Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

แฉหนี้ครูกู้ธนาคารออมสินส่อแนวโน้มเอ็นพีแอลพุ่งพรวดกว่า 6 หมื่นราย หลังกองทุนพิเศษ สกสค.เลิกอุ้ม หยุดผ่อนชำระแทน

Advertisement

        แฉหนี้ครูกู้ธนาคารออมสินส่อแนวโน้มเอ็นพีแอลพุ่งพรวดกว่า 6 หมื่นราย
หลังกองทุนพิเศษ สกสค.เลิกอุ้ม หยุดผ่อนชำระแทน เหตุครูจำนวนมากเบี้ยวหนี้
เผยบางรายเบี้ยวจ่ายตั้งแต่งวดแรก ๆ ไม่กลัวเป็นหนี้เน่า
เพราะรู้ว่ามีกองทุนพิเศษคอยช่วยเหลืออยู่

        เป็นข่าวสั่นสะเทือนวงการครูไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ
เอ็นพีแอลกำลังมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครูไทย
โดยเฉพาะครูที่กู้ยืมเงินจากธนาคารออมสินในโครงการเงินกู้ช.พ.ค.หลังจาก
สำนักงาน
สกสค.ได้มีหนังสือไปถึงธนาคารไม่อนุญาตให้หักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุน
พิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้
ช.พ.ค.เพื่อชำระหนี้แทนครูตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.2558 ที่ผ่านมา
ซึ่งจะส่งผลให้ครูที่ค้างชำระหนี้โครงการเงินกู้ช.พ.ค.กว่า 6
หมื่นรายจะกลายเป็นหนี้เอ็นพีแอลทันที

Advertisement

        นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ
บุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาหนี้สินครูว่า
รัฐบาลและรมว.ศึกษาธิการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก
ซึ่งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการ
สกสค.ที่หลายฝ่ายมองว่ามีส่วนทำให้ครูเป็นหนี้มากขึ้นโดยเฉพาะโครงการเงิน
กู้ต่าง ๆ นั้น ยอมรับว่า สกสค.มีโครงการเงินกู้หลายโครงการจริง
แต่ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาอยู่
อย่างไรก็ตามเท่าที่รวบรวมข้อมูลโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.
ที่ทำร่วมกับธนาคารออมสินมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน พบว่า
มีครูร่วมโครงการถึงกว่า 4 .6 แสนราย รวมเป็นวงเงินกู้กว่า 4 แสนล้านบาท

Advertisement

    
“ที่ผ่านมาครูที่เข้าร่วมโครงการจะมีทั้งที่มีวินัยการชำระหนี้ตามปกติ
ขณะเดียวกันก็มีจำนวนหนึ่งที่ไม่ชำระ
ซึ่งเท่าที่ทราบสาเหตุหนึ่งเพราะเป็นหนี้หลายทาง แต่อีกสาเหตุที่สำคัญ
เพราะเห็นว่ามีกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการ
สวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ชำระแทนให้”นายพินิจศักดิ์กล่าว

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
กองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้
ช.พ.ค. เป็น กองทุนที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.
และธนาคารออมสิน ในการจัดสวัสดิการโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. โดยมีเงื่อนไขว่า
สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.
จะได้รับเงินสนับสนุนการดำเนินโครงการตั้งแต่โครงการที่ 2-7 โดยโครงการที่
2-3 ได้ค่าตอบแทนร้อยละ 0.50 โครงการที่ 4 ได้ร้อยละ 0.75 โครงการที่ 5
ได้ ร้อยละ 1 โครงการที่ 6 ร้อยละ 0.75 และโครงการที่ 7 ได้ร้อยละ 0.50
ซึ่ง สำนักงาน สกสค.จะนำเงินส่วนนี้มาใช้ในการบริหารโครงการ
และกันส่วนหนึ่งเพื่อใช้สำรองจ่ายหนี้ชำระแทนครู
ซึ่งพบว่าบางรายเจตนาไม่ชำระตั้งแต่งวดแรก ๆ

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน
สกสค.ได้มีหนังสือไปถึงธนาคารไม่อนุญาตให้หักเงินจากกองทุนฯแล้วตั้งแต่วัน
ที่ 31 ส.ค.2558 ที่ผ่านมา
ซึ่งการไม่อนุญาตให้หักเงินดังกล่าวจะทำให้ครูมีหนี้ค้างชำระสะสมจำนวนมาก
โดยข้อมูลหนี้สะสมค้างชำระล่าสุด ณ วันที่ 31 ส.ค.2558 อยู่ที่ 64,197 ราย
เป็นเงิน 5,388 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.2558 อยู่ที่ 62,466
ราย เป็นเงิน 5,196ล้านบาท
ในขณะที่ข้อมูลครูที่ค้างการชำระหนี้และถูกทางธนาคารฟ้องร้องดำเนินคดีก่อน
หน้านี้มีเพียงประมาณ 1,000 ราย เท่านั้น “

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันพุธที่ 23 กันยายน 2558 เวลา 6:00 น. 

You might also like