ที่ปรึกษา รมว.ศธ. – เลขาธิการ กพฐ. แจงนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในการประชุม ผอ.สพท. ทั่วประเทศ ณ จังหวัดบึงกาฬ

745

ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เลขาธิการ กพฐ. แจงนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในการประชุม ผอ.สพท.

ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เลขาธิการ กพฐ. แจงนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในการประชุม ผอ.สพท.
ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เลขาธิการ กพฐ. แจงนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในการประชุม ผอ.สพท.

ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เลขาธิการ กพฐ. แจงนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในการประชุม ผอ.สพท.

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต้อนรับ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. และผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมจำนวน 390 คน

นายสุทธิชัย จรูญเนตร ประธานในพิธี กล่าวเปิดการประชุมผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศครั้งที่ 1/2564 ซึ่งถือเป็นผู้นําทางการศึกษา และเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจการศึกษา ในบริบทของแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดียิ่ง การจัดประชุมสัมมนาในวันนี้ ถือเป็นการสร้างความเข้าใจในการนํานโยบายสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะทําให้การปฏิบัติงานด้านการศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ได้กําหนดนโยบายการจัดการศึกษา นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564-2565 ที่มุ่งเน้นในเรื่องความปลอดภัยของผู้เรียน รวมถึงโอกาสและคุณภาพทางการศึกษาที่นักเรียนควรได้รับอย่างทั่วถึง ให้มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กระทรวงศึกษาธิการ ได้กําหนดจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานในสังกัด ใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษาสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ สพฐ. จัดการประชุมผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ เพื่อที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับฟังข้อมูลในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะทําให้เห็นภาพสะท้อนของการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริงในปีงบประมาณที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ให้ประสบผลสําเร็จ อย่างมีประสิทธิภาพ และนําไปสู่การต่อยอดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป”

นอกจากนี้ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ได้กล่าวบรรยายพิเศษในที่ประชุม ในเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อาทิ มาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ โดยความร่วมมือของสถาบันการเงิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู มาตรการใช้เงินอนาคต เช่น มาตรการยุบยอดหนี้ด้วยหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู มาตรการใช้เงินบำเหน็จตกทอด และมาตรการใช้เงินสะสมจากกองทุน กบข. เพื่อลดเงินต้นและลดการส่งยอดชำระหนี้ โดยต้องดำเนินการควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลหนี้สินเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ รวมถึงการควบคุมการรับรองเงินเดือน และการหัก ณ ที่จ่าย ให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ

เพิ่มเพื่อน

ทางด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ได้มอบทิศทางการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยให้นโยบายที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องนำไปขับเคลื่อน ดังนี้

1. การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด 19 ที่ฝากให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง นักเรียน ให้มีความเข้าใจในเรื่องการปรับการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด 19 ทั้งเรื่องการปรับชั่วโมงเรียน การยกเลิกการใช้คะแนน O-NET รวมทั้งขอให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาได้จัดทำแผนที่จะดำเนินการเปิดเรียน on-site ยึดพื้นที่จังหวัด อำเภอ ตำบล เป็นฐาน โดยต้องพิจารณาดำเนินการให้ครบถ้วนทุกกระบวนการตามคู่มือที่ สพฐ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับกรณีที่โรงเรียนเปิดเรียน on-site แล้ว ขอให้ดูความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียนที่จะมาเรียน ซึ่งหากผู้ปกครองยังไม่เชื่อมั่น โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานเพื่อให้นักเรียนได้เรียนครบทุกคน

สำหรับกรณีการใช้ชุดตรวจ ATK ขอให้ประสานกับอนามัยหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เข้ามาตรวจสอบคัดกรอง มีความห่วงใยและไม่อยากให้รับบริจาคชุดตรวจ ATK มาใช้ในการคัดกรอง และยังคงต้องดำเนินการตามมาตรการไทยเซฟไทย ทั้งนี้ การเปิด on-site ควรเน้นไปที่โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในชุมชนขนาดเล็ก สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ให้พิจารณาจัดการเรียนการสอนได้หลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องเปิด on-site ทั้งโรงเรียน

2. การบริหารการจัดการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน ขอให้ดำเนินการแบบมีส่วนร่วม ใช้นวัตกรรมที่มีอยู่ โดยให้ประธานคลัสเตอร์ร่วมดำเนินการ โดยใช้นวัตกรรมที่มีอยู่ และเป็นผู้ประสานการทำงาน ซึ่งต้องมิใช่การบังคับบัญชา ทั้งนี้ การทำงานในแต่ละพื้นที่ให้มีการประสานงานระดับจังหวัดด้วย ในรายละเอียดการดำเนินการอาจแตกต่างกันได้ แต่ขอให้มีหลักการเดียวกัน

สำหรับการขับเคลื่อน สพฐ. ได้ออกแบบองค์ประกอบของการดำเนินงานไว้แล้ว ขอให้ทุกเขตพื้นที่การศึกษาได้ศึกษา และใช้กลไกการทำงานที่มีการประกันคุณภาพและมีการควบคุมคุณภาพ

3. นโยบายเรื่องความปลอดภัย/โอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำ/คุณภาพ และประสิทธิภาพ

3.1 ความปลอดภัย มีเป้าหมายที่ต้องดำเนินการเฝ้าระวังจากโรคภัยต่าง ๆ โดยยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องโควิด 19 ภัยจากเทคโนโลยี ภัยจากภัยพิบัติ (อุทกภัย) และภัยจากยาเสพติด โดยขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีมาตรการที่เข้มงวด

3.2 การสร้างโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ไปติดตาม ค้นหา จากการจ่ายเงิน 2,000 บาท ในกลุ่มเด็ก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่สามารถจ่ายเงิน 2,000 บาทได้ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กตกหล่นหรือออกกลางคันหรือไม่ ให้ติดตามช่วยเหลือให้กลับเข้าสู่ระบบ โดยให้วางแนวทางค้นหาติดตามว่าเด็กอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และจะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไร สำหรับกลุ่มที่มารับเงิน 2,000 บาท แต่มีความยากลำบาก ก็ให้วางแนวทางช่วยเหลือว่าต้องดำเนินการอย่างไร

3.3 คุณภาพ มุ่งหวังให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประกาศเป็นนโยบายของเขตพื้นที่ ในเรื่องของการอ่านออกเขียนได้ รักการอ่าน คิดเลขเป็น โดยเฉพาะในระดับชั้น ป.1 ป.2 และป.3 ซึ่งหากเด็กอ่านออกเขียนได้ รักการอ่าน จะทำให้สามารถเรียนรู้วิชาอื่นได้ และค้นพบความชอบความถนัดของตัวเอง นอกจากนี้ยังได้ฝากเรื่องการคิดคำนวณ ขอให้บูรณาการเรียนการสอนให้ตรงกับการใช้ชีวิตประจำวัน สถานการณ์โควิด 19 ถึงแม้ว่าเป็นวิกฤตแต่ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้การคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ไปพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจ ด้วยการนำเอาปัญหาที่เกิดในหมู่บ้าน ในชีวิตประจำวันมาให้เด็กได้ฝึกแก้ปัญหา ซึ่งถือเป็นการเรียนการสอนแบบ active learning โดยการสร้างแรงบันดาลใจ จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จ การสร้างแรงบันดาลใจที่ดีที่สุด คือ ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน เรื่องของ 1 กีฬา 1 ดนตรี 1 อาชีพ จะทำให้เด็กมีรายได้ สร้างพื้นฐาน รวมทั้งเรื่องของระเบียบวินัย ความรับผิดชอบมีจิตอาสา กตัญญู ขอฝากให้ทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ความสำคัญด้วย

3.4 ประสิทธิภาพ ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสังเคราะห์โรงเรียนในสังกัด ว่าอยู่ในโครงการใดบ้าง ซ้ำกันอย่างไร จริง ๆ แล้วมีโรงเรียนที่มีคุณภาพจำนวนเท่าใด จากนั้นขอให้ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เกิดโรงเรียนคุณภาพ จำนวนกี่โรงเรียน และจะเริ่มจากโรงเรียนใดก่อน โดยกำหนดให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน หลีกเลี่ยงการพูดถึงการควบรวมโรงเรียนเนื่องจากอาจไม่ได้รับความร่วมมือจากชุมชน ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปักหมดทำ timeline การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ในสังกัด

จะทำอย่างไรให้โรงเรียนในสังกัดมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยประสานความร่วมมือกับท้องถิ่น เขตต้องกระตุ้นให้โรงเรียนหรือ เครือข่ายโรงเรียน ร่วมมือกับชุมชน ท้องถิ่นอย่างไร แสวงหาความมีส่วนร่วม ปักหมุดให้ชัดเจน โดยเฉพาะงบประมาณที่จะลงกลุ่มโรงเรียนคุณภาพ (โรงเรียนมัธยมคุณภาพ โรงเรียนประถมศึกษาคุณภาพ โรงเรียน Stand Alone และโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ) เมื่องบประมาณจัดสรรลงไปเพื่อพัฒนากายภาพแล้ว ให้ยกระดับคุณภาพ โมเดลจึงจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ในเรื่องของผู้บริหารโรงเรียน การโยกย้าย กระบวนการพิจารณาส่วนใหญ่อยู่ที่ผู้อำนวยการสำนักงานขตพื้นที่การศึกษา โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาเป็นผู้เสนอ มีการประเมินที่เป็นแบบเดียวกัน มีการกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน ต้องการให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นอย่างไร เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนได้ตัวชี้วัดจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก็จะไปกำหนดตัวชี้วัดกับครู เมื่อครูสามารถทำได้ตามตัวชี้วัดที่กำหนดได้ มีผลทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ ดังนั้นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จึงต้องไปวางระบบ/ออกแบบ เรื่องประสิทธิภาพเป็นตัวนำก่อน ก็จะทำให้เรื่องปลอดภัย โอกาส คุณภาพ เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพตามมา

สำหรับนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมและประชาสัมพันธ์ถึงจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ มีวิสัยทัศน์เป็นศูนย์กลางยางพารา การเกษตรก้าวหน้า การค้าอินโดจีน และท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง โดยมีภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมด้านการค้า การลงทุน ด้านเกษตรกรรม มีการแปรรูปสินค้าเกษตรและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเชิงวัฒนธรรม ในด้านการท่องเที่ยวนั้น จังหวัดบึงกาฬมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นที่รู้จักแพร่หลาย และสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำนาคา ภูสิงห์ (หินสามวาฬ) วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก) มีวัดโพธารามที่เป็นที่ประดิษฐานขององค์หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองบึงกาฬ มีน้ำตกถ้ำพระ และน้ำตกเจ็ดสี เป็นต้น ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมาเยือนจังหวัดบึงกาฬในครั้งนี้ จะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน และได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการประชุมตามที่ได้ตั้งใจไว้ทุกประการ

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณที่มาข้อมูล จาก สพฐ.

ที่ปรึกษา รมว.ศธ. – เลขาธิการ กพฐ. แจงนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในการประชุม ผอ.สพท. ทั่วประเทศ ณ จังหวัดบึงกาฬ