ด่วน! มติ ครม. วันที่ 28 เมษายน 2563 ด้านการศึกษา : โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล

958
ด่วน! มติ ครม. วันที่ 28 เมษายน 2563 ด้านการศึกษา : โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
ด่วน! มติ ครม. วันที่ 28 เมษายน 2563 ด้านการศึกษา : โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล

ด่วน! มติ ครม. วันที่ 28 เมษายน 2563 ด้านการศึกษา : โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563  คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ ในหลักการโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถให้กับนักเรียน สำหรับโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ และมอบหมาย สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น 51,904.73 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2565 (3 ปี)

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เห็นสมควรที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) จะดำเนินการตามแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่ สงป. ได้ให้ความเห็นชอบไว้และอนุมัติเงินจัดสรรไว้แล้ว

สำหรับการดำเนินการในปีต่อ ๆ ไป เห็นสมควรให้ สพฐ. จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป โดยดำเนินการอย่างโปร่งใส คำนึงถึงความคุ้มค่า ประหยัด ต้นทุนที่เหมาะสม ผลประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ รวมถึงความครอบคลุมของงบประมาณ เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐในระยะยาวอันจะนำไปสู่เสถียรภาพและ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของภาครัฐในภาพรวมโดยพิจารณาเป้าหมายและประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

เพิ่มเพื่อน

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล หรือ 1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ  โดยตั้งเป้าหมายในการพัฒนาโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 8,224 โรง (ระดับประถมศึกษา 7,079 โรง และระดับมัธยมศึกษา 1,145 โรง) ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามบริบทของชุมชนตนเอง

ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาส ในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน บ้าน (ครอบครัว) วัด/ศาสนสถานอื่น ๆ และโรงเรียน ซึ่งจะทำให้ชุมชนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ และทำให้ “โรงเรียนกลายเป็นศูนย์กลางในชุมชน” อย่างแท้จริง โดยในส่วนของการดำเนินโครงการนั้น สพฐ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา

ดังนั้น เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ศธ. จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณใน การดำเนินโครงการสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2565 เพื่อมุ่งเน้นการดำเนินการใน 3 ด้านที่สำคัญ คือ
(1) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
(2) ด้านการส่งเสริมการศึกษา เพื่อเพิ่มทักษะด้านต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน และการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา และ
(3) ด้านการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่นั้น ๆ ในการบริหารจัดการการศึกษา

โดยมีแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการใน 5 ประเด็น ได้แก่
(1) การพัฒนาตามแนวนโยบายโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลทั้งในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและผู้เรียน รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา
(2) การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency – Based Curriculum)
(3) การพัฒนาด้านภาษาอังกฤษด้วยการจ้างครูชาวต่างชาติ
(4) การพัฒนาด้านการเรียนการสอนภาษาจีน และ
(5) การพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ในกรอบวงเงินทั้งสิ้น 51,904.73 ล้านบาท ประกอบด้วย
(1) งบลงทุน 19,766.02 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วัสดุอุปกรณ์ สื่อและสถานที่ให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น ห้องเรียนอัจฉริยะ ห้องปฏิบัติการและแหล่งเรียนรู้ Coding STEM ห้องปฏิบัติการด้านภาษา (Sound Lab) และสนามกีฬา เป็นต้น
(2) งบดำเนินงาน 30,477.49 ล้านบาท สำหรับใช้ในการจัดกิจกรรมเสริมสร้างการพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษและภาษาจีนของผู้เรียน และกิจกรรมพัฒนาบุคลากร เป็นต้น และ
(3) งบรายจ่ายอื่น 1,661.22 ล้านบาท เพื่อดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านแนวทางการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลในต่างประเทศ และการจัดทำเครื่องมือวัดประเมินผลระดับชั้นเรียนที่มุ่งเน้นวิทยาการคำนวณ และการออกแบบเทคโนโลยี เป็นต้น

ขอขอบคุณที่มาเนื้อหา และอ่านข่าวนี้ต่อที่