Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

โพลนิด้าหนุน ‘เปิด-ปิด’ ภาคเรียนตามอาเซียน

Advertisement

0

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
ร่วมกับคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน
เรื่อง “ผลการเปิด-ปิด ภาคเรียนตามสากลและอาเซียน” สำรวจระหว่างวันที่
24-25 มีนาคม จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
ในระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และนิสิตนักศึกษา
รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,159 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเปิด-ปิด
ภาคเรียนตามสากลและอาเซียน ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในช่วงเกือบ 2
ปีการศึกษาที่ผ่านมา คือ การเปิด-ปิดภาคเรียนตามสากลและอาเซียน
ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในปัจจุบันคือ ภาคเรียนที่ 1 เปิดเดือน
สิงหาคม-ธันวาคม (จากเดิม เดือนมิถุนายน-ตุลาคม) ภาคเรียนที่ 2
เปิดเดือนมกราคม-พฤษภาคม (จากเดิม เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม)
และการเปิด-ปิดภาคเรียนของโรงเรียนระดับประถมและมัธยมยังคงเป็นแบบเดิม คือ
ภาคเรียนที่ 1 เริ่มประมาณเดือนพฤษภาคม-กันยายน ภาคเรียนที่ 2
เริ่มประมาณเดือน พฤศจิกายน-มีนาคม

เพิ่มเพื่อน

จากผลการสำรวจ
เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการเปิด-ปิดภาคเรียนตามสากลและอา
เซียน ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในช่วงเกือบ 2 ปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า
ประชาชนร้อยละ 22.69 ระบุว่า มีความเหมาะสมมาก ร้อยละ 26.06 ระบุว่า
ค่อนข้างมีความเหมาะสม ร้อยละ 23.81 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเหมาะสม ร้อยละ
13.03 ระบุว่า ไม่มีความเหมาะสมเลย ร้อยละ 10.61 ระบุว่า ไม่รู้สึกอะไรเลย
และร้อยละ 0.69 ระบุอื่นๆ ได้แก่
มีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย
เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

เมื่อถามถึงเหตุผลของประชาชนที่
ระบุว่าการเปิด-ปิดภาคเรียนตามสากลและอาเซียน ของสถาบันอุดมศึกษาไทย
มีความเหมาะสมมากและค่อนข้างมีความเหมาะสม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ
33.10 ระบุว่า มีความเป็นสากล รองลงมา ร้อยละ 30.80 ระบุว่า เด็ก ม.6
มีเวลามากขึ้นเพื่ออ่านหนังสือสอบแอดมิสชั่นส์ และเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย
ร้อยละ 19.65 ระบุว่า
การแลกเปลี่ยนคณาจารย์หรือนักศึกษาระหว่างประเทศสามารถทำได้ง่าย ร้อยละ
15.22 ระบุว่า นักเรียนที่เพิ่งจบ ม.6
สามารถใช้ช่วงเวลารอยต่อก่อนเปิดภาคเรียนในการหารายได้หรือช่วยผู้ปกครองทำ
งาน ร้อยละ 12.04 ระบุว่า
เอื้ออำนวยต่อการจัดกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการ
ศึกษา กีฬาและวัฒนธรรม ร้อยละ 7.79 ระบุว่า
เหมาะกับนิสิต-นักศึกษาที่ต้องการจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ ร้อยละ 3.72
ระบุว่า กิจกรรมรับน้องสามารถเสร็จสิ้นก่อนเปิดเทอมในเดือนสิงหาคม ร้อยละ
1.06 ระบุว่า
การเหลื่อมล้ำของเวลาที่เปิด-ปิดไม่ตรงกับโรงเรียนประถมและมัธยมทำให้ปัญหา
การจราจรลดลง ร้อยละ 0.88 ระบุว่า
สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาฝนตกหนักน้ำท่วมในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ร้อยละ
0.53 ระบุอื่นๆ ได้แก่
มีเวลาว่างในระหว่างปิดภาคเรียนมากขึ้นและมีเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกับครอบ
ครัว และร้อยละ 3.89 ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

Advertisement

ที่มา : MatichonOnline

You might also like