Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

โภชนาการเด็กไทยแย่”เตี้ย”คงที่10-15ปี

Advertisement

0

ประชุมโภชนาการโลกชี้เด็กไทยยังเตี้ยต่ำกว่ามาตรฐาน
ด้านนักวิชาการไทยระบุภาวะเด็กไทยตัวเตี้ยคงที่มานาน 10-15 ปี ไม่ขยับไปไหน
สะท้อนการขาดสารอาหารและวิตามินของเด็ก
มองอาหารจากร้านสะดวกซื้อแทรกซึมในชนบท
อาจมีส่วนทำให้โภชนาการเด็กไม่ดีขึ้น
ด้านนักวิชาการต่างประเทศระบุรัฐควรลงทุนด้านโภชนาการในเด็กแค่ 1 บาท
แต่ได้รับผลตอบแทนกลับมา 40 บาท

เพิ่มเพื่อน

สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานประชุมรายงานโภชนาการโลก
2015 (Global Nutrition Report 2015) เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2559 ที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการรายงานภาวะโภชนาการของโลกที่มหาวิทยาลัยมหิดลทำงานร่วมกับคณะทำ
งานกลุ่ม Independent Expert Group (IEG)
ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติในสาขาต่างๆ
และผู้แทนภายใต้หน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติ ทั้งยูนิเซฟ
องค์การอนามัยโลก และเอฟเอโอ โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดงาน
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมนานาชาติทั้งภาครัฐและเอกชน ประมาณ 120 คน
ซึ่งมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์
และความท้าทายในการแก้ปัญหาทุพโภชนาการ ทั้งการขาดโภชนาการ
และการมีโภชนาการเกิน ในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก
รวมทั้งกลุ่มอาเซียน
เพื่อกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวและรับผิดชอบจากผู้เกี่ยวข้อง

ดร.ลอเรนซ์ ฮัดดาด ประธานกลุ่ม Independent Expert Group (IEG)
รายงานว่า ที่ประชุมองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งเป้ายุทธศาสตร์ทางโภชนการปี
2568 ไว้ 5 เป้าหมาย 1.แก้ปัญหาภาวะเตี้ย 2.แก้ปัญหาภาวะผอม
3.แก้ปัญหาภาวะน้ำหนักเกินในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
4.แก้ปัญหาภาวะโลหิตจางในผู้หญิงอายุระหว่าง 15-49 ปี และ
5.ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมารดาอย่างเดียว สำหรับทารกอายุ 0-6 เดือน
ซึ่งปัจจุบันมี 70 ใน 74
ประเทศทั่วโลกที่มีความก้าวหน้าในยุทธศาสตร์ดังกล่าว อย่างน้อย 1 ข้อจาก 5
ข้อ และมีเพียงประเทศเคนยาเพียงประเทศเดียวที่บรรลุ 5 เป้าหมายยุทธศาสตร์

สำหรับประเทศไทยพบว่า หากวัดจาก 5 ยุทธศาสตร์โภชนาการ
ไทยยังอยู่ในอันดับ 0 เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน
พบว่าประเทศเวียดนามสามารถปฏิบัติตามยุทธศาสตร์คะแนนอันดับ 4
นับว่าสูงกว่าไทย

ดร.ลอเรนซ์กล่าวว่า เมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศแบบอย่างในการแก้ปัญหาโภชนาการในแม่และเด็ก
แต่ปัจจุบันถ้าดูจากข้อมูลตัวเลขการสำรวจขณะนี้ก็จะพบว่า
มีเด็กเตี้ยและน้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐานเพิ่มขึ้น ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
ขณะที่เด็กอ้วนก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาการขาดโภชนการ นอกจากนี้
ปัจจุบันความสนใจในปัญหาโภชนาการได้พุ่งเป้าไปที่ปัญหาโภชนการเกินมากกว่า
การขาดโภชนาการอีกด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องมีการแก้ปัญหา
และในแง่เศรษฐศาสตร์พบว่า การลงทุนทางโภชนาการเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ลงทุนเพียง 1 เท่า จะได้ผลตอบแทนกลับมาถึง 40 เท่า

ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร
หัวหน้าคณะนักวิจัยในการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย กล่าวว่า
ประเด็นที่ทำให้ไทยได้ระดับต่ำกว่าเวียดนามน่าจะมาจากภาวะเตี้ยในเด็ก
ซึ่งทาง Global Nutrition Report รายงานว่า
เด็กไทยเตี้ยกว่าเกณฑ์มาตรฐานประมาณ 15-16%
เป็นการวัดทั้งเด็กไทยและแรงงานต่างชาติด้วย และวัดเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง
5 ขวบ ขณะที่การสำรวจของเราเองพบว่า เรามีเด็กเตี้ยประมาณ 7% เท่านั้น
และวัดเด็กตั้งแต่อายุ 1-5 ปี
ซึ่งเป็นการวัดจากกลุ่มเด็กที่มีสัญชาติไทยโดยตรง
การสุ่มตัวอย่างจึงครอบคลุมไม่เหมือนกัน
แต่ถึงกระนั้นการที่มีเด็กเตี้ยมากกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ว่าไม่ควร
เกิน 5%
ถือว่าเป็นปัญหาที่เราจะต้องใส่ใจหาทางแก้ปัญหานี้เช่นเดียวกับภาวะเด็กอ้วน
ที่มีมากขึ้น
“บ้านเราควรสนใจปัญหาที่เรียกว่าเป็น Double bueden ทั้งเด็กเตี้ย ขาดสารอาหาร กับเด็กอ้วน เพราะโภชนาการเกินไปพร้อมๆ กัน”

Advertisement

ด้าน รศ.ดร.พัตธนี วินิจจะกูล อาจารย์สถาบันวิจัยโภชนการ ม.มหิดล
ผู้ศึกษาเรื่องโภชนาการในเด็ก กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าในช่วง 10-15
ปีที่ผ่านมา อัตราเด็กตัวเตี้ยในประเทศไทยทรงตัว หมายถึงไม่ได้ตัวสูงขึ้น
และก็ไม่ได้เตี้ยลงกว่าเดิม
แต่การทรงตัวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเรามีปัญหาด้านโภชนการในเด็ก
ทำให้การพัฒนาทางด้านร่างกายของเด็กไทยยังไม่ได้ดีขึ้น

“อัตราเด็กเตี้ย 15-16% ที่ Global Nutrition Report รายงาน
เราอยู่มายาว 10-15 ปีแล้ว คำถามคือเกิดจากอะไร
แต่เราดีขึ้นจากแต่ก่อนแล้วหยุดไป เราต้องมาดูกันว่าเด็กขาดวิตามิน
แร่ธาตุอะไรบ้าง เราต้องฟื้นฟูด้านการจัดการอาหารหรือเปล่า
รวมไปถึงการอาจต้องดูร้านค้า ร้านสะดวกซื้อในชุมชน
ที่ตอนนี้เข้าไปถึงทุกซอกมุมในชุมชนแล้ว
ขนมเด็กที่พ่อแม่ซื้อให้ลูกกินคืออะไร มีวิตามิน แร่ธาตุแค่ไหน”

รศ.ดร.เอมอร วสันตวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ กล่าวว่า
การรายงานภาวะโภชนาการของ Global Nutrition Report
เป็นการเก็บข้อมูลจากผู้จัดทำรายงาน ไม่ได้มาจากประเทศเจ้าของข้อมูล
สำหรับประเทศไทย การเก็บข้อมูลด้านโภชนาการมีหลายหน่วยงาน เช่น
มีสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนของกระทรวงสาธารณสุข
หรือสำนักนโยบายด้านยุทธศาสตร์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.) และยังมีหน่วยงานอื่นๆ อีกมาก
แต่มีปัญหาว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนชัดเจนเรื่องการบูรณาการข้อมูลจากแต่ละหน่วย
งานให้เป็นข้อมูลกลาง เพื่อแก้ปัญหาด้านโภชนาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม
ปัญหาโภชนาการในเด็กไทยที่ขณะนี้มักจะพุงเป้าไปที่เด็กอ้วนมากกว่าเด็ก
น้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน อาจต้องดูบริบทการเปลี่ยนแปลงสังคม สิ่งแวดล้อม
โดยเฉพาะการมีร้านสะดวกซื้อเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโภชนาการของ
ประเทศ

“ท่าน รมว.สาธารณสุข เมื่อได้รับฟังปัญหานี้แล้ว ท่านบอกว่าหลังจากนี้จะผลักดันเรื่องโภชนาการอย่างจริงจัง” รศ.ดร.เอมอรกล่าว.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

You might also like