต่ละวิชาต้องการสัดส่วนเท่าใด
สถาบันผลิตครูได้ผลิตตอบโจทย์
รวมถึงสถาบันผลิตครูก็ต้องมุ่งผลิตครูคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ”
รศ.ดร.สุรชัยแนะนำทิ้งท้าย

           ทุกฝ่ายทั้งคนผลิต คนใช้ คงต้องร่วมมือกันแก้ปัญหานี้ 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก 11 ม.ค. 59

You might also like