รมว.ศธ. มอบ สพฐ.ศึกษารูปแบบให้ นร.จบการศึกษาอัตโนมัติ

671
รมว.ศธ. มอบ สพฐ.ศึกษารูปแบบให้ นร.จบการศึกษาอัตโนมัติ
รมว.ศธ. มอบ สพฐ.ศึกษารูปแบบให้ นร.จบการศึกษาอัตโนมัติ

รมว.ศธ. มอบ สพฐ.ศึกษารูปแบบให้ นร.จบการศึกษาอัตโนมัติ

ตามที่มีผู้ปกครองบางกลุ่มเสนอแนวทางการจบการศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ควรประกาศให้นักเรียนจบการศึกษาในปีนี้แบบอัตโนมัติ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น โดยให้ครูประจำชั้นเป็นผู้ประเมินการเรียนจากการเรียนของเด็กในช่วงที่ผ่านมา ซี่งส่วนใหญ่จัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา 2563 มาแล้วประมาณครึ่งเทอมนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางที่หลายๆ ประเทศ ที่ประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ใช้เพื่อที่จะให้ผู้เรียนจบการศึกษาในปีการศึกษานี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ศึกษารายละเอียดในเรื่องนี้ โดยนำแนวทางที่ประเทศต่างๆ ใช้มาประกอบการพิจารณาด้วย อย่างไรก็ตามตนคงยังไม่สามารถประกาศได้ว่าจะใช้วิธีใด เนื่องจากการจบการศึกษายังมีนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีความจำเป็นต้องใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมรวม (GPAX) เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ดังนั้น ศธ.จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วน โดยคาดว่า สพฐ.จะนำผลการศึกษามาหารือร่วมกับตนในเร็วๆ นี้

เพิ่มเพื่อน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ ศธ.ได้ให้สถานศึกษาในสังกัด และในกำกับหยุดการเรียนการสอนใน 28 จังหวัดจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2564 โดยให้มีการเรียนการสอนแบบผสมผสานในรูปแบบออนไลน์และการแจกใบงานให้นักเรียนกลับไปทำที่บ้าน นั้น ที่ผ่านมา ศธ.ได้รับทราบปัญหาในการเรียนการสอนรูปแบบดังกล่าวและจำนวนใบงานที่มากเกินไปจนนักเรียนเครียด แต่ต้องยอมรับว่าการเกิดวิกฤติในครั้งนี้เกิดขึ้นทั่วโลกและแนวทางในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์อาจเป็นสิ่งใหม่ที่ต้องมีการปรับตัวทั้งครูและนักเรียน โดย ศธ.จะพยายามแก้ไขปัญหาและหาความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความสมดุลให้มากที่สุด

“การเรียนผสมผสานถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นจำเป็นในอนาคตแต่จำเป็นต้องหาจุดสมดุลในการให้งานให้การบ้านแก่นักเรียน โดยต้องดูที่การให้การบ้านแล้ววัดผลได้เป็นหลัก ซึ่งต้องยอมรับว่าในเมื่อครูไม่ได้เจอนักเรียน 1 สัปดาห์ ก็มีความจำเป็นต้องให้การบ้านนักเรียนจำนวน 1 สัปดาห์เช่นเดียวกัน

ซึ่งตรงนี้ก็อาจทำให้นักเรียนเกิดความกดดัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแบ่งเวลาหากมีการแบ่งเวลาที่มีประสิทธิ์ภาพก็จะบริหารจัดการงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายได้ เพราะนักเรียนอยู่บ้าน ไม่ได้เดินทางไปไหนจึงมีเวลามากขึ้น หากมีการบริหารที่ดีก็จะแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันทั้งหมดทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และครู” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว.

#กระทรวงศึกษาธิการ #สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน #ศึกษารูปแบบ #จบการศึกษาอัตโนมัติ

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณข้อมูลจาก At_HeaR