การศึกษาการศึกษาไทยใช้คนไม่ตรงกับความสามารถ เพจ วันนั้นเมื่อฉันสอน

303
การศึกษาไทยใช้คนไม่ตรงกับความสามารถ
การศึกษาไทยใช้คนไม่ตรงกับความสามารถ

สวัสดีค่ะวันนี้ครูอัพเดตดอทคอม  มีบทความเกี่ยวกับการศึกษามาฝากทุกท่านซึ่งเป็นบทความที่มีเนื้อหาตรงใจกับครูหลายหลายคนจาก เพจ วันนั้นเมื่อฉันสอน เป็นบทความเกี่ยวกับครูสอนไม่ตรงกับความสามารถหรือครูสอนไม่ตรงเอกนั่นเอง

มีเนื้อหากันอย่างไรไปอ่านจะได้เลยค่ะ

มีรุ่นน้องของผมคนหนึ่งเอกภาษาญี่ปุ่น สอบบรรจุ สพม.ได้ไปบรรจุที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่กลับไม่มีคาบให้สอนเพียงพอ แล้วดันขออัตราบรรจุมาให้ไปสอนวิชาอื่น เช่น ภาษาเกาหลี สังคม ไทย เธอเองก็ช๊อคไปเหมือนกันเพราะเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นแล้วต้องมาเจออะไรแบบนี้

ทำไมพวกเขาไม่เข้าใจว่าภาษามีความแตกต่างกัน ความสามารถเฉพาะอย่างมันไม่สามารถที่จะข้ามสายได้ คนเก่งญี่ปุ่นไม่ได้หมายความว่าจะเก่งเกาหลี จีน

หากจะพูดแรง ๆ การศึกษาไทยคือเตาหลอมที่ทำลายความสามารถของคนรุ่นใหม่ คนเก่ง ๆ หลายคนอยู่ไม่ได้เพราะองค์กรไม่เห็นค่า ทักษะที่เขาเรียนมาเฉพาะทางไม่ถูกใช้ ถูกทำลายทิ้งจากการบริหารแบบอะไรก็ได้
และเมื่อคุณพูดถึงปัญหา คนในองค์กรก็จะโทษไปที่ตัวบุคคล เหมือนกรณีของครูกอล์ฟนักเรียนทุนที่เคยไปต่างประเทศพูดเรื่องระบบเวรยาม ก็บอกให้เขาย้ายสิ ลาออกไปสิ ทั้งที่เขาแค่พูดถึงปัญหา

การศึกษาบ้านเราไม่ได้เห็นค่าคนมีความสามารถเลย และไม่เคยเสียดายคนเก่ง ๆ พร้อมจะไล่เขาออกไปเสมอถ้าเขาคนนั้นแตะต้องระบบที่มันย่ำแย่หรือพูดถึงปัญหาที่มันเกิดขึ้น ไม่มีใครคิดที่จะแก้ปัญหา หรือ อย่างน้อย ๆ คิดว่ามันเป็นปัญหาบ้างก็ยังดี

เพิ่มเพื่อน

เมื่อไม่คิดว่ามันผิดปกติ ทำให้ปัญหาเหล่านี้เรื้อรังเหล่านี้หมักหมมส่งต่อไปยังรุ่นต่อไป ถามว่าใครจะได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อสอนไม่ตรงเอก
คำตอบคือ “นักเรียน” ไม่ใช่ครู

อยากให้สอนนักเรียนวิชาอื่น สอนไม่ได้ก็แค่ไม่ต้องพูด เปิดหนังสือให้เด็กจดตามไป เพราะพอพูดถึงปัญหาครูก็โดนตำหนิ อยู่ให้รอดไปวัน ๆก็พอสุดท้ายทำให้เกิดระบบเช้าชามเย็นชาม อย่าคิดเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่ ๆไปยังไงเงินเดือนเท่าเดิม

แล้วไม่ต้องมาถามหรอกว่า แล้วให้ทำอย่างไรกับปัญหานี้ ? มันไม่ใช่หน้าที่ครู คุณจ้างให้เขามาสอนไม่ได้ให้มาแก้ปัญหาการศึกษา หรือต่อให้อยากแก้
เขาก็ไม่มีอำนาจ สิ่งที่เราทำได้คือสะท้อนปัญหาเหล่านี้ออกไป ถ้าไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา สมองคุณก็ไม่ปกติแล้ว

เบื้องบนไม่รู้จริง ๆ หรือว่ามีปัญหานี้อยู่ ทำไมเอาคนรุ่นใหม่มาทำลายความสามารถเขาทิ้งไปเรื่อย ๆ จนคนหมดไฟในการทำงาน สุดท้ายก็กลืนไปกับระบบ “พี่ทำมาหมดแล้ว ” ” พี่หนักกว่าเธอ ” เมื่อมีคนใหม่เข้ามาเจอปัญหาแบบตนก็เกทับว่าเธอต้องอยู่ให้ได้ฉันทำมาแล้ว มันไม่มีปัญหา มีแต่เธอต่างหากที่สร้างปัญหาเกิดภาวะสมองไหล

ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่ามันมีมูลค่าความเสียหายอย่างไรเมื่อเราใช้คนไม่ตรงกับงาน หากเปรียบครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นเหมือนรถสิบล้อ การที่คุณเหมารถสิบล้อมารับส่งคนเดียวมันก็ทำได้ ให้ไปสอนไม่ตรงเอกครูเขาก็ทำได้

“แต่มันไม่คุ้มค่า !!!” อ่านอีกครั้งถ้าไม่เข้าใจ “มันไม่คุ้มค่า”

ทำไมต้องเอารถใหญ่ไปรับส่งคนๆคนเดียว ในเมื่อมอเตอร์ไซค์ก็ทำงานได้เหมือนกัน การใช้คนให้ตรงกับงานย่อมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่กับการศึกษาไทยไม่เลย “เป็นครูต้องทำได้ทุกอย่าง” สร้างคำพูดขึ้นมากดทับปัญหาทางการศึกษาไว้ ชีวิตจริงมันทำไม่ได้หรอกที่คนเราจะเป็นได้ทุกอย่าง

ถ้ายังไม่เห็นภาพก็ต้องถามง่าย ๆ ว่าคุณกล้าให้ช่างไม้มาเดินไฟฟ้าบ้านคุณไหม ในเมื่อก็เป็นช่างเหมือนกัน ทุกศาสตร์มันความสามารถเฉพาะเมื่อไหร่เราจะเห็นค่ามันซักที

เอาล่ะในเมื่อมันต้องเป็นแบบนี้ เราก็ไม่ได้หวังว่ามันจะเปลี่ยนหรอก
แต่เราอยากส่งเสียงว่า “ระบบการศึกษามันมีปัญหานะ”
อย่างน้อยคนในวงการศึกษา ควรรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้ “มันผิดปกติ”
ไม่ใช่ทำตามไปโดยไม่ตั้งคำถาม เพราะในกรณีที่ใกล้เคียงกันนี้ รุ่นน้องคณะผมบางคนก็ลาออกแล้วไปทำงานที่ญุ่ปุ่น

คุณควรรู้ว่าวิธีการทำงานแบบเดิมมันไม่ได้ผลแล้วในโลกยุคปัจจุบัน ถ้าเขาต้องไปคุณควรเสียดายคน ๆ หนึ่งที่ชาติสร้างมา เขากิน เขาใช้ระบบสวัสดิการในชาติมากเท่าไหร่กว่าจะเติบโตมาเป็นคนได้ แต่พอวันหนึ่งที่เขามีทักษะความสามารถจะตอบแทนกลับคืนได้ กลับผลักไสให้เขาไปทำประโยชน์ให้ประเทศอื่น เมื่อหญ้าอยู่ในกระถางมันถูกถอนทิ้ง ไม่เหมือนหญ้าในสนามที่ได้รับการดูแลรักษา แล้วทำไมเราจะต้องอยากไปเป็นหญ้าในกระถางถ้าไม่มีใครเห็นค่า

ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปหากไม่แก้ปัญหาการใช้คนให้ตรงกับความสามารถไม่ได้ก็บอกเลยว่าการศึกษาไทย “มันไม่มีวันพัฒนา”

แล้วใครที่บอกว่าเป็นครูไทยต้องสอนได้ทุกวิชา
มา…ขอจูงมือคนพูดให้มันไปสอนภาษาญี่ปุ่น

ครูอัพเดตดอทคอม  ขอขอบคุณบทความจาก  เพจ วันนั้นเมื่อฉันสอน