Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

แนวทางดำเนินงานของศธ.ภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 1. พัฒนาเด็กปฐมวัย 2. ปฏิรูปการศึกษา 3. จัดทำโครงสร้าง 4. พัฒนาครู

Advertisement

0

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ 14/2560 และการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2560
เมื่อวันอังคารที่ 4 เมษายน 2560 ณ
ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมี ม.ล.ปนัดดา
ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
รวมทั้งผู้บริหารฝ่ายการเมือง และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ
เข้าร่วมประชุม

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุม ดังนี้

● น้อมนำพระบรมราโชวาทฯ ที่ได้ทรงพระราชทานในวันข้าราชการพลเรือน

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้ข้าราชการทุกกระทรวงน้อมนำพระบรมราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงพระราชทานในวันข้าราชการพลเรือน เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2560 ความว่า

“งานราชการนั้น
คืองานของแผ่นดิน
มีผลเกี่ยวเนื่องโดยตรงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทุกคน ดังนั้น
ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน
จึงต้องทำความเข้าใจถึงความสำคัญในหน้าที่และความรับผิดชอบของตนให้ถ่องแท้
แล้วร่วมกันคิดร่วมกันทำ ด้วยความอุตสาหะ เสียสละ
และด้วยความสุจริตจริงใจ โดยถือประโยชน์ที่จะเกิดจากงานเป็นหลักใหญ่
งานของแผ่นดินทุกส่วน จักได้ดำเนินก้าวหน้าไปพร้อมกัน
และสำเร็จประโยชน์ที่พึงประสงค์
คือยังความเจริญมั่นคงให้เกิดแก่ประเทศชาติและประชาชนได้แท้จริงและยั่งยืนตลอดไป”

รวมทั้งขอให้น้อมนำลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความว่า “ทำตามหน้าที่ไป และคิดเอาเองว่าหน้าที่คืออะไร” ไปสู่การปฏิบัติด้วย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้รับข้อสั่งการมาเพื่อดำเนินการให้เป็นแนวปฏิบัติในการทำงานต่อไป


แนวทางดำเนินงานของ ศธ.ภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ดร.กมล รอดคล้าย
กล่าวด้วยว่า
ที่ประชุมได้หารือถึงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
ในวันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ
จะประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการในวันถัดไปทันที (7
เมษายน 2560) เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ

     1) การจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ยกร่างเป็นแนวทางไว้แล้ว
    
2) การปฏิรูปการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย
การปฏิรูปการศึกษา การจัดทำโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
และการพัฒนาครู
โดยคาดว่าภายหลังการหารือดังกล่าว จะมีแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน และรายงานต่อสาธารณชนรับทราบ


ผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (คปภ.)

เป็นการประชุมครั้งแรก ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560
เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
โดยในส่วนกลางจะมีกรรมการเพิ่ม 2 คน คือ
ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

เนื่องจากต้องการให้เกิดการขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
และเพื่อให้การอาชีวศึกษามีบทบาทมากขึ้น
อีกทั้งได้มีกำหนดอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
ของศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด
รวมถึงการให้ศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัดชุดเดิม
ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะแต่งตั้งชุดใหม่ได้
เพื่อไม่ให้การดำเนินงานขาดตอน

สำหรับการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดไปดำเนินการ
มีกรณีที่พิเศษ คือ
การมอบอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
เนื่องจากมีสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดจริง ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
คือ ปัตตานี,ยะลา, นราธิวาส, สตูล และ 4 อำเภอในสงขลา และ
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งดูแลรับผิดชอบโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานคร จึงไม่ต้องมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัด เนื่องจากมีคนทำงานอยู่แล้ว

ในส่วนของการบรรจุแต่งตั้งบุคลากร
ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากังวลมาก
เพราะในคำสั่งดังกล่าวระบุว่าเมื่อมีการดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
(กศจ.) แต่งตั้ง จึงรู้สึกว่าตัวเองเสียสิทธิ์
เพราะแต่เดิมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ลงนามแต่งตั้ง
ซึ่งที่ประชุม คปภ. มีมติว่าในการเสนอเรื่องแต่งตั้งหรือโยกย้าย
ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษา เสนอเรื่องเช่นเดิม
แต่เมื่อได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว กศจ.จะเป็นผู้ลงนาม
แล้วส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการเช่นเดิม ดังนั้น
จึงไม่ต้องกังวลว่าจะยึดตัวงานที่มีอยู่ไปทั้งหมด


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
4/4/2560

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

You might also like