Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ในหลวงทรงฝากไว้3หัวใจ”การศึกษา”

Advertisement

0

Advertisement

1. ให้ครูรักเด็ก และเด็กรักครู

2.
ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน
แค่ให้แข่งขันกับตัวเอง…ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า

3. ให้ครูจัดกิจกรรมให้เด็กทำร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี



             
 กระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ปี 2558 ที่วันนี้ได้รับการขานรับสานต่อยึดถือเป็นหัวใจในการ “ปฏิรูปการศึกษาไทย” ให้เดินหน้าไปอย่างยั่งยืนรอบด้าน



               
 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
บอกว่า การยกระดับภาษาอังกฤษของประเทศไม่ค่อยจริงจรังเป็นโครงการ เป็นพักๆ
เราต้องการแก้ปัญหาทั้งระบบ สิ่งที่เริ่มต้นทบทวนทั้งระบบ
นับตั้งแต่มาตรฐานคุณวุฒิวัดระดับทักษะความสามารถภาษาอังกฤษตามมาตรฐานสากล
ที่เรียกย่อๆว่า CEFR
ผมอยากจะเรียนด้วยความยินดีว่าขณะนี้เสร็จหมดแล้วจริงๆ


               
“สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้ส่งมอบ CEFR-TH ให้กระทรวงแล้ว
เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันภาษาหน่วยงานต่างๆ
โดยองค์กรหลักคือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ คร่าวๆคือจะมีการแบ่งภาษาอังกฤษ ฟัง
พูด อ่าน เขียน เป็นระดับต่างๆ ประมาณ 10 ระดับ ที่ได้มาตรฐานสากล”

               
                 สิ่งนี้จะมีประโยชน์อย่างไร?
ต้องบอกว่า…เป็นจุดเริ่มที่จะก้าวต่อไปนั่นก็คือแปลงเป็นหลักสูตรให้เหมาะกับวัยในแต่ละระดับ ซึ่งจะนำไปขยายผลต่อไปอีกมาก อย่างเช่น ยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษสำหรับมหาวิทยาลัย เอามาตรฐาน CEFR ทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน แปลงเป็นข้อสอบระดับมหาวิทยาลัย ใช้วัดผลเด็กมหาวิทยาลัย

               
 จริงอยู่เราสามารถไปสอบข้อสอบต่างๆแล้วมาเทียบผล CEFR ได้เหมือนกัน เช่น
สอบข้อสอบ IELTS, TOEIC, TOEFL, CU-TEP, TU-GET
อะไรพวกนี้เรามาเทียบได้ก็จริง แต่ข้อสอบเหล่านี้มักจะมีค่าใช้จ่ายสูง


               
 “เราต้องคำนึงถึงเด็กมหาวิทยาลัยนับล้านคนที่จะต้องใช้ในการวัดมาตรฐานภาษาอังกฤษ
และก็จะแสดงผลในใบทรานสคริปต์…เตือนความจำว่าอันนี้ไม่ใช่เกรด
เพราะว่าเกรด A ของมหาวิทยาลัยหนึ่งก็อาจจะเทียบกับ C
ของอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งไม่ได้ แต่อันนี้จะเป็นมาตรฐาน”


                 
ขั้นตอนต่อไปก็คือการเพิ่มจำนวนชั่วโมงภาษาอังกฤษ…ในระดับเริ่มตั้งแต่
ป.1-3 จากสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง เป็นสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง
และมีรายละเอียดด้วยว่าใน 5 ชั่วโมงจะสอนอะไรบ้าง ที่สำคัญ…จะเน้นคือเรื่องของการใช้เทคโนโลยี
เรื่องของภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และเรื่องของคลังคำ…
คนที่รู้ศัพท์มากก็สามารถที่จะเรียนรู้อะไรต่อไปได้มากขึ้น

              “boot
camp center” วิธีอบรมครูแบบใหม่ อีกเรื่องที่ต้องคุยให้ฟัง
นพ.ธีระเกียรติ บอกว่า ทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีครูทั้งหมด 350
คน ที่อยู่ระดับ B2 ขึ้นไป อายุต่ำกว่า 40 ปี มากินอยู่ใช้ชีวิต กับผู้ฝึก
อบรมซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด 37 วัน…ประมาณ 6 สัปดาห์ เข้มข้นมาก

               
ครูเหล่านี้ภาษาอังกฤษก็เก่งพอสมควรอยู่แล้ว สิ่งที่ได้คือความมั่นใจ
วิธีการสอนต่างๆ เรามีการแบ่งเป็นประถมและมัธยม
และทางผู้ฝึกอบรมก็ได้คัดมาสเตอร์เทรนเนอร์ ครูคนไทย 27 คน

               
 จากวันนั้นถึงวันนี้…ได้นำบทเรียนสำคัญมาดำเนินการจนนำไปสู่การเปิด
“ศูนย์พัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค (Regional English Centre)”
ทั่วประเทศ 18 เขตการศึกษา 18 ศูนย์

          
                เป้าหมายคือ “ครู”…สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) อาชีวะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เข้าอบรมเพื่อพัฒนายกระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษและเทคนิคการสอน
ตามรูปแบบอย่างเข้มข้น ระยะเวลา 3 สัปดาห์

               
“ภาษาอังกฤษ…ในที่สุดไม่ใช่สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเดียว
อาชีวะและในหน่วยงานอื่นๆ ในที่สุดก็จะเข้ามาเริ่มในปีงบประมาณนี้…

ภายในเมษายนหน้าจะมีครบ 8 ศูนย์ และปีถัดไปอีก 10 ศูนย์”

          
สิ่งที่สำคัญถัดไปก็คือ…เมื่อเราเพิ่มชั่วโมงและเพิ่มการฝึกฝนครู
สิ่งที่เราต้องมีให้กับครูก็คือสื่อการสอนต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นตำราเรียนที่ได้มาตรฐาน สื่ออุปกรณ์การพูด การฟัง


         
“เนื่องจากว่ามีความเร่งด่วน…เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้
โรงเรียนประถมของรัฐทั้งหมดตั้งแต่ ป.1-3 ต้องเพิ่มเป็น 5 ชั่วโมง
ทางกระทรวงฯก็มีการให้สถาบันภาษาจุฬาฯ ทำการวิจัยสื่อการสอนแล้วใช้ไปด้วย
แล้วก็ปรับปรุงไปพร้อมๆ วิจัยไป…ปรับปรุงไป…ทำไปด้วย หวังว่าภายใน 1 ปี
เราจะได้สื่อการสอนที่สมบูรณ์แบบสำหรับ ป.1-3”


          อีกเรื่องที่ทำจนสำเร็จก็คือ แอพพลิเคชันภาษาอังกฤษ “Echo English” สำหรับประชาชนทั่วไป ขณะนี้ มีคนเข้ามาใช้เพื่อฝึกออกเสียงตาม 10 ล้านครั้ง…มีคนดาวน์โหลดแล้ว 5 แสนยูสเซอร์ถึงปีหน้าคงได้ 1 ล้าน


           
 “แอพฟรีที่มีคุณภาพอันดับหนึ่งในการสอนภาษาอังกฤษ…จาก echo English
ยังมีแอพคู่ขนานที่พัฒนาสำหรับใช้ในโรงเรียน ชื่อว่า echo hybrid
นำร่องโดยเอ็นคอนเซปต์และมูลนิธิยุวสถิรคุณ
ร่วมกับกระทรวงฯตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว ทดลองใน 6 โรงเรียนทั่วประเทศ
และในกรุงเทพฯ โดยมีข้อมูลและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องน่าสนใจว่า…ขณะนี้สมบูรณ์แบบพร้อมที่จะส่งมอบให้กระทรวงฯในเร็ววันนี้แล้วเอาไปใช้ได้ทันทีกับเด็กทั้งประเทศ
ทั้งโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐ


              “Echo Hybrid” จะครอบคลุมการสอนภาษาอังกฤษที่ใช้แอพพลิเคชันและใช้คอมพิวเตอร์ได้ในทุกระดับ
จนกระทั่งถึง B2 เลย หรือครอบคลุมจนกระทั่งถึงระดับมัธยม
เพราะฉะนั้นเด็กก็จะเรียนตามย่างก้าวของตัวเอง

             
 “ใครไปได้เร็วก็ไปได้เร็ว…เพราะฉะนั้นก็ถือเป็นการเสริมครั้งสำคัญ
แต่จะเป็นหลักพอสมควรในการปฏิรูปยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของชั้น
ป.1-3 เพราะว่าพ่วงเทคโนโลยีเข้ามา”

         
               ใครที่มองว่า “การปฏิรูปการศึกษา” ยุคปัจจุบันไม่เดินหน้า
ไม่คืบหน้าต้องคิดใหม่ พิจารณาใหม่ดังพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช “…อาคารบ้านเรือน
ตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงก็เพราะความแข็งแรงของรากฐาน หรือเสาเข็ม
ซึ่งเรามองไม่เห็น และมักจะลืมไปว่าเราอยู่ได้บนรากฐานอะไร…”

               
ถึงตอนนี้ขั้นต่อไปที่เรากำลังเดินหน้าอยู่ก็…ตำราแล้ว ครูแล้ว
ทีนี้ก็เป็นเรื่องของพ่อแม่
นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีการตื่นตัวจากทุกภาคส่วน ภาคเอกชน
ใครต่อใครก็พูดถึงเรื่องภาษาอังกฤษ ชมรมพ่อแม่ผมก็ต้องการให้ผู้ปกครอง
ผู้ที่อ่าน รู้ว่ากระทรวงเราทำอะไร ลูกเขาเรียนอะไร ก็จะได้ช่วยกัน

             
 “…เขาไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษได้หรอกพ่อแม่ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด
แต่ว่าพอเขารู้ จะได้สนับสนุนลูกถูก
ยืนยันว่า…ยุคนี้เป็นยุคที่ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันยกระดับภาษาอังกฤษอย่างมาก
และท้ายสุดก็คือสิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือความยั่งยืนในการพัฒนา
ยกระดับเปลี่ยนมาตรฐานมาเป็นหลักสูตรที่ถาวรของประเทศ”

          นอกจากนี้ยังต้องเปลี่ยนการประเมินผลภาษาอังกฤษต้องให้ครบ

เป้าหมายที่สุดก็ต้องให้ครบต้องมีเป้าชัดเจนว่า…ประถมเราต้องการให้ไปถึงระดับไหน
มัธยมจะต้องการให้ไปถึงระดับไหน มหาวิทยาลัยเราต้องการเป้าหมายระดับไหน
ใน…“CEFR-TH” พร้อมๆ
กับทำเครื่องมือการประเมินผลว่าเขาได้ระดับนั้นจริงหรือเปล่า

          “ครู”…เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ที่สำคัญในการปฏิรูปการศึกษา
ในหลวงได้มีกระแสพระราชดำรัสถึงผู้ที่ทำหน้าที่ครูอยู่เสมอ
ด้วยทรงตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า “ครูดี” คือผู้ที่สร้าง “คนดี” สู่สังคมไทย.

 
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารดีๆจาก
คอลัมน์ สกู๊ปหน้า 1 : ในหลวงทรงฝากไว้3หัวใจ…”การศึกษา”
ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Advertisement

ที่มา : https://blog.eduzones.com/jipatar/171019