Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ไร้เงาเด็กร้องทีแคส -ทปอ.มั่นใจแก้ปัญหาได้ผล

Advertisement

0





ไร้เงาเด็กร้องทีแคส -ทปอ.มั่นใจแก้ปัญหาได้ผล
ทปอ.มั่นใจแก้ปัญหาทีแคสรอบ 3 ได้ผล ไร้เงาเด็กมาร้อง พร้อมรับทุกข้อเสนอไปปรับปรุงระบบทีแคสรอบต่อไป ขณะที่ผู้ปกครองยังร้องต่อ “หมอธี” ให้กำลังใจเด็ก
พฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.43 น.

จากกรณีทีเด็กและผู้ปกครองจำนวนมากนัดรวมตัวกันที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ในวันที่  31 พ.ค. นี้ เหตุเด็กเก่งกั๊กที่นั่งในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2561หรือทีแคสรอบ 3 คือ การรรับตรงร่วมกัน  ซึ่งบางคนมีชื่อติดถึง 4 มหาวิทยาลัย  ซึ่งทปอ.ได้ออกมาแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มการเคลียริ่งเฮาส์ เป็น 2 รอบในทีแคสรอบ 3 เพื่อบรรเทาความวิตกกัววลผู้ปกครอง ลดความ นั้น  ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้(31 พ.ค. ) ที่ สกอ. ช่วงเช้ามีผู้ปกครองเพียง2-3 คน ได้เดินทางมาเพื่อขอความเป็นธรรมการการทีแคสรอบ 3  ขณะที่มีกองทัพผู้สื่อข่าวหลายสำนักจำนานมารอทำข่าว  โดยผู้ปกครองรายหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทรบจากทีแคส กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มกระบวนการทีแคสรอบ 3 ก็มีปัญหามาตลอดและที่ผ่านมา ไม่มีคนของทปอ.ออกมาตอบคำถามของเด็ก มีแต่บางเว็บไซต์ที่คอยตอบคำถาม จนเด็กเชื่อมากกว่าทปอ.  แต่ถ้าสิ่งที่เว็บไซต์ตอบมีข้อผิดพลาด เด็กก็จะเข้าใจผิดไปด้วย นอกจากนี้ตั้งแต่เกิดปัญหา โทรศัพท์ของทปอ.ไม่เคยติดต่อได้ ทั้งที่ช่วงเวลาแบบนี้ ทปอ.ควรจะเพิ่มคู่สาย เพื่อตอบปัญหาของเด็ก
 
“ทีแคส ทำให้เด็กเครียดตั้งแต่เริ่ม เพราะเป็นระบบใหม่ ยิ่งมาเห็นประกาศรายชื่อผู้สอบติดแล้วมีแต่เด็กหมอติดเต็มไปหมด  อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทปอ.หวังดี และที่ออกมาพูดวันนี้ อยากมาสื่อสารด้วยกัลยาณมิตร ในฐานะผู้ใช้ ว่าระบบทีแคสเป็นระบบที่ไม่โอเค และผู้บริหารมองว่าเด็กมีปัญหา โดยดูจากคำพูดของผู้บริหาร เช่น เด็กโวยวาย ซึ่งจริงๆ เด็กเพียงสะท้อนปัญหา เพราะถ้าเด็กเงียบยอมทนต่อไป นี้หละจะกลายเป็นปัญหา”ผู้ปกครอง กล่าวและว่าระบบทีแคสไม่ได้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะเด็กที่อยู่ในเมืองบ้านมีคอมพิวเตอร์จะสามารถเข้าระบบการรับสมัครได้ตลอด แต่เด็กต่างจังหวัดที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ ต้องไปใช้คอมพิวเตอร์โรงเรียน เรื่องเหล่านี้สะท้อนว่า ไม่ได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นทปอ.ควรจัดระบบให้ดีกว่านี้

 

ด้านผู้ปกครองนักเรียนอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าระบบนี้ไม่เป็นธรรมกับเด็ก คำถามคือแล้วเด็กต้องเก่งขนาดไหนจึงจะสอบเข้าคณะ มหาวิทยาลัยที่อยากเรียนได้ แม้ ทปอ.จะแก้ปัญหาทีแคสรอบ 3 ด้วยการเคลียริ่งเฮาส์ 2 รอบ เพราะลูกของตนมีความฝันและตั้งใจที่จะเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ปรากฏว่าเมื่อสอบแล้วได้คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งหากไม่ยืนยันสิทธิ์ ลูกของตนก็จะเสียสิทธิ์เคลียริ่งเฮาส์ 3/2 แต่หากยืนยันสิทธิ์ก็เท่ากับว่าลูกต้องเสียสิทธิ์ในการสอบรอบ 3/2 ซึ่งเขาอาจทำคะแนนเข้านิติฯ จุฬาฯ ได้ และเท่ากับว่าอาจมีเด็กที่ทำคะแนนได้น้อยกว่าลูกของตนได้เข้าเรียนนิติฯ จุฬาฯ เท่าที่สังเกตรับรู้ได้ว่าลูกเครียด แต่ตอนนี้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นแล้ว อาจเป็นเพราะเขายอมรับได้แล้วว่าต้องเรียนนิติฯ มธ.

นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปที่ สกอ. เพื่อให้กำลังใจนักเรียน ผู้ปกครอง ที่ได้รับผลกระทบจากระบบทีแคสรอบ 3  เพราะทราบว่า ทางทปอ. มีการหารือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยเปิดให้เคลียร์ริ่งเฮาส์ 2 รอบ อย่างไรก็ตามตนได้หารือกับ ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องเข้าใจว่า ศธ.ไม่มีอำนาจในเรื่องนี้  ทำได้เพียงให้คำแนะนำ และดูว่าทปอ. จะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งการแก้ปัญหาของทปอ. ก็เป็นวิธีการที่ถูกต้อง
 
“ระบบทีแคส เป็นระบบที่ส่วนใหญ่เห็นว่าดีแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาความไม่เท่าเทียม  เด็กกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท)  มีโอกาสได้เลือก 7 คณะ แต่เด็กที่ไม่ได้สอบใน กสพท  เลือกได้ 4 คณะ ทำให้เกิดประเด็นเด็กเก่งมีสิทธิเลือกได้มากกว่า ซึ่งผมคิดว่า ควรให้กลุ่ม กสพท. แยกออกมาประกาศผล และให้มีการเคลียร์ริ่งเฮาส์ก่อน จะได้ไม่เกิดปัญหา”นพ.ธีระเกียรติกล่าว

ผศ.ดร.ประเสริฐ  คันธมานนท์  เลขาธิการ  ทปอ. กล่าวว่า หลังจากที่ ทปอ.เปิดให้มีการเคลียริ่งเฮาส์เพิ่มเป็น 2 ครั้งในการทีแคส รอบ 3   เพื่อเกิดความเป็นธรรม รักษาผลประโยชน์ และบรรเทาความวิตกกังวลของเด็กและผู้ปกครองกรณีที่มีเด็กคะแนนสูงจะกั๊กที่นั่งนั้น เชื่อว่าทุกคนน่าจะพอใจ เพราะมีผู้ปกครองมาที่มาทปอ.เพียงไม่กี่คน   สำหรับข้อเสนอของผู้ปกครองที่ต้องการให้ปรับในทีแคส รอบ 3  เช่น อยากให้มีการจัดลำดับในการเลือกคณะจากที่ไม่มีการจัดลำดับ   ขอให้มีการเลือกคณะเพียง 2 คณะเหมือนกันหมด   และขอให้นำ  กสพท ออกจากทีแคสรอบ 3 เป็นต้น อย่างไรก็ตามตนได้รับข้อเสนอต่างๆของผู้ปกครองไว้ เพื่อจะนำมาปรับปรุงในระบบทีแคสปีต่อไป  และยืนยันว่าทีแคสรอบ 3 นั้นจะมีการเคลียริ่งเฮาส์เพียง 2 ครั้ง เพราะถ้ามากกว่านะจะไปกระทบการการรับในรอบต่อไป
 
“ผมขอย้ำว่าประเด็นการกั๊กที่นั่งนั้นมีมานานแล้ว และที่ผ่านมาปัญหาการกั๊กที่รุนแรงมากกว่านี้ คือเด็กบางคนอาจจะติดหรือที่ชอบว่ากั๊กที่นั่งมีได้ถึง10-20  ที่นั่งและยังกั๊กที่นั่งได้ลากยาวไปถึงเปิดภาคเรียน  ซึ่งปัญหาหนึ่งมาจากมหาวิทยาลัยต่างคน ต่างรับ ต่างสอบ ทำให้เกิดปัญหาเด็กวิ่งรอก เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เกิดความเหลื่อมล้ำคนรวยคนจน  รัฐบาลจึงมีนโยบายให้ทปอ.จัดการเรื่องนี้ จนทปอ.ต้องมาหาวิธีการ และรับฟังความคิดเห็นจากเด็ก ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง สุดท้ายออกมาเป็นระบบทีแคส ที่มีการนำวิธีการรับนิสิตนักศึกษาทั้งหมด ว่าวางไว้บนกระดานเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนเห็นกันชัด ๆ  ระบบทีแคส จะมี 3 วัตถุประสงค์ คือ คือการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนเลือกเรียนได้ใน 4 คณะ  จากนั้นมาเคลียริ่งเฮาส์ให้เหลือ 1 สิทธิ ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เด็กทุกคนได้ที่เรียนให้เร็วที่สุด  และที่สำคัญการรับเด็กนั้นจะต้องให้ได้เด็กตามที่มหาวิทยาลัยต้องการด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับระบบทีแคสไม่สามารทำให้ทุกคนพอใจได้ แต่เชื่อว่าจะสามารถสร้างความสมดุล และเหมาะสมในการเข้ามหาวิทยาลัยได้ในเวลานี้ “ ผศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

ขอบคุณที่มา : เดลินิวส์  พฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.43 น.


Advertisement