บอร์ด กพฐ.กลับลำ ปีการศึกษา 64 ไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง

168
บอร์ด กพฐ.กลับลำปีการศึกษา 64 ไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง
บอร์ด กพฐ.กลับลำปีการศึกษา 64 ไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง

 

บอร์ด กพฐ.กลับลำปีการศึกษา 64 ไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กพฐ. ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 ในปีการศึกษา 2564 ที่เดิมมติ กพฐ.ให้จำกัดการรับนักเรียนไม่เกิน 40 คนต่อห้อง แต่การจำกัดจำนวนนักเรียนดังกล่าวในบางพื้นที่อาจมีความจำเป็นที่ไม่สามารถรับนักเรียนตามจำนวนดังกล่าวได้

เพิ่มเพื่อน

 ดังนั้นที่ประชุมจึงมีข้อสรุปของสัดส่วนการรับนักเรียนในปี 2564 ใหม่ โดยให้โรงเรียนสามารถรับนักเรียนระดับ ม.1 เพิ่มได้ตามความจำเป็นแต่ต้องไม่เกิน 10% โดยโรงเรียนจะต้องดำเนินการรับนักเรียนให้เกิดความโปร่งใส และตรวจสอบได้ จากนั้นในปีการศึกษา 2565 ก็จะมีการปรับลดสัดส่วนการรับนักเรียนต่อห้องเกินกว่าที่กำหนดได้แต่ไม่เกิน 5% และในปีต่อ ๆ ไปจึงจะล็อคสัดส่วนจำนวนรับนักเรียนไม่ให้เกิน 40 คนต่อห้อง

ประธาน กพฐ. กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงความสัมพันธ์ระหว่างการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต กับการประเมินมาตรฐานโรงเรียน โดยโรงเรียนบางแห่งเราจะพบว่าการประเมินมาตรฐานจากสำนักงานรับรองคุณภาพและมาตรฐาน (สมศ.) กับผลทดสอบโอเน็ต ซึ่งพบว่าผลการทดสอบไม่มีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติให้มีการทบทวนเรื่องการประเมินมาตรฐานโรงเรียนของ สมศ.กับคะแนนโอเน็ตจะต้องมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันมากกว่านี้ เช่น หากประเมินว่าโรงเรียนนี้มีคุณภาพระดับดีมากผลของโอเน็ตก็ต้องดีตามไปด้วยเป็นต้น

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้หารือถึงการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยจะเริ่มควบรวมโรงเรียนขยายโอกาสที่มีนักเรียนต่ำกว่า 100 คนลงไป ซึ่งจะวิเคราะห์จากการคมนาคมที่สะดวกเป็นหลัก ซึ่งมีโรงเรียนขนาดเล็กที่ต้องเข้าสู่การบริหารจัดการทั้งการควบรวม ประมาณ 8,000 แห่ง และโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรอการยุบรวมอีกจำนวน 200 แห่ง

“บอร์ด กพฐ.ยังมีการหารือกับทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) เพื่อนำหลักสูตรของ สพฉ.มาอบรมและพัฒนาครู ให้เรียนรู้หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือการการทำวิธีปฐมพยาบาลที่เพิ่มโอกาสรอดชีวิตหรือ CPR โดยการอบรมดังกล่าวจะดำเนินการในรูปแบบออนไลน์ และสามารถชั่วโมงการอบรมไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้พิจารณาเลื่อนและมีวิทยาฐานะได้ด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการอบรม สพฉ.จะเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์แก่ครูและนักเรียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในชั้นเรียน” รศ.ดร.เอกชัย กล่าว.

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณที่มาข่าวจาก #At_HeaR