หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

798
หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

สถานี ก.ค.ศ. หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย “ผู้บริหารสถานศึกษา” สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

สวัสดีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้อ่านทุกท่าน สำนักงาน ก.ค.ศ. มีข่าวความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษ ซึ่งป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจองข้รชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา มาบอกกล่าวให้ทราบโดยทั่วกัน

ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 ได้มีมติ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ลังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ใช้บังคับกับทุกส่วนราชการ สำหรับการย้ายประจำบี พ.ศ. 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป (ยกเว้นโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย) ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว ให้ส่วนราชการทราบและถือปฏิบัติตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว 6 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 แล้ว โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้กำหนดให้มีการย้าย 3 กรณี เช่นเดิม ได้แก่ การย้ายกรณีปกติ การย้ายกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และการย้ายกรณีพิเศษ

สำหรับหลักการของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้ ได้คงหลักการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ที่ใช้อยู่เดิม แต่มีสาระสำคัญที่ปรับปรุงเพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา และเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา โดยสรุปดังนี้

1. การกำหนดให้ส่วนราชการเป็นผู้กำหนดขนาดสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้กำหนดขนาดสถานศึกษาตามจำนวนนักเรียน เป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษ ได้ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับข้อมูลจำนวนนักเรียนในปัจจุบัน

2. การกำหนดสัดส่วนของจำนวนตำแหน่งว่าง ได้ปรับปรุงให้มีการกำหนดสัดส่วนของตำแหน่งว่างสำหรับการคัดเลือก เพื่อสร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา โดยกำหนดให้การย้ายสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องกำหนดสัดส่วนข้องจำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้รับย้ายและที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก ให้เท่ากันหรือต่างกันได้ ไม่เกิน 1 ตำหน่ง กรณีไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ให้กำหนดสัดส่วนของจำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้รับย้ายและที่จะใช้สำหรับการคัดเลือก ให้เท่ากันหรือต่างกันได้ ไม่เกิน 1 ตำแหน่ง เช่นกันส่วนการย้ายสังกัดส่วนราชการอื่น ให้เป็นดุลพินิจของ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง

เพิ่มเพื่อน

3. การย้ายกรณีปกติ

3.1 คุณสมบัติของผู้ขอย้ายและการนับระยะวลาการดำรงตำแหน่ง ปรับปรุงให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นจากเดิมกำหนดไว้ว่าต้องดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าวในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 31 ตุลาคม ของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย เป็น”ดำรงตำแหน่งนั้นไม่น้อยกว่า 12 เดือน โดยผู้ที่ส่งคำร้องขอย้าย ในระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม ให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 15 สิงหาคม สำหรับการส่งคำร้องขอย้ายครั้งต่อไป ให้นับถึงวันสุดท้ายของกำหนดการส่งคำร้องขอย้ายตามประกาศรับย้าย”

3.2 การพิจารณาคำร้อง ปรับปรุงโดยกำหนด “ให้พิจารณาคำร้องขอย้ายที่ระบุชื่อสถานศึกษาให้แล้วเสร็จก่อนจึงพิจารณาคำร้องขอย้ายที่ระบุสถานศึกษาใด ๆ ก็ได้ ภายหลัง” ทั้งนี้ สำหรับการ่ย้ายสังกัดลำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา “สามารถระบุสถานศึกษาที่ประสงค์จะย่ำยไปดำรงตำแหน่งได้เพียงจังหวัดเดียว” เพื่อมีให้เกิดความซ้ำซ้อนในการพิจารณา

3.3 การพิจารณาย้ายสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ปรับปรุงให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นโดยกำหนด “ให้พิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงนเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาด้วยกันหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาด้วยกัน ที่มีสถานศึกษาขนาดเดียวกันและขนาดใกล้เคียงกันทั้งในจังหวัดเดียวกันและต่างจังหวัดพร้อมกันก่อน หากยังมีตำแหน่งว่างเหลืออยู่ ให้พิจารณาสถานศึกษาต่างประเภทที่มีขนาดสถานศึกษาเดียวกันและขนาดใกล้เคียงกัน ทั้งในจังหวัดเดียวกันและต่างจังหวัด พร้อมกัน”

4. การย้ายกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

ได้มีการปรับปรุงโดยเฉพาะประเภทการย้ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้ กำหนดให้ มีการย้าย 2 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่ม 1 การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาทั่วไปที่มีรูปแบบเดียวกับการย้ายกรณีเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ใช้อยู่เดิม

กลุ่ม 2 การย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาที่มีสภาพความยากลำบากในการจัดการศึกษา โดยวิธีการสรรหาของกลุ่นี้ จะใช้วิธีการทาบทามผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีความสามารถสูง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ โดยความสมัครใจ ซึ่งผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ย้ายจะได้รับสิทธิประโยชน์เกื้อกูลตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด

5. การย้ายกรณีพิเศษ

การย้ายกรณีนี้ยังคงกำหนดเงื่อนไขไว้เช่นเดิม โดยให้ดำเนินการย้ายเช่นเดียวกับวิธีการย้ายกรณีปกติ โดยอนุโลมแต่ไม่ต้องมีการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย

ทั้งนี้ ลำนักงาน ก.ค.ศ. หวังเบ็นอย่างยิ่งว่า หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ว 6/2563) จะเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

 

หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ที่มาข่าวจาก สำนักงาน ก.ค.ศ.