แจงครูให้นักเรียนดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรค

677

แจงครูให้นักเรียนดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรค
สพป.ขอนแก่น เขต 3 แจง ครูประถมศึกษาให้นักเรียนดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรค เป็นการสื่อสารเข้าใจผิด ชี้ ครูทำจริงแต่ให้เด็กดื่มน้ำสมุนไพร แจ้งผู้บังคับบัญชาครูให้ว่ากล่าวตักเตือนและยกเลิกการนำสมุนไพรรักษาโรคแล้ว ย้ำ หากเด็กเจ็บป่วยต้องยึดการรักษาแพทย์ปัจจุบันและจ่ายยาสามัญขั้นพื้นฐานเท่านั้น
จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 14.52 น.

ตามที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความของครูระดับประถมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ระบุว่า เราเป็นครูสอนเด็กประถมศึกษาตอนต้น เราจะทำน้ำปัสสาวะกลั่นสมุนไพรนำไปไว้ประจำที่โรงเรียนเวลาเด็กไม่สบาย เขาก็จะมาขอยากับเรา เราไม่ใช่ฝ่ายพยาบาลไม่มียา เราก็เลยเอาน้ำปัสสาวะกลั่นให้เด็กกินผสมน้ำ ครึ่งส่วน เด็กส่วนมากจะปวดท้องจนตัวงอ เพราะชอบกินน้ำอัดลม ขนมหวานไม่ทานข้าวเช้า หรือบางคนเป็นไข้ตัวร้อนมาก ผลปรากฏว่า หลังจากกินยาวิเศษของครูแล้วจะหายภายใน 30 นาที ทดลองมากับเด็กเกือบ 30 คน ได้ ผลทุกคนแต่เราจะบอกเด็กว่าเป็นน้ำมนต์มาจากวัด ไม่เชื่อต้องลองเอง ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถาม นายกวี วรรณศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโจดหนองแกหนองสิม อ.พล จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า  เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ซึ่งตนได้สอบถามครูคนดังกล่าวแล้ว พบว่า ครูเข้ารับการอบรมจากหมอเขียว แพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเป็นการอบรมหลักสูตรทำน้ำสมุนไพร โดยครูได้ทำน้ำสมุนไพรให้เด็กกินเพื่อรักษาโรคจริง แต่ไม่ได้ผสมน้ำปัสสาวะดังนั้นข้อความที่เห็นในโลกออนไลน์เป็นการสื่อสารที่เข้าใจผิด เนื่องจากครูมีอายุมากและไม่เชี่ยวชาญในการเล่นโซเชียล ทั้งนี้ ในวันที่ 27 ส.ค. ตนจะชี้แจ้งให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบว่าโรงเรียนมีความพร้อมในเรื่องของห้องพยาบาล ครูพยาบาล รวมถึง ยาสามัญ ที่จะใช้รักษาเด็กอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ตนจะเรียกครูคนดังกล่าวมาสาธิตวิธีการทำน้ำสมุนไพรรักษาโรคเพื่อให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่าย

ด้านนายสนอง สุดสะอาด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)เขต 3 ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว โดยเบื้องต้นได้สอบถามผอ.รร. พบว่า ครูคนดังกล่าวเป็นครูที่ชอบศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาจึงมีความเชื่อว่าในพระไตรปิฎกพระพุทธเจ้าให้ดื่มน้ำมูดเพื่อรักษาโรคจึงได้เข้ากลุ่มแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย แต่ที่การที่ครูแชร์ข้อมูลในโชเชียลได้ชี้แจ้งว่าเป็นกลุ่มปิดและอยากโชว์ว่าตัวเองก็ได้ทำปัสาวะมาให้นักเรียนดื่มรักษาโรคได้ ดังนั้น จึงให้ผอ.รร.ว่ากล่าวตักเตือนและห้ามทำน้ำสมุนไพรมาใช้รักษานักเรียนอีกอย่างเด็ดขาด และให้ยึดแนวทางการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น หรือ หากมีอาการที่รุนแรงให้นำส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลที่ห่างจากตัว โรงเรียนเพียง 300 เมตร

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อสมัยจีนโบราณ แต่สมัยนี้ต้องยึดการรักษาตามแนวทางของแพทย์แผนปัจจุบัน และที่สำคัญการที่เป็นครูการจะดำเนินการอย่างไรต้องยึดหลักวิชาการรองรับจะทำตามความเชื่อของตัวเองไม่ได้…

ที่มาข่าว : เดลินิวส์