Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“โมเดลใหม่” สอบครูผู้ช่วย ชุดเดียวทั้งปท.-สทศ.ออกข้อสอบ ภาค ก และ ข

Advertisement

2

สพฐ.เสนอโมเดลสอบครู
ผู้ช่วยใหม่ให้ สทศ.ออกข้อสอบกลาง หวังลดงบประมาณในการจัดสอบ “ดาว์พงษ์”
เผยหากดำเนินการต้องแก้กฎหมาย เตรียมหารือ ก.ค.ศ. ด้านคุรุสภาวาง 3
มาตรการให้ใบอนุญาตครูสะดวกขึ้น

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)
กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ในการประชุมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู
ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ได้เสนอแนวคิดการสอบคัดเลือกครูใหม่ โดยให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
(สทศ.) เป็นผู้ออกข้อสอบ ซึ่งทั้งประเทศจะเป็นข้อสอบแบบเดียวกันหมด ในภาค
ก. (ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป) และภาค ข. (ภาคความสามารถเฉพาะตำแหน่ง)
และให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทำหน้าที่สอบสัมภาษณ์ ภาค ค.
(ภาคความเหมาะสมเฉพาะตำแหน่ง)
ซึ่งรูปแบบการจัดสอบนี้เป็นลักษณะเดียวกับสอบเข้ารับราชการของคณะกรรมการข้า
ราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ดำเนินการสอบภาค ก. และภาค ข. โดยส่วนกลาง
แล้วหน่วยงานราชการคือ สพท.เรียกไปสัมภาษณ์ ภาค ค. เพราะฉะนั้น
สพท.จะเรียกรับสมัครครูเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดรับพร้อมกัน
แต่การสอบภาค ก. และภาค ข.นั้น
จะต้องมากำหนดให้ชัดเจนว่าจะเปิดรับสมัครและสอบเมื่อไหร่
เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาหลักการเท่านั้น
เพราะต้องมีการแก้กฎหมายตาม
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบุให้
สพท.เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ
จึงต้องมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) ก่อน

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า การสอบคัดเลือกครูในระบบเดิมที่ใช้กันมา
ถือว่าใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 80 ล้านต่อปี บางครั้งมีอัตราว่างแค่ 2
ตำแหน่ง แต่ใช้งบในการสอบเยอะมาก อีกทั้งการจ้างมหาวิทยาลัยออกข้อสอบ
และการจัดสถานที่สอบ
แน่นอนว่าข้อสอบในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาย่อมไม่เหมือนกัน
และข้อสอบอาจมีมาตรฐานไม่เท่ากัน
อีกทั้งการออกข้อสอบในบางมหาวิทยาลัยที่จ้างไปนั้นข้อสอบก็ยากเกินไป
ครูจึงไม่ผ่านเกณฑ์ เข้าใจว่าทางมหาวิทยาลัยอาจหวังดี
แต่จะยากเกินไปหรือไม่ แต่ถ้าให้ สทศ.ออกข้อสอบจะไม่มีรั่วแน่นอน
และคะแนนสอบยังสามารถใช้ได้เป็นเวลา 2 ปี
อีกทั้งมหาวิทยาลัยฝ่ายผลิตสามารถประเมินเด็กของตนได้ว่าลูกศิษย์ที่จบออกมา
แล้วจะมีคุณภาพแค่ไหน
มหาวิทยาลัยสามารถประเมินตนเองได้ว่ามหาวิทยาลัยมีคุณภาพเพียงไร
ซึ่งการสอบสามารถเป็นตัวสะท้อนกลับไปที่มหาวิทยาลัยได้

นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัด ศธ. ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา
กล่าวว่า ขณะนี้คุรุสภามีการบ้านที่ต้องทำ 3 เรื่อง เพื่อเสนอ
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ. คือ

1.เรื่องการรับรองปริญญา
โดยคุรุสภาจะรองรับหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
ที่ผ่านมามีความล่าช้าในขั้นตอนการดำเนินการเปิดหลักสูตรคุรุศาสตร์/ศึกษา
ศาสตร์ของแต่ละมหาวิทยาลัย ที่ต้องผ่านการรับรองจากสภามหาวิทยาลัย
แล้วจึงส่งเรื่องมาให้ สกอ.
และส่งต่อให้คุรุสภาตั้งคณะทำงานออกไปดูหลักสูตรว่ามีความพร้อมและตรงกับ
มาตรฐานวิชาชีพหรือไม่
ส่งผลให้มีการเปิดสอนก่อนที่หลักสูตรจะได้รับการรับรอง
รวมถึงรับผู้เรียนเกินกว่าที่จออนุมัติ
ทำให้คุรุสภาต้องมีปัญหากับมหาวิทยาลัย ดังนั้น นพ.ธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศธ.
จึงเสนอให้มีการปรับปรุงเรื่องการรับรองปริญญาหลักสูตรทางการศึกษา
โดยสภามหาวิทยาลัยต้องตกลงกับสภาวิชาชีพคือคุรุสภาก่อนที่จะอนุมัติหลักสูตร
เพื่อให้คุรุสภาให้คำแนะนำและยืนยันการอนุมัติให้เปิดสอนได้
คุรุสภาจะไม่ไปไล่จับเหมือนที่ผ่านมา

2.การลดขั้นตอนให้ใบประกอบวิชาชีพครู
เพื่อแก้ปัญหาโรงเรียนที่ต้องการได้ครูเก่งมาสอน เช่น
สถานศึกษาอาชีวศึกษาต้องการครูช่างสิบหมู่ซึ่งกำลังจะสูญหายไม่มีใครสืบต่อ
หรือตำรวจตระเวนชายแดนที่เป็นครูสอนเด็กในโรงเรียน ตชด.
แต่ไม่มีใบอนุญาตครู เป็นต้น คุรุสภาก็จะออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเฉพาะให้

3.การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพครู
ซึ่ง รมว.ศธ.มอบให้คุรุสภาไปศึกษาว่าควรต้องต่ออายุหรือไม่
เรื่องนี้ได้ข้อสรุปว่าควรต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตฯ
เพื่อสะท้อนว่าครูคนนั้นมีการพัฒนาตนเองหรือไม่ เมื่อได้รับใบอนุญาตฯ
ซึ่งมีอายุ 5 ปี ครูจะต้องทำแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อมาแสดงประกอบการต่ออายุอีก 5
ปี โดยครูก็ยังต้องเก็บสะสมผลงานต่อไป เมื่อถึงปีที่ 11
ก็ให้ต่ออายุอีกครั้ง แต่เป็นการต่อแบบตลอดชีพ
และถ้าครูผิดจรรยาบรรณร้ายแรงก็ถอนใบอนุญาตฯ ได้ kroobannok.com

ส่วนกรณีผู้บริหารการศึกษาต้องถือใบอนุญาตฯ 3 ใบ คือ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ได้อธิบายให้
รมว.ศธ.ฟังแล้วว่าให้ลดเหลือใบเดียว
หมายถึงขณะนั้นมีตำแหน่งอะไรให้ถือใบอนุญาตใบนั้นเป็นหลัก
เพื่อลดภาระไม่ต้องเสียเงินค่าต่อใบอนุญาตหลายใบ. 

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559

Advertisement