Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

แคะขี้หู…ดีหรือไม่

Advertisement

แคะขี้หู…ดีหรือไม่

เพิ่มเพื่อน


Advertisement

พอกล่าวถึง ” ขี้หูคน

ส่วนใหญ่จะหมายถึงสิ่งปฏิกูลหรือของเสียที่ร่างกายของคนเราขับถ่ายที่ไหลออก
มาจากรูหู เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดความสกปรกและไม่น่าดู
จึงมีความพยายามในการกำจัดขี้หูให้หมดสิ้นไป
ด้วยเครื่องมือและกรรมวิธีต่างๆ เช่น การแคะหู การใช้ไม้พันสำลีเช็ดขี้หู
เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่จะเป็นการสร้างปัญหาให้แก่หู เช่น ทำให้ขี้หูอัดแน่น
อุดตัน และส่งผลต่อการได้ยิน หรือทำให้เกิดการติดเชื้อใน
หูชั้นนอกได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น การกำจัดขี้หูอย่างไม่เหมาะสม จึงเป็นการ
สร้างปัญหาและทำให้เกิดอันตรายหรือเกิดผลเสียต่อหู
มากกว่าที่จะเกิดผลดีต่อสุขภาพของหู ทั้งนี้เพราะขี้หูมีความสำคัญต่อรูหู
ช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมและการติดเชื้อที่จะเข้าสู่รูหู
จึงควรดูแลสุขลักษณะที่ดีของรูหูและขี้หู
ให้เกิดผลดีทั้งในด้านสุขภาพและความสวยงาม ดังจะกล่าวต่อไปนี้

ขี้หู : เกิดขึ้นได้อย่างไร?

“ขี้หู” หรือ ear wax เกิดจากการรวมตัวของสารที่ขับจากต่อมขี้หู และต่อมไขมันที่อยู่ในช่องหูชั้นนอก เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่รูหู ป้องกันการติดเชื้อและป้องกันแมลงมิให้เข้าใกล้หู หรือเข้าไปในช่องหู ลักษณะและปริมาณของขี้หูแต่ละคนมีความแตกต่างกัน 

โดยธรรมชาติขี้หูจะถูกผลักดันออกสู่นอกช่องหูวันละน้อย
โดยการเคลื่อนตัวออกนอกของเซลล์ผิวหนังชั้นผิว ที่ปกคลุมหูชั้นนอกอยู่
จึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีแคะ เขี่ย หรือล้างทำความสะอาดแต่อย่างใด
ทั้งนี้ขี้หูมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน ทำให้มีสีหลากหลายตั้งแต่เหลืองทอง
น้ำตาล จนถึงดำได้แก่

border=0>ส่วนเซลล์ผิวหนังในรูหูที่ตายแล้ว
ทำให้ขี้หูมีส่วนประกอบหลักเป็นโปรตีนเหนียว (เคราทิน / keratin)
ซึ่งส่วนนี้ดูดซับน้ำได้

border=0>ส่วนไขมันจากต่อมไขมันในรูหู (oil) ส่วนนี้จะไม่ดูดซับน้ำ

ส่วนขี้ผึ้ง (wax) จากต่อมเหงื่อที่ทำหน้าที่พิเศษในการผลิตขี้หู (ceruminous glands) ส่วนนี้ไม่ดูดซับน้ำ

นอก
จากนี้ ขี้หูยังแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ขี้หูแห้ง (dry) และขี้หูเปียก (wet)
โดยมีพันธุกรรมขี้หูเปียกเป็นลักษณะเด่น (dominant)
พันธุกรรมขี้หูแห้งเป็นลักษณะด้อย (recessive)

ดังนั้นโลกเราจึงแบ่งเป็น 2 ซีก ตามลักษณะของขี้หู คือ
คนเอเชียและอินเดียนแดงในอเมริกา ซึ่งคาดว่า
น่าจะสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษในเอเชียข้ามน้ำข้ามทะเลไปนานแล้ว
เป็นพวกขี้หูเปียก ส่วนพวกฝรั่ง (คอร์เคเชียน) และอาฟริกา
โดยเฉพาะคนผิวดำในอเมริกา (อาฟริกันอเมริกัน)
มีแนวโน้มจะเป็นพวกขี้หูแห้ง    

ในกรณีที่นับรวมคนอาฟริกาไว้กับฝรั่ง เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้
มีการศึกษาด้านพันธุกรรมพบว่า “คนผิวดำเป็นบรรพบุรุษของฝรั่งผิวขาว”
จึงต้องนับรวมไว้ด้วยกัน

การเคลื่อนของขี้หู

ขี้ หูมีการเคลื่อนที่
(ceruminokinesis) และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างขี้หูและถูกหลั่งออกมาสู่ด้านในของรูหู
ตำแหน่งใกล้ๆ กับแก้วหู ระยะนี้ขี้หูจะมีลักษณะนุ่ม เหลว ไม่มีสี
และไม่มีกลิ่น ต่อมาขี้หูจะค่อยๆ เคลื่อนที่ออกมาสู่ภาย
นอกด้วยผลของการขยับเคลื่อนที่ของขากรรไกร เมื่อ
ขี้หูเคลื่อนที่ออกมาด้านนอกจะทำให้ขี้หูเปลี่ยนไปมีสีเข้มขึ้น เหนียวข้น
และมีกลิ่น

ทำไมขี้หูจึงมีสีน้ำตาล?

Advertisement

ลักษณะของ ขี้หูจะแตกต่างกันตามเผ่าพันธุ์
ของมนุษย์ พบว่า คนผิวขาว (ชาวยุโรป) และคนผิวดำ (ชาวแอฟริกัน)
จะมีขี้หูที่มีสีน้ำตาลตั้งแต่อ่อนๆ จนถึงเข้ม และมีลักษณะเหนียว ข้น
และชื้น ขณะที่คนผิวเหลือง (ชาวเอเชียและชาวอินเดียนแดง)
จะมีขี้หูเป็นสีเทาหรือสีแทน (gray or tan) และมีลักษณะไม่เหนียว ข้น
และชื้น เหมือนชาวยุโรปและแอฟริกัน แต่จะเปราะและแห้ง
ซึ่งเกิดจากความแตกต่างในองค์ประกอบของไขมันและสีผิวของขี้หู

การแคะหูบ่อย ๆ จะส่งผลหรืออันตรายอย่างไรบ้าง ?

ในประเทศอเมริกามีประชาชนประมาณ 305 ล้านคนที่มีปัญหาขี้หูอุดตันจนต้องไปหาหมอปีละ 12 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 4 ต่อปี ซึ่งการเกิดขี้หูอุดตันนั้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการแคะหู โดยการใช้ไม้พันสำลีหรือการคัทตอนบัท (cotton bud) บ่อย ๆ เพราะคนส่วนใหญ่เคยชินกับการทำความสะอาดรูหู ด้วยการแคะด้วยคัทตอนบัท และมักคิดว่าเป็นการทำความสะอาดรูหูด้วยวิธีที่ถูกต้อง

แต่จริง ๆ แล้วขี้หูที่ติดมากับปลายคัทตอนบัทนั้น
เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ยังมีขี้หูจำนวนมากที่ถูกคัทตอนบัทแทงทะลุไปด้านในของรูหู
ซึ่งจะเป็นการสร้างการต้านกลไกการเคลื่อนที่ออกมาของขี้หูโดยธรรมชาติ
ทำให้ขี้หูมีความแข็งและการเป็นขี้หูอุดตันในที่สุด

สำหรับอาการของคนที่มีขี้หูอุดตันคือ อาจจะมีอาการคัน ปวด มึน
และได้ยินเสียงแว่วในหู หรือในบางคนอาจจะไอบ้าง
และการที่มีขี้หูอุดตันจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
อาจรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคหูน้ำหนวกเลยก็ได้
อีกประการที่สำคัญหากขี้หูอุดตันจะส่งผลต่อการได้ยินได้

นอกจากนี้
ผู้ที่ใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง ผู้ที่มีรูหูโค้งงอมากกว่าปกติ
ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตและผู้ที่มีปัญหาทางไขสันหลัง
จะเกิดขี้หูอุดตันได้ง่ายกว่าปกติด้วย


หากขี้หูอุดตันจริงจะมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง ?

การ
รักษาขี้หูอุดตันแพทย์จะทำการกำจัดออก และอาจใช้ยาละลายขี้หู
(ceruminolytic agents) เพื่อช่วยให้ขี้หูอ่อนนุ่มลง
และกำจัดขี้หูได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างยาละลายขี้หู เช่น
triethanolamine carbamide peroxide น้ำเกลือ เป็นต้น
ซึ่งอาจช่วยให้ขี้หูอ่อนนุ่มมากขึ้น และกำจัดออกได้ง่ายขึ้น

สำหรับกรณีที่ไม่มีปัญหาแก้วหูทะลุ หรือมีการอักเสบ-ติดเชื้อมาก่อน เช่น
ไม่มีโรคหูชั้นกลางอักเสบจนแก้วหูทะลุ น้ำหนองไหลออกมาทางรูหู ฯลฯ
การใช้น้ำมันมะกอกก็สามารถช่วยได้ โดยการหยอดหูก่อนนอน 2-3 หยด
ขี้หูจะอ่อนตัวลงภายใน 1 สัปดาห์อย่างแน่นนอน 

วิธีการหยอด
ควรตะแคงให้หูข้างที่ขี้หูอุดตันอยู่ด้านบน
หลังจากหยอดน้ำมันมะกอกแล้วให้นอนตะแคงท่านั้นต่อไปอย่างน้อย 5 นาที
ก่อนเปลี่ยนท่าเสมอ หรือจะเป็นการละลายโซเดียม ไบคาร์บอเนต (sodium
bicarbonate) หรือผงฟูที่ใช้ทำขนมปัง (baking soda) 5% (= ผงฟู 5
กรัมในน้ำสะอาด 100 มิลลิลิตร = ผงฟู 1 ช้อนชามาตรฐานในน้ำสะอาด 100 มล.)
หรือผงฟูที่ใช้ทำขนมปังใช้ก็ได้ดีมากเหมือนกัน
วิธีการก็เหมือนกับการหยอดน้ำมันมะกอก แต่ต้องทำอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง
เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก็สามารถทำให้ขี้หูอ่อนนุ่มลงได้

หาก
ต้องการป้องกันไม่ให้เกิดขี้หูอุดตันแนะนำว่า ไม่ควรใช้ไม้สำลี
หรือคัทตอนบัทในการแคะหู หรือหากทนไม่ได้จริง ๆ จำเป็นต้องแคะหู
ก็ไม่ควรใช้บ่อย ๆ
และระวังอย่าให้น้ำเข้าหู
เพราะธรรมชาติของเยื่อบุในรู้หูบอบบาง
หากโดนน้ำที่มีความเข้มข้นจะทำให้เกิดอาการคันรูหู
โดยเฉพาะคนที่เคยมีประวัติการรักษาขี้หูอุดตัน
จะเกิดอาการแพ้และคันรูหูได้ง่ายกว่าปกติ เมื่อมีน้ำเข้าไปในรูหู
และอาจทำให้ทนไม่ไหวต้องใช้คัทตอนบัทแคะ และอาจจะหยุดใช้ต่อไปไม่ได้
จนกลายเป็นโรคเสพติดการแคะหูที่ต้องทำเป็นประจำได้

ประโยชน์ของขี้หู

ขี้หูจะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับรูหูชั้นนอก
ลักษณะข้นเหนียวของขี้หูจะช่วยเคลือบและจับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในรูหู
เช่น ฝุ่นและแมลง นอกจากนี้ ขี้หูยังมีคุณสมบัติเป็นกรด
ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคชนิดต่างๆ ในรูหูได้

เมื่อมีการขูดขีดหรือฉีกขาดเล็กน้อยในรูหู เช่น
แผลที่เกิดจากการแคะหูด้วยวัตถุแปลกปลอมต่างๆ
ขี้หูที่เคลือบผิวของรูหูจะช่วยบรรเทาและลดการติดเชื้อที่ผิวของรูหูได้
แต่ถ้าขี้หูถูกกำจัดออกไปจนหมด ก็อาจเกิดการติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

ถึง
แม้จะได้ชื่อว่า “ขี้หู” แต่ก็ไม่ใช่สิ่งสกปรกที่ต้องกำจัดแต่อย่างใด
เพราะอาจจะไปทำลายสภาพแวดล้อมที่ดีในรูหู การแคะหูโดยใช้วัตถุใดๆ
ก็ตามแหย่เข้าไปในรูหู อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
แม้แต่ปลายเล็บของเราเองก็อาจทำให้หูถลอก ติดเชื้อ และอักเสบได้ นอกจากนี้
ไม้แคะหูในร้านตัดผมชายก็อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคจากผู้หนึ่งไปสู่อีกผู้
หนึ่งได้ ดังนั้น ปกติแล้วไม่จำเป็นต้องล้างหรือทำความสะอาดภายในรูหู
เพียงแต่ทำความสะอาดใบหูด้านนอกระหว่างอาบน้ำก็เพียงพอแล้ว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

สสส

http://health.kapook.com/view10493.html


http://www.doctor.or.th/article/detail/4065#.UYrzkmDSdwY.twitter

You might also like