Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

แนะปรับโครงสร้างเวลาเรียน ยืดหยุ่นตามจำเป็น

Advertisement

แนะปรับโครงสร้างเวลาเรียน ยืดหยุ่นตามจำเป็น

คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้
เสนอปลดล็อคโครงสร้างเวลาเรียน-เลิกบังคับให้ใช้ทุกตัวชี้วัด
ชี้เป็นอุปสรรคทำให้เด็กเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ในห้องเรียน
ย้ำต้องฟื้นกรมวิชาการ ดูแลคุณภาพที่ชั้นเรียนทุกระดับ

วันนี้ (26 พ.ค.) ดร.สิริกร มณีรินทร์
ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้
เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ ว่า
ที่ประชุมได้วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค
และปัจจัยที่ส่งผลต่อการปฏิรูปการเรียนรู้ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยพบว่า แผนการศึกษา และแผนพัฒนาประเทศชาติขาดทิศทาง ขาดความต่อเนื่อง
และขาดความเชื่อมโยง
นอกจากนี้ยังขาดผู้เอาใจใส่คุณภาพทางวิชาการที่ชั้นเรียนในทุกระดับ
ที่ประชุมจึงยืนยันว่าควรฟื้นหน่วยงานกลางที่มีลักษณะเป็นกรมวิชาการที่ทัน
สมัย ทำหน้าที่วิจัย
และพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ครบวงจรอย่างต่อเนื่อง
เพราะที่ผ่านมาจะเน้นการทำเอกสารหลักสูตร
มากกว่าการกำกับติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนว่าได้ตามที่คาดหวัง
หรือไม่

ดร.สิริกร กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้เสนอให้มีการศึกษาวิจัย
เรื่องแนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การประกาศแนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรฯ
ต่อไป
เพราะถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ใน
ห้องเรียน โดยขอให้ผ่อนปรนโครงสร้างเวลาเรียน
เพื่อให้การกำหนดจำนวนชั่วโมงสอนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ของแต่ละระดับ
ชั้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
และผ่อนปรนการบังคับให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องวัดและประเมินผลผู้เรียนทุกตัว
ชี้วัด ซึ่งปัจจุบันตัวชี้วัดในภาพรวมมีกว่า 1,000 ตัว
ทำให้สถานศึกษาบางแห่ง เช่น โรงเรียนขนาดเล็ก
และโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ไม่สามารถสอนได้ตามบริบท
หรือสอนตามลักษณะของผู้เรียนได้
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะนำข้อเสนอดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อพิจารณาต่อไป

“สิ่งที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอไปนั้น ไม่ใช่เสนอให้เปลี่ยนแปลงหลักสูตรฯ
แต่เราอยากให้โรงเรียนเป็นผู้บริหารจัดการเรื่องเวลาเรียนของแต่ละวิชาเอง
ไม่ต้องบังคับ เช่น วิชาภาษาไทย ระดับ ป.1-3 บังคับว่า ต้องเรียน 200
ชั่วโมงต่อปี แต่บางโรงเรียนอยากให้เรียนภาษาไทยมากกว่านี้
เพราะในระดับนี้วิชาหลักมีความจำเป็นมากกว่าที่จะต้องมาเรียนการงานอาชีพและ
เทคโนโลยี เป็นต้น”ดร.สิริกรกล่าว“

You might also like