สพฐ.ยันไม่เลื่อนสอบ-ปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 63 หวั่นกระทบนับชั่วโมงเรียน

675
สพฐ.ยันไม่เลื่อนสอบ-ปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 63  หวั่นกระทบนับชั่วโมงเรียน
สพฐ.ยันไม่เลื่อนสอบ-ปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 63 หวั่นกระทบนับชั่วโมงเรียน

สพฐ.ยันไม่เลื่อนสอบ-ปิดภาคเรียนปีการศึกษา 63 !!!หวั่นกระทบนับชั่วโมงเรียน

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ ว่า ตนได้สื่อสารและทำความเข้าใจให้เขตพื้นที่รับทราบถึงการดำเนินการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19

ซึ่งขอให้โรงเรียนทุกแห่งสร้างมาตรการการป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ติดเชื้อโควิด รวมถึงจะต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และประกาศมาตรการของจังหวัดอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้โรงเรียนจะต้องตรวจติดตาม และประเมินตรวจสอบรายงานผลทุกวัน ซึ่งจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญ ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในจังหวัดพื้นที่สีแดงจะต้องปิดเรียนทั้งหมด ส่วนจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมตามโซนสีส้ม สีเหลือง และสีเขียว ให้พิจารณาตามประกาศของจังหวัดและหากภาพรวมมีความเรียบร้อยให้จัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ

เพิ่มเพื่อน

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า สำหรับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์เราไม่กังวล โดยขอให้โรงเรียนที่ปิดเรียนได้ถอดบทเรียนจากการปิดสถานศึกษาที่มีการระบาดของโควิดในรอบแรกมาบริหารจัดการได้ ส่วนโรงเรียนในพื้นที่ใดที่บ้านเด็กไม่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี ครูผู้สอนสามารถจัดถุงยังชีพการศึกษาที่ประกอบไปด้วยใบงานแบบฝึกหัด และแบบเรียน

ดังนั้นแม้จะมีการปิดเรียนเกิดขึ้นเราจะไม่ให้เกิดผลกระทบกับเด็กในเรื่องการเรียนรู้อย่างแน่นอน ทั้งนี้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ.ได้ย้ำให้จัดการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนปิดภาคเรียนหรือเลื่อนการสอบต่าง ๆ เพราะจะกระทบกับการนับชั่วโมงเรียนและส่งผลไปถึงนักเรียนชั้นม.6 ที่มีผลต่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาด้วย ดังนั้นหากสถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลาย สพฐ.จัดหารูปแบบการจัดสอบใหม่เอง

นายอัมพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการอาหารกลางวันได้หากโรงเรียนที่มีการปิดเรียนให้จัดส่งอาหารกลางวันที่บ้านนักเรียน หรือปรุงอาหารไว้ที่โรงเรียนและผู้ปกครองมารับ ซึ่งหากผู้ปกครองหรือโรงเรียนไม่สะดวกให้โรงเรียนโอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครองแทน ขณะที่อาหารเสริมนมโรงเรียนให้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) แจกจ่ายให้ผู้ปกครองที่บ้านแทนตามความเหมาะสม”

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณข้อมูลจาก At_HeaR