รมว.ศธ. ปล่อยตัว 77 ทีม ศธ. รับมอบแผนพลิกการศึกษาทั่วประเทศ

447
รมว.ศธ. ปล่อยตัว 77 ทีม ศธ. รับมอบแผนพลิกการศึกษาทั่วประเทศ
รมว.ศธ. ปล่อยตัว 77 ทีม ศธ. รับมอบแผนพลิกการศึกษาทั่วประเทศ

รมว.ศธ. ปล่อยตัว 77 ทีม ศธ. รับมอบแผนพลิกการศึกษาทั่วประเทศ

18 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในการประชุมการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ และศึกษาธิการจังหวัด ร่วมประชุม ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. ได้ประกาศแผนบูรณาการการศึกษาทั่วประเทศเป็นนโยบายหลักในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีเป้าหมายเพื่อพลิกการศึกษาทุกตารางนิ้วของประเทศ ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเชื่อมโยงทั้งองค์กร อิงตามแผนพัฒนายุทธศาสตร์ประเทศ ๒๐ ปี เน้นความสอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด ซึ่งการศึกษาถือเป็นเครื่องมือชี้วัดคุณภาพและศักยภาพในด้านต่างๆ ของประเทศ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่มีความสามารถในการแข่งขันเท่าเทียมกับนานาอารยะประเทศและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษที่ ๒๑ การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นเร่งด่วน จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่าโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า ๑๕,๐๐๐ โรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า ๑๒๐ คน การบริหารจัดการด้านงบประมาณที่มีอยู่ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดสรรบุคลากรทางการศึกษาไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง ส่งผลต่อการเรียนการสอนที่ให้ประสิทธิผลของผู้เรียน นอกจากนี้จากสถิติการเกิดของเด็กในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ลดลงสวนทางกับจำนวนโรงเรียนที่มีเพิ่มมากขึ้น จึงต้องมีการบริหารจัดการให้มีความสอดคล้องเท่าทันไปกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การบริหารของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามแนวคิดที่ต้องการจัดการศึกษาที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน เพื่อสร้างทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพและสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนของประเทศ จึงได้เกิดแผนบูรณาการการศึกษาทั่วประเทศขึ้นมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการศึกษาในทุกตารางนิ้วของประเทศไทย โดยได้วางแผนให้มีการบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างโรงเรียนคุณภาพให้กับชุมชน มีพื้นที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้และทำกิจกรรม สร้างตึกและอาคารเรียนที่ได้มาตรฐานระดับสากล จัดสรรบุคลากรทางการศึกษาที่มีอยู่ในระบบให้เข้าถึงในทุกโรงเรียน ทั้งนี้การบริหารจัดการแผนบูรณาการการศึกษาในครั้งนี้มุ่งเน้นการทำงานที่เชื่อมโยงประสานกันของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการทั่วประเทศ โดยแผนการดำเนินงานนั้นไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาเท่านั้น แต่ยังดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศและบริบทของแต่ละจังหวัดอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

advertisement

“หลังจากที่ผมได้ลงพื้นที่และศึกษาข้อมูลกว่า 1 ปีที่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องยอมรับว่าได้พบปัญหาในการบริหารจัดการการศึกษาให้มีคุณภาพอยู่มาก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นการรื้อระบบการศึกษา เพื่อสร้างคุณภาพใหม่ทั้งระบบ สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสำหรับเด็กๆ โดยใช้ความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทางการศึกษาที่มีอยู่ทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแผนบูรณาการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว
“ผลของการดำเนินงานครั้งนี้เด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของเราจะไม่เพียงได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องของสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น แต่จะได้รับการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพจากการที่มีครูครบชั้น ครบวิชา ในแต่ละโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนที่สามารถจัดการทำกิจกรรมต่างๆ ด้านคุณครูเมื่อครูครบชั้นก็จะลดเวลา ลดภาระงานและพุ่งเป้าหรือให้ความสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ ได้มากขึ้น”

“สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องคิดจากนี้ต่อไปก็คือเราจะใช้พื้นที่โรงเรียนบางส่วนในการพัฒนาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับเด็กๆ การสร้างคอมมูนิตี้หรือหอพักสำหรับคุณครู หรือมุ่งหวังถึงการเป็นพื้นที่สำหรับพัฒนาทักษะๆ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในชุมชนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัดอีกด้วย” นายณัฏฐพล กล่าว

advertisement

ทั้งนี้แผนบูรณาการการศึกษาดังกล่าว ได้มีการลงพื้นที่สำรวจและพัฒนาโดยการใช้พื้นที่ จ.ภูเก็ตเป็นต้นแบบ ซึ่ง จ.ภูเก็ตมีความโดดเด่นเรื่องของการท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉลี่ยในแต่ละปีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า18% เลือกเดินทางสู่ จ.ภูเก็ต สร้างรายได้กว่า 29% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งประเทศ ดังนั้นแนวทางการพัฒนาการศึกษานอกจากจะมุ่งเน้นทางด้านวิชาการแล้ว ก็มีแนวคิดที่จะเสริมทักษะด้านภาษาที่สองและสามให้กับนักเรียน นักศึกษา สร้างโรงเรียนฝึกอาชีพเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น

โดยแนวทางการพัฒนาโรงเรียนใน จ.ภูเก็ตนั้นได้วางเป็น 3 แนวทางหลัก คือ
แนวทางที่ 1 โรงเรียนคุณภาพชุมชนระดับประถมศึกษา
แนวทางที่ 2 โรงเรียนขนาดเล็กที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone)
แนวทางที่ 3 ยกระดับโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง

จากการศึกษาเบื้องต้นตามแผนพัฒนาโรงเรียนใน 3 รูปแบบส่งผลให้เงินงบประมาณให้กับโรงเรียนใน จ.ภูเก็ต สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้จากการประชุมได้มอบหมายให้ตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัดได้ทำแผนพัฒนาในจังหวัดของตนเองเพื่อนำเสนอแนวทางพัฒนารวมถึงการพิจารณาวางแผนงบประมาณที่ต่อเนื่องต่อไป

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณข้อมูลจาก ประชาสัมพันธ์ สพฐ.

advertisement