Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

แนวปฏิบัติ การเลื่อน เงินเดือน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. (คลิกอ่านที่นี่!!)

Advertisement

สวัสดีครับทุกท่านช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่่หลายๆโรงเรียนได้เริ่มดำเนินการสอบปลายภาค/ปลายปีกันแล้ว ซึ่งอีกไม่นานก็คงจะมีการสั่งปิดเทอมเพื่อให้นักเรียนได้หยุดพัก(แต่ครูไม่หยุดนะครับ) แต่ก่อนที่จะปิดเทอมจะต้องมีการดำเนินการสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเป็นข้าราชการครูนั่นคือ การเลื่อนเงินเดือน ซึ่งในปีงบประมาณพ.ศ. 2561 จะเป็นปีสุดท้ายที่ข้าราชการครูฯ ของราจะได้เลื่อนเงินเดือนในงบระบบขั้น โดยต่อไปจะเลื่อนเงินเดือนเป็นแบบช่วงชั้นหรือแบบเปอร์เซ็นต์นั่นเอง

เพิ่มเพื่อน

แต่อย่างไรก็ตามในการเลื่อนเงินเดือนยังมีหลายๆท่านงุนงง สับสน ในการเลื่อนเงินเดือน วันนี้เว็บไซต์ครูอัพเดตดอทคอมจึงขอนำประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เรื่อง แนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นแนวทางในการเลื่อนเงินเดือนในปัจจุบัน มาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมในการเลื่อนเงินเดือนในครั้งนี้ เช่น ลากี่ครั้งถึงจะมีสิทธิ์ได้เลื่อนเงินเดือน มาสายกี่ครั้งถึงจะมีสิทธิ์ได้เลื่อนเงินเดือน หรือ ถ้าข้าราชการบางท่านไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนผู้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติอย่างไร เป็นต้น

Advertisement

>>รายละเอียดประกาศ<<

ด้วย ก.ค.ศ. ได้ออกกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550 โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไป
ประกอบกับประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ
ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2547
ซึ่งถือปฏิบัติมาตั้งแต่การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1 (1 เมษายน 2547) ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และ กฎ ก.ค.ศ. ดังกล่าว

เพื่อให้การบริหารงานบุคคลในเรื่องการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นธรรม และเหมาะสม โดยคำนึงถึง
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติราชการตามมาตรฐานต าแหน่ง สำนักงานคณะกรรมการ-
การศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดแนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ดังนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เรื่อง แนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ. 2551”

ข้อ 2 ให้ใช้แนวปฏิบัติตามประกาศนี้ เพื่อการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
ครั้งที่ 1 (1 เมษายน 2551) เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง หลักเกณฑ์และ
แนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2547

ข้อ 4 ในประกาศนี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรียกโดยย่อว่า สพฐ.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เรียกโดยย่อว่า สพท.

สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ เรียกโดยย่อว่า สพร.

สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เรียกโดยย่อว่า สศศ.

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรียกโดยย่อว่า เลขาธิการ กพฐ.

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เรียกโดยย่อว่า ผอ.สพท.

Advertisement

เขตพื้นที่การศึกษา หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา

สำนัก หมายถึง สำนัก หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักใน สพฐ.

สถานศึกษาใน สศศ. หมายถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา, ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด, โรงเรียนเฉพาะความพิการ,โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์
และโรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขตข้าราชการ หมายถึง ข้าราชการพลเรือนสามัญ, ข้าราชการครูและบุคลากร-ทางการศึกษาที่รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณของ สพฐ.

สำรองวงเงิน หมายถึง การสำรองวงเงินเลื่อนขั้นและหรือกันเงินเลื่อนขั้น

มีตัวอยู่จริง หมายถึง จำนวนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่จริง

ในหน่วยงานปัจจุบัน

ข้อ 5 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ให้ถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี หลักเกณฑ์และ
วิธีการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ตาม กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ. 2544 กฎ ก.ค.ศ.
ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550 และระเบียบ
กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือน
หรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือต าแหน่ง พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึง
องค์กรกลางบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้องได้มีหลักเกณฑ์ หรือมีมติอนุมัติเป็นหลักการให้ผู้บังคับบัญชาผู้มี
อำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้แก่ ข้าราชการเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายได้

ข้อ 6. การกำหนดจำนวนครั้งการลาและการมาทำงานสายให้ถือปฏิบัติตามหนังสือ สพฐ.

ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/371 ลงวันที่ 9 มกราคม 2547 ดังนี้

6.1 การลาบ่อยครั้ง

6.1.1 ลาเกิน 6 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในสถานศึกษา

6.1.2 ลาเกิน 8 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในสำนักงาน

สำหรับข้าราชการที่ลาเกินจำนวนครั้งที่กำหนด แต่วันลาไม่เกิน 15 วันทำการและมีผลการ
ปฏิบัติงานดีเด่น ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน อาจพิจารณาผ่อนผันให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้

6.2 การมาทำงานสายเนือง ๆ

6.2.1 มาทำงานสายเกิน 8 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในสถานศึกษา

6.2.2 มาทำงานสายเกิน 9 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในสำนักงาน

กรณีข้าราชการที่มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการคาบเกี่ยวระหว่างสถานศึกษากับสำนักงาน
ให้ใช้เกณฑ์ “การลาบ่อยครั้ง”ตามข้อ 6.1.2 และเกณฑ์ “การมาทำงานสายเนืองๆ” ตามข้อ 6.2.2

ข้อ 7 การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการทุกกลุ่มอันดับ
ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. หรือ ก.ค.ศ. กำหนด โดยแบบประเมินประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการให้ใช้ ดังนี้

7.1 ข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ใช้แบบประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล

การปฏิบัติงานของข้าราชการ ตามที่ ก.พ. กำหนด

7.2 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ใช้แบบประเมินประสิทธิภาพและ

ประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด

7.3 ให้สรุปคะแนนประเมินเป็นร้อยละ เพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
ดังนี้

ผลการประเมินดีเด่น ระดับคะแนนประเมินไม่ต่ ากว่า 90-100 %

อยู่ในข่ายที่อาจได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น

ผลการประเมินเป็นที่ยอมรับได้ ระดับคะแนนประเมินไม่ต่ ากว่า 60-89 %

อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น

ผลการประเมินต้องปรับปรุง ระดับคะแนนประเมินต่ ากว่า 60 %

ไม่ควรเลื่อนขั้นเงินเดือน

ข้อ 8 โควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ

8.1 การแบ่งกลุ่มโควตาและวงเงิน ให้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

8.1.1 กลุ่มที่ 1 ข้าราชการที่รับเงินเดือน อันดับ 1-8 อันดับครูผู้ช่วย คศ.1 คศ.2และ คศ.3

8.1.2 กลุ่มที่ 2 ข้าราชการที่รับเงินเดือน อันดับ 9-11 อันดับ คศ.4 – คศ.5

8.2 การนับจำนวนข้าราชการและอัตราเงินเดือนรวมของข้าราชการแต่ละกลุ่ม

ตามข้อ 8.1เพื่อคำนวณโควตาและวงเงินเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้นับจากจำนวนข้าราชการที่มีตัวอยู่จริง
ณ วันที่ 1 มีนาคม หรือวันที่ 1 กันยายน แล้วแต่กรณี ยกเว้นข้าราชการต่อไปนี้ให้นับที่สพฐ.

8.2.1 ผอ.สพท. และผู้รักษาราชการแทน

8.2.2 ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการ สพฐ.

8.2.3 ข้าราชการที่ช่วยปฏิบัติราชการที่สพฐ.

8.2.4 ข้าราชการที่ช่วยปฏิบัติราชการต่างสังกัด สพฐ.

8.2.5 ข้าราชการที่ช่วยปฏิบัติราชการหน่วยงานพิเศษเป็นประจำและเต็มเวลา

โดยมิได้ปฏิบัติราชการให้กับต้นสังกัด เช่น กอ.รมน., กรป.กลาง, ค.ร.ม. หรืออื่น ๆ

8.3 การจัดสรรโควตาและวงเงิน เพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้แก่ ข้าราชการ

กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 สพฐ. จัดสรรให้ในภาพรวมของ สำนัก/เขตพื้นที่การศึกษา/สศศ. ดังนี้

8.3.1 การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1(1 เมษายน) อนุมัติเป็นหลักการ

ให้เลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้นได้ไม่เกินโควตาร้อยละ 15 ที่คำนวณได้ จากจำนวนข้าราชการใน สำนัก/
เขตพื้นที่การศึกษา/สศศ. ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 มีนาคม เฉพาะจำนวนเต็ม สำหรับการปัดเศษของโควตา
สพฐ. จะแจ้งให้ทราบ

8.3.2 การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2(1 ตุลาคม) อนุมัติเป็นหลักการให้เลื่อนขั้น
เงินเดือน ได้ไม่เกินวงเงินร้อยละ 6 ที่คำนวณได้จากฐานอัตราเงินเดือนรวมของข้าราชการใน สำนัก/เขตพื้นที่
การศึกษา/สศศ. ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 กันยายน สำหรับการจัดสรรโควตาและวงเงินเพิ่มเติม (ถ้ามี)
สพฐ. จะแจ้งให้ทราบ

8.4 การใช้โควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ กลุ่มที่ 1และกลุ่มที่ 2

8.4.1 การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1 (1 เมษายน) ให้เลื่อน 1 ขั้นได้ไม่เกินโควตาร้อยละ 15 ของจำนวนข้าราชการ ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 มีนาคม โดยรวมข้าราชการที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษในอัตราร้อยละ 4 ไว้ในโควตานี้ด้วย

8.4.2 การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) ให้เลื่อนได้ไม่เกินวงเงินร้อยละ 6 ที่คำนวณได้จากฐานอัตราเงินเดือนรวมของข้าราชการ ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 กันยายนโดยให้นำจำนวนเงินที่ใช้เลื่อนขั้นไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน (ไม่รวมค่าตอบแทนพิเศษ) มาหักออกก่อนซึ่งวงเงินที่เหลือใช้เป็นกรอบวงเงินสำหรับ

(1) การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม)

(2) การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการเพื่อประโยชน์ในการคำนวณ บำเหน็จบำนาญ ณ วันที่ 30 กันยายน

(3) การให้ค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการผู้ได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงหรือ
ใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับ ณ วันที่ 1 ตุลาคม(ยกเว้นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพิเศษ)

(4) การสำรองวงเงินเลื่อนขั้นทุกกรณี รวมทั้งการสำรองวงเงินที่มีผลต่อการเลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายนทั้งนี้ การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม ) จำนวนผู้ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนรวมทั้งปี 2 ขั้น ต้องไม่เกินโควตาเมื่อคราวการเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1 (1 เมษายน) ซึ่งประกอบด้วยโควตาตัวเต็ม รวมกับการปัดเศษ(ถ้ามี) และหรือโควตาที่ สพฐ.จัดสรรเพิ่มเติมให้(ถ้ามี) ทั้งนี้ ให้รวมจำนวนผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ซึ่งเป็นผลจากการพิจารณาให้เลื่อน 2 ขั้น ไว้ในโควตานี้ด้วย

8.5 การแบ่งสัดส่วนการใช้โควตาและวงเงินเลื่อนขั้นในแต่ละกลุ่ม ให้แบ่ง ดังนี้

8.5.1 ข้าราชการใน สพฐ.

8.5.2 ข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

(1) กลุ่มข้าราชการในสถานศึกษา

(2) กลุ่มผู้อำนวยการสถานศึกษา

(3) กลุ่มข้าราชการที่ปฏิบัติงานใน สพท.

8.5.3 ข้าราชการในสถานศึกษาสังกัดสศศ. แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

(1) กลุ่มข้าราชการในสถานศึกษา

(2) กลุ่มผู้อำนวยการสถานศึกษา

ทั้งนี้ ให้สำนัก/เขตพื้นที่การศึกษา/สศศ. แบ่งสัดส่วนการใช้โควตาและวงเงินเลื่อนขั้นในสัดส่วนที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยคำนึงถึง

(ก) ข้าราชการที่มีผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง

(ข) ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องถิ่นห่างไกล/ทุรกันดาร (ตามประกาศกระทรวง
การคลัง) หรือการคมนาคมไม่สะดวก หรือมีความยากลำบากในการปฏิบัติงาน

(ค) หน่วยงานการศึกษาที่ขาดแคลนอัตรากำลังแต่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสูง

ข้อ 9 โควตาและวงเงินที่เหลือจากการใช้เลื่อนขั้นเงินเดือน ซึ่ง สำนัก ได้แจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนต่อ สพร. หรือ สพท./สศศ. ได้รายงาน สพฐ. แล้ว ไม่อนุญาตให้นำมาใช้อีก และให้สพฐ. เป็นผู้รวบรวมโควตาและวงเงินเพื่อจัดสรรต่อไป

ข้อ 10 การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ ดังนี้

10.1 คณะกรรมการระดับสำนัก

10.1.1 องค์ประกอบคณะกรรมการ ควรประกอบด้วย

(1) ผู้อำนวยการสำนัก ประธานกรรมการ

(2) ผู้ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักรองประธานกรรมการ
จำนวน 1 คน

(3) ผู้ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนัก(ถ้ามี) กรรมการ

(4) หัวหน้ากลุ่มหรือผู้ที่ผู้อำนวยการสำนัก กรรมการเห็นสมควรไม่น้อยกว่า 5 คน

(5) หัวหน้ากลุ่ม/ฝ่ายที่ได้รับมอบหมาย กรรมการและเลขานุการสำหรับหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักใน สพฐ. ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานนั้นเป็นประธานกรรมการ

10.1.2 หน้าที่ของคณะกรรมการ

(ก) ตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการในหน่วยงานเพื่อพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่กำหนด

(ข) กลั่นกรอง และพิจารณาผลการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยยึดประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติภารกิจเป็นหลัก

(ค) พิจารณา เสนอแนะ ให้ความเห็นและเสนอผลการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ต่อคณะกรรมการ ตามข้อ 10.2

10.2 คณะกรรมการระดับ สพฐ.

10.2.1 องค์ประกอบคณะกรรมการ ควรประกอบด้วย

(1) เลขาธิการ กพฐ. ประธานกรรมการ

(2) รองเลขาธิการ กพฐ. รองประธานกรรมการซึ่งกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของ สพร.

(3) รองเลขาธิการ กพฐ. กรรมการ

(4) ที่ปรึกษา สพฐ. ซึ่งกำกับดูแล กรรมการการปฏิบัติราชการของ สพร. (ถ้ามี)

(5) ผู้อำนวยการ สพร. กรรมการและเลขานุการ

(6) หัวหน้ากลุ่มที่รับผิดชอบการปฏิบัติราชการ ผู้ช่วยเลขานุการของกลุ่มงานเลื่อนขั้นเงินเดือน

(7) หัวหน้ากลุ่มงานเลื่อนขั้นเงินเดือน ผู้ช่วยเลขานุการ

10.2.2 หน้าที่ของคณะกรรมการกลั่นกรอง เสนอแนะการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการทุกกลุ่ม

10.3 คณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 คณะ ดังนี้

10.3.1 ระดับ สพท. หรือ สถานศึกษา ให้ผอ. สพท. หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา แต่งตั้งคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน โดยคณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการที่ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกำหนด

(ข) พิจารณาผลการปฏิบัติงาน ประกอบกับข้อมูลการลา พฤติกรรมการมาทำงาน ความประพฤติในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และข้อควรพิจารณาอื่นของผู้นั้น แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อผู้บังคับบัญชา

10.3.2 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ให้ผอ.สพท. แต่งตั้งคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน ควรประกอบด้วย

(1) ข้าราชการที่ปฏิบัติงานใน สพท.

(2) ข้าราชการในสถานศึกษา

(3) ผู้อำนวยการสถานศึกษา

โดยคณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนจากโควตาและวงเงินที่เหลือจากการใช้เลื่อนขั้น

เงินเดือน ตามข้อ 8.4 และหรือได้รับการจัดสรรเพิ่มเติมจาก สพฐ. (ถ้ามี)

(ข) รายงานผลการพิจารณา ต่อ ผอ.สพท. ทั้งนี้ หาก ผอ.สพท. เห็นสมควรให้มีคณะทำงาน หรือคณะบุคคลใด ทำหน้าที่

ตรวจสอบ หรือกลั่นกรองข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา ก่อนนำเสนอคณะกรรมการตามข้อ 10.3.2
ก็ให้กระทำได้

10.4 คณะกรรมการสถานศึกษาในสังกัด สศศ.คณะกรรมการและหน้าที่ของคณะกรรมการให้ใช้แนวทางของคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษาโดยอนุโลม ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการในข้อ 10 ให้คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล และ การพิจารณา
ทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองด้วย

ข้อ 11 ขั้นตอนการดำเนินการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ

11.1 ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการโดยพิจารณาจากแฟ้มสะสมงาน สมุดบันทึกผลงานและคุณงามความดีของข้าราชการ แล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการตามข้อ 10

11.2 การรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการ

11.2.1 ข้าราชการใน สพฐ.

(1) สำนัก นำผลการประเมินของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ประเมิน จัดลำดับที่ความดีความชอบและจัดทำบัญชีแจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนแยกแต่ละกลุ่มอันดับเสนอคณะกรรมการระดับสำนัก

(2) คณะกรรมการระดับสำนัก จัดลำดับที่ความดีความชอบผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามที่สำนักเสนอ แล้วจัดทำบัญชีแจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการแยกแต่ละกลุ่มอันดับ ส่ง สพร.

อันดับใน สพฐ. ต่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
(3) สพร. นำผลการพิจารณาของคณะกรรมการ เสนอคณะกรรมการระดับสพฐ. เพื่อพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน แล้วนำผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับ สพฐ. เสนอผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

11.2.2 ข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา(1) สพท./สถานศึกษา นำผลการประเมินของผู้บังคับบัญชาเสนอ
คณะกรรมการระดับ สพท./สถานศึกษา

(2) คณะกรรมการระดับ สพท./สถานศึกษา พิจารณาผลการประเมินของผู้บังคับบัญชาตามที่สพท./สถานศึกษาเสนอ แล้วรายงานผลให้ผอ.สพท.หรือผู้อำนวยการสถานศึกษาทราบ

(3) สพท./สถานศึกษา จัดทำบัญชีหมายเลข 1 และหรือ บัญชีหมายเลข 2ตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการ แยกแต่ละกลุ่มอันดับ ส่ง สพท. พร้อมด้วย บัญชีหมายเลข 3-5รายงานการประชุมของคณะกรรมการ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

(4) สพท. นำผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับ สพท./สถานศึกษาเสนอคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษา

(5) สพท. นำผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษาเสนอขอความเห็นชอบต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

11.2.3 ข้าราชการในสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษให้นำวิธีการและรูปแบบบัญชีที่ใช้กับข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษามาใช้โดยอนุโลม

11.3 การจัดทำบัญชีรายละเอียดเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ

บัญชีหมายเลข 1 คือ บัญชีผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1.5 ขั้น(เอกสารหมายเลข 4/1) ใช้เฉพาะการเลื่อนขั้นเงินเดือนในครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) เท่านั้น

บัญชีหมายเลข 2 คือ บัญชีผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น(เอกสารหมายเลข 4/2)

บัญชีหมายเลข 3 คือ บัญชีผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น(เอกสารหมายเลข 4/3)

บัญชีหมายเลข 4 คือบัญชีผู้ไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน(เอกสารหมายเลข4/4)

บัญชีหมายเลข 5 คือ บัญชีแสดงการสำรองวงเงินเลื่อนขั้นเงินเดือน (เอกสารหมายเลข 4/5)

11.4 การเสนอผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

11.4.1 ให้ สพฐ. นำผลการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการใน สพฐ. ของ

คณะกรรมการระดับ สพฐ. เสนอเลขาธิการ กพฐ. หรือผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

11.4.2 ให้ สพท. นำผลการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการในสังกัดซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ให้ความเห็นชอบแล้ว เสนอผู้มีอำนาจฯ สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

11.4.3 ให้ สศศ. นำผลการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการในสังกัด

ซึ่ง อ.ก.ค.ศ. สศศ. ให้ความเห็นชอบแล้ว เสนอผู้มีอำนาจฯ สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

10.3 คณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 คณะ ดังนี้

10.3.1 ระดับ สพท. หรือ สถานศึกษา ให้ผอ. สพท. หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา แต่งตั้งคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน โดยคณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการที่ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกำหนด

(ข) พิจารณาผลการปฏิบัติงาน ประกอบกับข้อมูลการลา พฤติกรรมการมาทำงาน ความประพฤติในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และข้อควรพิจารณาอื่นของผู้นั้น แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อผู้บังคับบัญชา

10.3.2 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ให้ผอ.สพท. แต่งตั้งคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน ควรประกอบด้วย

(1) ข้าราชการที่ปฏิบัติงานใน สพท.

(2) ข้าราชการในสถานศึกษา

(3) ผู้อำนวยการสถานศึกษา

โดยคณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนจากโควตาและวงเงินที่เหลือจากการใช้เลื่อนขั้นเงินเดือน ตามข้อ 8.4 และหรือได้รับการจัดสรรเพิ่มเติมจาก สพฐ. (ถ้ามี)

(ข) รายงานผลการพิจารณา ต่อ ผอ.สพท.ทั้งนี้ หาก ผอ.สพท. เห็นสมควรให้มีคณะทำงาน หรือคณะบุคคลใด ทำหน้าที่

ตรวจสอบ หรือกลั่นกรองข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา ก่อนนำเสนอคณะกรรมการตามข้อ 10.3.2 ก็ให้กระทำได้

10.4 คณะกรรมการสถานศึกษาในสังกัด สศศ. คณะกรรมการและหน้าที่ของคณะกรรมการให้ใช้แนวทางของคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษาโดยอนุโลม ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการในข้อ 10 ให้คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล และ การพิจารณา
ทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองด้วย

ข้อ 11 ขั้นตอนการดำเนินการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ

11.1 ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการโดยพิจารณาจากแฟ้มสะสมงาน สมุดบันทึกผลงานและคุณงามความดีของข้าราชการ แล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการตามข้อ 10

11.2 การรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการ

11.2.1 ข้าราชการใน สพฐ.

(1) สำนัก นำผลการประเมินของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ประเมิน จัดลำดับที่ความดีความชอบและจัดทำบัญชีแจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนแยกแต่ละกลุ่มอันดับเสนอคณะกรรมการระดับสำนัก

(2) คณะกรรมการระดับสำนัก จัดลำดับที่ความดีความชอบผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามที่สำนักเสนอ แล้วจัดทำบัญชีแจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการแยกแต่ละกลุ่มอันดับ ส่ง สพร.

ข้อ 12 การพิจารณาเลื่อนขั้น เงินเดือนข้าราชการครู ที่ช่วยราชการระหว่างสพฐ ให้พิจารณาดังนี้

12.1 กรณีที่มาช่วยราชการระหว่างครึ่งปีโดยมีผลการปฏิบัติงานคาบเกี่ยวกันทั้งสองทางให้เขตพื้นที่การศึกษาที่ข้าราชการมาช่วยราชการ นำผลการปฏิบัติงานในช่วงก่อนที่จะช่วยราชการมาประกอบการพิจารณาแล้วแจ้งผลการพิจารณาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดเป็นผู้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

12.2 กรณีที่มาช่วยราชการโดยมี ผลการปฏิบัติงานทางเขตพื้นที่การศึกษาที่ช่วยราชการครบ 1 ปี ให้เขตพื้นที่การศึกษาที่ข้าราชการมาช่วยราชการเป็นผู้พิจารณาแล้วแจ้งผลการพิจารณา ไปให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ต้นสังกัดเป็นผู้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

ข้อ 13 การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการที่ได้รับการเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในวงเล็บย้ายหรือรับโอนมาจากส่วนราชการอื่นในระหว่างขึ้นปีของการเลื่อนขั้นเงินเดือนแต่ละครั้งให้เขตพื้นที่การศึกษาที่รับย้ายรับโอนเป็นผู้พิจารณาสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยนำผลการปฏิบัติงานจากเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการแบบมาประกอบการพิจารณา

ข้อ 14 การไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการผู้ใดให้ผู้บังคับบัญชาชี้แจงเหตุผลให้ข้าราชการผู้นั้นทราบและให้คณะกรรมการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตรวจสอบเอกสารหลักฐานการไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการผู้นั้นโดยละเอียด เพื่อป้องกันการร้องทุกข์ในภายหลัง

ข้อ 15 รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาผู้รักษาราชการแทนผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ส่งแบบรายงานผลการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน (เอกสารหมายเลข 5 ) โดยสรุปผลการปฏิบัติงานในรอบครึ่งปีที่แล้วมาเฉพาะที่สำคัญไม่เกิน (4 หน้ากระดาษ A4 )เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ

ข้อ 16 การจัดเก็บผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเมื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดแล้วให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้ประเมินจัดเก็บสรุปผลการประเมินของผู้ใต้บังคับบัญชาไว้เป็นประวัติการทำงานของข้าราชการผู้นั้น

ข้อ 17 การดำเนินการพัฒนาเนื้อเงินเดือน ข้าราชการให้เป็นไปตามปฏิทิน และใช้บัญชีตามที่กำหนด แนบท้ายประกาศนี้

ข้อ 18 ให้เลขาธิการกพฐ มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ประกาศณวันที่ 4 มีนาคมพ. ศ. 2551

คุณหญิงกษมา วรวรรณณอยุธยา

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ดาวน์โหลดเอกสารการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูทั้งหมดที่นี่!!

You might also like