Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

แยกตั้งกรมวิชาการส่อแววสะดุด

Advertisement

0

“กำจร”
หนุนตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ล้มร่างพ.ร.บ.อุดมศึกษา
เผยปรับโครงสร้างใหม่แยกตั้งกรมวิชาการส่อแววสะดุด
หลายฝ่ายเกรงกระทบงานที่กำลังเดินหน้าอยู่

วันนี้ (2 ก.พ.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
ประธานคณะทำงานทบทวนบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของ ศธ. เปิดเผยว่า
จากการวิเคราะห์โครงสร้าง ศธ.ทั้งรูปแบบปัจจุบันที่มี 5 องค์กรหลัก
และรูปแบบเดิมที่มี 14 กรม ต่างก็มีปัญหา คือ กรณี 5
องค์กรหลักมีปัญหาเรื่องการบูรณาการ ส่วนรูปแบบกรมอำนาจก็อยู่ที่ปลัด ศธ.
ซึ่งอาจจะมีมากเกินไป หากตัดสินใจพลาดก็จะทำให้เกิดปัญหาทั้งกระทรวง
อย่างไรก็ตามขณะนี้มีหลายฝ่ายเข้ามาให้ความคิดเห็นกันมาก
และขณะนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)ก็กำลังพิจารณาโครงสร้างเพื่อ
เสนอให้ ศธ.เป็นทางเลือก
โดยเบื้องต้นทราบว่ามีทั้งการกระจายอำนาจออกไปให้หมด และการรวมศูนย์

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ.
บอกว่า
เห็นด้วยกับการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ไปตั้งเป็นกระทรวง
อุดมศึกษานั้น ปัญหาการอุดมศึกษาที่ผ่านมาคือ
การจัดการศึกษาที่ไม่เป็นไปตามกติกาในบางมหาวิทยาลัย
มีปัญหาเรื่องธรรมภิบาล จึงมีการเสนอ 2 ทางเลือกคือ

1.ออกเป็น พ.ร.บ.การอุดมศึกษา
เพื่อดูแลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาแต่เท่าที่ฟังเสียงมหาวิทยาลัยต่างๆ
ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเป็นการก้าวก่ายงานของอุดมศึกษามากเกินไป และ

2. การแยก สกอ.ออกมาเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา

โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ในกฎหมายของกระทรวงการอุดมศึกษาว่าให้สามารถเข้าไป
แก้ไขปัญหาให้แก่สถาบันอุดมศึกษาในกรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาโดยสภา
มหาวิทยาลัยได้

“โดยส่วนตัวผมเห็นว่าการแยกกระทรวงอุดมศึกษาน่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสม
ภายในเวลา 15 เดือนที่เหลืออยู่ของรัฐบาลชุดนี้
ถ้าทุกฝ่ายเห็นพ้องกันกระทรวงการอุดมศึกษาน่าจะออกมาก่อนได้
โดยไม่ต้องรอการปรับโครงสร้างใหญ่ของ ศธ.
รวมทั้งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.)
ที่ได้วางรูปแบบว่าจะเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย หรือซุปเปอร์บอร์ด
ซึ่งถ้าเป็นเรื่องเดียวกันก็ควรไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
แต่ทั้งหมดก็ยังไม่ใช่ข้อสรุป ส่วนการใช้อำนาจตาม มาตรา 44
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) แยกกรมวิชาการออกมาก่อน
ก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้อยู่
แต่จากการหารือหลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบกับงานที่ทำอยู่และจะทำให้งานบาง
เรื่องล่าช้า ดังนั้นต้องดูความเป็นไปได้อย่างละเอียด”รศ.นพ.กำจรกล่าว

 

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559

Advertisement