Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

10 สิ่งที่พ่อแม่ชอบทำให้ ลูกเสียใจ โดยไม่รู้ตัว ???

Advertisement

10 สิ่งที่พ่อแม่ชอบทำให้ ลูกเสียใจ โดยไม่รู้ตัว ???

เพิ่มเพื่อน

      ปัจจุบันปัญหาสังคมเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย
หลายฝ่ายหลายภาคส่วนรณรงค์ช่วยกันแก้ไข แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าจากการสำรวจ
สถาบันที่ควรมีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาสังคมมากที่สุด กับนิ่งเฉยมาก
นั่นก็คือสถาบันครอบครัว สถาบันที่เป็นรากฐานของสถาบันระดับอื่นๆ
ปัจจุบันจะพบว่านอกจากสถาบันครอบครัวจะไม่ได้ช่วยลดและแบ่งเบาปัญหาสังคม
แล้ว
สถาบันครอบครัวยังเป็นสถาบันหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้ดีเป็นอย่างยิ่ง
(ไม่ได้กล่าวว่าก่อมากที่สุดนะ)
จากการสำรวจพบว่าในครอบครัวส่วนใหญ่จะมีการมีงกันอย่างต่ำ 3 – 4
ครั้งต่ออาทิตย์ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากเลยทีเดียว
และปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการมีงของผู้ใหญ่ในครอบครัวกับเด็ก และร้อยละ 80
เป็นเรื่องการใช้ชีวิตของเด็ก

Advertisement

 

เรามาดูกันดีกว่าว่า 10 สิ่งที่ ทำร้ายจิตใจ “ลูก” ได้มากที่สุดคืออะไร

อันดับ 10 … เมื่อเด็กทำความดีผู้ใหญ่กับเมินเฉย หรือมีความรู้สึกยินดีเพียงชั่วขณะ

ผู้ใหญ่หลายท่านมักคิดเสมอว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีที่ลูกของคุณประสบ
ความสำเร็จอะไรสักอย่าง คุณแสดงความยินดีเก็บเด็กเพียงเล็กน้อย
แต่หลังจากนั้นคุณก็แทบจะลืมมันออกไปจากสมองโดยทันที
สิ่งที่ทำให้คุณจะนึกถึงเรื่องของเด็กขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อคุณอยากโอ้อวดสิ่ง
นั้นกับบุคคลอื่น
ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะทำให้เด็กมีความรู้สึกที่ไม่ภาคภูมิใจกับสิ่งที่ได้มา

อันดับ 9 … สิทธิของเด็กในสถาบันครอบครัว การแสดงความคิดเห็นของเด็ก

ผู้ใหญ่หลายท่านในประเทศไทยมักจะจำกัดสิทธิของเด็กโดยสิ้นเชิง
(รวมไปถึงหลายๆ สถาบัน) พ่อ แม่ ครู
สามารถไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กประพฤติไม่ดีได้ แต่เด็กร้อยละ 90
ไม่สามารถแสดงอาการไม่พอใจออกมาได้เมื่อผู้ใหญ่ประพฤติผิด เพราะอะไร…
เมื่อเด็กแสดงอาการออกมาเด็กจะถูกว่า ถูกดุ ว่าทำตัวไม่เหมาะสม
ทำไมผู้ใหญ่ถึงดุเมื่อเด็กแสดงอาการอย่างนั้นเนื่องจากในใจลึกๆ
ผู้ใหญ่ก็ไม่ชอบให้ใครมาติเตียนแสดงอาการไม่พอใจใส่ แล้วเด็กละ…???
เด็กก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกันแต่เด็กห้ามทำ
ข้อสังเกตเมื่อเด็กเบื่อหน่ายที่จะแสดงความคิดเห็น คือเด็กจะพูดน้อยลง
เมื่อคุณถามสิ่งที่ต้องเลือก เด็กจะตอบกลับมาว่า “แล้วแต่”

อันดับ 8 … การรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาพูด หรือนำมาว่ากล่าวซ้ำ

ผู้ใหญ่ส่วนมากเวลาเด็กทำผิดแล้วจะว่ากล่าวนั้น
น้อยคนมากที่จะดุเฉพาะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือเรื่องที่ทำผิด
เมื่อเริ่มว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจบไป
ผู้ใหญ่ก็จะใส่อารมณ์มากขึ้นราวกับได้ระบายอารมณ์
ผู้ใหญ่ส่วนมากจะรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ที่เด็กทำผิดมาว่าซ้ำ ซ้ำเติม
และพูดได้เลยว่าผู้ใหญ่ร้อยละ 50
ที่แสดงอาการแบบนี้จะหยุดก็ต่อเมื่อเด็กเกิดอาการเสียใจ
ถ้าเด็กยังแสดงอาการเฉยๆ หรือต่อต้านไม่มีทางหยุดง่ายๆ แน่นอน
ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเจ็บใจ โกรธ
แต่ไม่สำนึกอย่างแน่นอน

อันดับ 7 … การเป็นที่ปรึกษาที่ไม่ดี เปิดเผยความลับของเด็กแก่คนอื่น

ทุกวันนี้ในสังคมไทยเด็กจะเลือกปรึกษาปัญหากับเพื่อนก่อนเป็นอันดับแรก
อันดับสองคือพี่น้อง อันดับสามคือบุคคลในอินเตอร์เน็ต
ส่วนอันดับสี่ถึงจะเป็น พ่อ แม่
ทำไมผู้ใหญ่ในสถาบันครอบครัวถึงกลายเป็นอันดับสี่ไปได้ทั้งๆ
ที่ควรจะเป็นอันดับหนึ่ง หรือสองนั่นก็เพราะคำว่า แก้ปัญหาไม่เป็น
ไม่ได้ช่วยอะไร และ สามี-ภรรยา ไม่มีความลับต่อกัน – – –
แก้ปัญหาให้ลูกไม่เป็น คือก็ไม่รู้จะช่วยยังไง – – – ไม่ได้ช่วยอะไร คือ
การที่บอกวิธีในการแก้ปัญหามาแต่เมื่อทำไปแล้วไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง – –
– สามี-ภรรยา ไม่มีความลับต่อกัน
อันนี้คือสาเหตุหลักความลับคือสิ่งที่เด็กไม่อยากให้คนจำนวนมากรู้
ถ้าเด็กเลือที่จะบอกแม่ ร้อยละ 80 ของครอบครัวชาวไทย
พ่อต้องรู้ด้วยแต่เป็นการรู้จากการที่แม่เป็นคนไปบอกอะไรทำนองนี้
การทำแบบนี้จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่ไหววางใจ ไม่เชื้อใจพ่อและแม่

อันดับ 6 … อารมณ์เสียใส่เด็ก เหวี่ยงใส่เด็ก หาเรื่องว่าเด็ก

ผู้ใหญ่มักจะไม่รู้ตัวเมื่ออารมณ์เสียแล้วชอบหาเรื่องว่าคนอื่น
โดยเป๋าหมายส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเนื่องจากมีการตอบโต้ที่น้อย
จากเรื่องเล็กที่เป็นข้อผิดพลาดนิดหน่อยจะกล่าวเป็นความผิดร้ายแรงได้ทันที
อย่างเช่น ลืมล้างจาน โดนว่าพอว่าเสร็จก็จะวกไปเข้าอันดับ 08
รื้อฟื้นเรื่องเก่ามาว่าต่อ การกระทำแบบนี้จะทำให้เด็กรู้สึกว่า
พ่อแม่ไม่มีเหตุผล จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเชื้อถือ

Advertisement

อันดับ 5 … ด่าเด็ก พูดจารุนแรง

ผู้ใหญ่มักเถียงว่าสิ่งที่พวกเขากระทำคือการดุ ว่ากล่าวตักเตือน
ไม่ใช่การด่า แต่ลองมาทำความเข้าใจกันสะใหม่ การว่ากล่าวตักเตือนคือ
ก็อธิบายผลเสีย และอธิบายแนวทางแก้ไขให้ การดุ คือ
การอธิบายถึงผลเสียอย่างเดียว แต่การด่า คือ การใช้ถ่อยคำหยาบคาย “กู”
ใช้วาจาส่อเสียดประชดประชัน “คิดว่าตัวเองเป็นเทวดารึไง” ทำนองนี้
พิจรณาตัวเองแล้วกันว่าเข้าค่ายหรือไม่ เพราะการทำอย่างนี้จะทำให้เด็กฝังใจ
เด็กจะไม่มีความสำนึกผิด หรือจะไม่ทำอีกแล้วนะ
แต่เด็กจะคิดว่าในครั้งต่อไปจะต้องทำโดยห้ามโดนจับได้

อันดับ 4 … การทำร้ายความมั่นใจของเด็ก

ผู้ใหญ่หลายคนมักทำลายความมั่นใจของเด็กโดยไม่รู้ตัว
พูดถึงข้อด้อยของเด็กในที่สาธรณะหรือต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก
การไม่เตรียมพร้อมของผู้ใหญ่ก็อาจจะทำให้เด็กเสียความมั่นใจได้ เช่น
พาเด็กไปยังสถานที่เรียนพิเศษ
แห่งหนึ่งแล้วก็ปล่อยเด็กไว้กับครูและเด็กคนอื่นๆ
ส่วนตัวเองก็กลับไปทำธุระของตน
ในสถานะผู้ใหญ่คุณอาจจะคิดว่ามีเด็กตั้งเยอะแยะลูกเราไม่ได้อยู่คนเดียว
แต่ในความคิดของเด็กคนที่ไม่รู้จักเท่ากับเขาไม่มีตัวตน
การกระทำแบบนี้จะทำให้เด็กกลายเป็นคนขาดความมั่นใจ

อันดับ 3 … การตอกย้ำซ้ำเติมความผิดพลาด

พ่อแม่จำนวนมากมักคิดว่าการดุ การด่า พูดจาซ้ำเติม
คือวิธีของการที่จะทำเห็นเด็กจดจำและเรียนรู้ความผิดพลาด
แต่ไม่ใช่เลยวิธีที่ถูกต้องที่สุดคือ การปลอบเมื่อเขาทำผิดพลาด
แล้วค่อยอธิบายข้อผิดพลาดว่าเกิดจากอะไร มีผลเสียยังไง
มีวิธีการแก้ไขแบบไหน เพราะการตอกย้ำนั้นจะทำให้เด็กรู้สึกฝังใจ
กลัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ กลัวความผิดพลาดจนกลายเป็นคนขี้ระแวงได้

อันดับ 2 … การใช้ความรุนแรง

เชื่อเถอะมันหมดยุคของ ไม้เรียวสร้างคนแล้ว
ตีให้ตายเด็กสมัยนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงหรอก
แต่จะเป็นการซ้ำเติมให้เด็กมีปมภายในใจหนักขึ้นไปอีก
ความรุนแรงที่พ่อแม่ทำกันเอง
หรือความรุนแรงที่พ่อแม่ทำต่อเด็กล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่ดีทั้งสิ้น
การทำแบบนี้จะยิ่งทำให้เด็กเิกิดอาการต่อต้านหนักขึ้นไปอีก
และในอนาคตเด็กอาจจะเป็นบุคคลที่ใช้ความรุนแรงก็เป็นได้

อันดับ 1 … คิดเอง เออเอง และไม่เข้าใจลูกของตัวเอง

ผู้ใหญ่หลายท่านมีบททดสอบง่ายๆ เลยที่จะให้ทุกท่านทำ
หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่งแล้วหาคำตอบต่อไปนี้ 1.ลูกมีเพื่อนสนิทชื่ออะไร
2.ลูกชอบกินอะไร 3.ลูกไม่ชอบกินอะไร 4. สีโปรดของลูก
5.ลูกไปเที่ยวกับครอบครัวครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ 6.เบอร์โทรศัพท์ของลูก
7.ลูกไม่อชบสิ่งมีชีวิตอะไรมากที่สุด 8.ของขวัญชิ้นล่าสุดที่ซื้อให้ลูกคือ
9.ลูกเกิดวันไหนเดือนอะไรปีไหน 10.โตขึ้นลูกอยากเป็นอะไร ตอบคำถาม 10
ข้อต้องถูก 8 ข้อขึ้นไปคุณถึงจะเป็นพ่อแม่ที่รู้จักลูกตัวเองจริง

แต่ถ้าจะทดสอบว่าเข้าใจลูกตัวเองรึเปล่า ตอบคำถามแค่ข้อเดียว
1.ทำไมคุณถึงเลือกคำตอบเหล่านั้นมาตอบ 10 ข้อแรก
ถ้าคุณบอกได้แปลว่าคุณเข้าใจลูกของคุณแต่ถ้าไม่ได้
คุณก็แค่เอาใจใส่เขามากขึ้น สังเกตุเวลาลูกของคุณยิ้ม
สังเกตเวลาลูกของคุณร้องไห้
สังเกตเวลาลูกของคุณอยู่กับความเงียบแล้วคุณจะรู้จักลูกของคุณมากขึ้น

ข้อมูลทั้งหมด 10 อันดับที่ให้ไปนั้นเป็นเพียงแนวทางในการเลี้ยงลูก

การเลี้ยงลูกที่ดีไม่ได้หมายความว่าห้ามตี ห้ามดุ ห้ามว่านะ
สามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้แต่ต้องเพียงแค่พอดีไม่มากเกินไป
ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ใช้ความจำเป็นให้มากกว่าความต้องการ

ข้อมูลนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะว่า หรือทำร้ายใครทั้งสิ้นเป็นเพียงข้อมูลที่เอาไว้เป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกเท่านั้นนะครับ

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก…www.plengprasiddhi-sailom.ac.th และ http://women.mthai.com/mom-child/173159.html

You might also like