Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ใครเป็นหนี้???..มีทางออก

Advertisement

0

ใครเป็นหนี้???..มีทางออก

เพิ่มเพื่อน

„คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ เพราะ…การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐฉันใด
การไม่มีหนี้ก็เป็นลาภอันประเสริฐฉันนั้น จึงไม่ควรใช้เงินเกินตัว
เริ่มปลูกฝังกันตั้งแต่ลูกหลานวัยเด็ก
เติบโตขึ้นจะได้ใช้เงินอย่างรู้คุณค่า

สังคมไทยเป็นแบบ “รวยกระจุกและจนกระจาย”มีรูปแบบคล้ายสามเหลี่ยมหน้าจั่ว
ด้านบนปลายแหลม คือจำนวนคนรวยที่มีน้อย ส่วนฐานล่างที่กว้างที่สุด
คือจำนวนคนจนที่กระจาย จุดกึ่งกลางระหว่างด้านบนกับฐานล่างคือ “ชนชั้นกลาง”
ขณะที่ความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวยก็สูงลิบลิ่ว

ส่งผลให้คนไทยกว่า 90% มีปัญหาหนี้สิน โดยหนี้ที่เราสร้างเองเรียกว่า
“หนี้ครัวเรือน” สูงขึ้นทุกปี สวนทางกับการออมที่ลดลง
นักวิชาการคาดการณ์ว่า ภายใน 2-3 ปีนี้ หนี้ครัวเรือนของไทยจะพุ่งเป็น
89-90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product ) หรือ GDP :
จีดีพี
ซึ่งก็คือมูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตภายในประเทศ
และอีกไม่กี่ปีหนี้ครัวเรือนจะแตะระดับ 100% ของจีดีพี

นั่นหมายถึงว่าประเทศไทยจะมีหนี้ครัวเรือนเท่ากับมูลค่าจีดีพี
ยังไม่นับรวมหนี้สาธารณะที่รัฐบาลเป็นผู้ก่อขึ้นปัจจุบันอยู่ที่
5,720,425.58 ล้านบาท หรือ 46.83% ของจีดีพี

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาหนี้สินคือ “รายได้ไม่พอกับรายจ่าย”
ชักหน้าไม่ถึงหลังกับภาระที่ต้องรับผิดชอบจิปาถะทั้งบุคคลในครอบครัวที่ต้อง
ดูแล ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าครองชีพที่พุ่งกระฉูด
ทำให้ต้องหยิบยืมคนใกล้ชิด ญาติสนิทมิตรสหาย รวมไปถึงสถาบันการเงินในระบบ
เป็นหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดเพราะนำเงินอนาคตมาใช้ก่อน
แม้แต่การนำทรัพย์สินมีค่าเข้าโรงจำนำก็ถือว่าเป็นหนี้

Advertisement

ขณะที่หลายคนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ
ต้องหันไปพึ่งมาเฟียเงินกู้หน้าเลือด โขกดอกเบี้ยรายวันเกินกว่า 15%
ต่อปีหรือ 1.25 % ต่อเดือนที่กฎหมายกำหนด พอไม่มีปัญญาจ่าย
ก็ถูกขู่ทำร้ายเอาชีวิตจนไม่มีความสุข
ส่วนหนี้ในระบบพอช็อตหมุนไม่ทันค้างชำระ จะถูกตามทวง สร้างความรำคาญ
แถมด้วยความอับอาย ลูกเมียพลอยเดือดร้อนไปด้วย ชีวิตมีแต่ความเศร้าหมอง
เมื่อเครียดหนัก สุดท้ายคิดสั้นแขวนคอตายหรือฆ่าตัวตาย หนีหนี้ประชดชีวิต
บางรายถึงขั้นให้ลูกเมียซดยาพิษหรือยิงให้ตายตามไปด้วยกัน
จะได้ไม่ลำบากในการผจญชีวิต

คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ เพราะ…การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐฉันใด
การไม่มีหนี้ก็เป็นลาภอันประเสริฐฉันนั้น จึงไม่ควรใช้เงินเกินตัว
เริ่มปลูกฝังกันตั้งแต่ลูกหลานวัยเด็ก
เติบโตขึ้นจะได้ใช้เงินอย่างรู้คุณค่า รู้จักประหยัดและเก็บหอมรอมริบ
หากต้องสร้างหนี้เพราะถูกความจำเป็นบังคับ
ก็ต้องมีวินัยในการใช้เงินและการชำระคืนเพื่อรักษาเครดิต (ความน่าเชื่อถือ)
เมื่อบริหารจัดการหนี้ได้อนาคตจะเป็นไทแก่ตัว

หากเราขาดวินัยการชำระหนี้ จะด้วยเหตุผลความจำเป็นใดๆ ก็ตาม
หรือจากนิสัยแย่ๆ ของตัวเอง ก็ต้องตั้งสติกันใหม่ ทำจิตใจให้เข็มแข้ง
อย่าย่อท้อกับหนี้ที่เกิดขึ้น
ขอเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างยืดการชำระให้นานขึ้น
แบ่งจ่ายรายเดือนตามกำลัง เพื่อรักษาเครดิต ท้ายที่สุดหากไม่สามารถชำระได้
ก็ต้องยอมเสียเครดิตถูกขึ้นบัญชีดำจะมีผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต
ยอมให้เจ้าหนี้ส่งฟ้องศาล เจรจาประนีประนอมกันในชั้นศาล จะได้ลดมูลหนี้
อาจเป็นส่วนของการลดดอกเบี้ย หรือเงินต้น

บางสถาบันการเงินก็ไม่ลดวงเงินต้นหนี้ให้ ลดดอกเบี้ยบางส่วน
แต่ผ่อนชำระเป็นงวดๆ แม้ต้องจ่ายดอกเบี้ย แต่ยืดเวลานานขึ้น
หากสุดท้ายผิดนัดชำระอีก
เจ้าหนี้สามารถฟ้องศาลขออายัดเงินเดือนหรือทรัพย์สิน ก็ต้องอดทนยอมรับสภาพ
โดยเจรจาเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีขอลดวงเงินอายัดลง
อีกไม่นานเกินรอเชื่อว่าความตั้งใจจริงจะช่วยให้ปลดหนี้ได้สำเร็จจนกลับมา
ยิ้มได้อีกครั้ง

ล่าสุดพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 จะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 ก.ย. นี้
มีสาระสำคัญอาทิ
ห้ามผู้ติดตามหนี้กระทำการละเมิดและคุกคามในการติดตามทวงหนี้ เช่น
การใช้ถ้อยคำที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรง การคุมคาม ขู่เข็ญ
ใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำให้เสียชื่อเสียง
ห้ามติดตามทวงหนี้เกินสมควรแก่เหตุ
ห้ามไม่ให้ติดตามทวงหนี้ในลักษณะไม่เป็นธรรม เช่นเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
และทวงหนี้ได้วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00–20.00 น.
ส่วนวันหยุดราชการติดต่อได้ในเวลา 08.00-18.00 น.
เว้นแต่ได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอให้กำลังใจลูกหนี้ทุกคน อย่าลืมเตือนสติไว้เสมอว่า “เป็นหนี้มีทางออก”
อย่าคิดสั้น สู้ๆๆ !!!

……………………………………………………

คอลัมน์ : มุมคนเมือง

โดย “เทียนหยด”“

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

You might also like