รมว.ศธ.  เร่งขับเคลื่อนการศึกษา ปรับเนื้อหา วิชา ประวัติศาสตร์ บรรจุ โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริต่างๆ ลงในหลักสูตร 

247
รมว.ศธ.  เร่งขับเคลื่อนการศึกษา ปรับเนื้อหา วิชา ประวัติศาสตร์ บรรจุ โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริต่างๆ ลงในหลักสูตร 
รมว.ศธ.  เร่งขับเคลื่อนการศึกษา ปรับเนื้อหา วิชา ประวัติศาสตร์ บรรจุ โครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริต่างๆ ลงในหลักสูตร
รมว.ศธ.  เร่งขับเคลื่อนการศึกษา ปรับเนื้อหา วิชา ประวัติศาสตร์ บรรจุ โครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริต่างๆ ลงในหลักสูตร 
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมรับฟังการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กระทรวงศึกษาธิการ (อพ.สธ.-ศธ.) ครั้งที่ 2/2563
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีแนวคิดที่จะนำเรื่องราวที่ดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ผ่านมา นำมาเผยแพร่สู่สถานศึกษา
และขับเคลื่อนสร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียนไม่ว่าจะเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ โครงการลูกเสือไทย หรือประวัติศาสตร์ไทยที่จะนำเนื้อหามาบรรจุไว้ในการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นบางโครงการก็ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตร เช่น โครงการแก้มลิงของรัชกาลที่ 9 เด็กมีความเข้าในถึงโครงการนี้อยู่จำนวนเท่าไหร่ และที่มาที่ไปของโครงการมีความเป็นมาอย่างไร
เพราะโครงดังกล่าวก็ไม่ได้มีการบรรจุไว้ในหลักสูตรเดิม เนื่องจากรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่กษัตริย์นักรบแต่คือกษัตริย์นักพัฒนา ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ควรจะถูกบันทึกไว้ในการเรียนประวัติศาสตร์ด้วย เพราะถือเป็นพื้นฐานความสำเร็จการพัฒนาที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทย โดยขณะนี้คณะทำงานปรับหลักสูตรกำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆว่าจะนำมาใส่ไว้ในวิชาสังคมศึกษาหรือไม่
“เรามีความจำเป็นที่ต้องบูรณาการหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน
โดยรูปแบบการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในห้องเรียนของครูผู้สอนจะต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งไม่ใช่การสอนเพื่อให้เด็กมานั่งจดและท่องจำอย่างเดียว แต่ต้องกาสร้างเด็กและเยาวชนในอนาคตให้สัมผัสถึงโครงการเข้าใจพื้นฐานของประเทศไทยว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรด้วย โดยมีใครที่ทำการสำรวจการพัฒนาจนถึงตอนนี้ประวัติศาสตร์ในอดีตได้สร้างอะไรไว้ให้แก่คนรุ่นหลังบ้าง เพื่อที่คนที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จะได้มีความคิดไปในทิศทางเดียวกัน
และต่อยอดไปสู่คนรุ่นต่อไป เนื่องจาก ศธ.ต้องการให้เด็กและเยาวชนรับรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยอย่างครบถ้วนทุกด้าน และผมเชื่อมั่นว่าเด็กจะมีความภูมิใจในความเป็นไทยอย่างแน่นอน”รมว.ศธ.กล่าว

ขอขอบคุณที่มาเนื้อหา และติดตามอ่านต่อที่

เพิ่มเพื่อน