สรุปรายงานการประชุม รับฟังนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 9 มิถุนายน 2564

341
สรุปรายงานการประชุม รับฟังนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 9 มิถุนายน 2564
สรุปรายงานการประชุม รับฟังนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 9 มิถุนายน 2564

สรุปรายงานการประชุม รับฟังนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 9 มิถุนายน 2564

สรุปประเด็นการประชุม

จากการเข้าร่วมรับฟังการประชุม เรื่อง ประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2564

สรุปประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาได้ดังนี้

1. การจัดการเรียนการสอน 5 รูปแบบ ได้แก่
1. On-Site การจัดการเรียนการสอนแบบปกติที่โรงเรียนกับครูต่อหน้า เน้นปฏิสัมพันธ์
ระมัดระวังการเกิด cluster โรงเรียน
ปรับรูปแบบห้องเรียน
เน้นการสื่อสารกับผู้ปกครอง
2. On-Air การจัดการเรียนการสอนผ่านระบบโทรทัศน์ เรียนด้วยตนเอง กำกับด้วยเวลา

ที่เผยแพร่

ที่บ้านไม่มีทีวี มาเรียนที่ชุมชน บ้านข้างเคียง พี่ช่วยน้อง อาสาสอนน้อง โดยโรงเรียนดูแลเป็นรายบุคคล
เขตพื้นที่สนับสนุน เป็นหน่วยรับบรริจาคอุปกรณ์ และขอความร่วมมือกับชุมชน
มูลนิธิการศึกษาทางไกลฯ สนับสนุนการส่งสัญญาณ และช่องทางออกอากาศ DLTV
เรียนผ่านโทรทัศน์ ระบบสัญญาณดาวเทียม KU-band, CableTV, IPTV, Application
เรียนผ่าน TV Digital ภาคพื้นดิน 12 ช่อง
มูลนิธิการศึกษาทางไกลฯสนับสนุน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และชุดใบงาน
3. ON-Demand การจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรียนด้วยตนเอง กำกับความช้าเร็วด้วยตนเอง
ครูชี้แนะการเรียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อตกลงการเรียน และการส่งผลงาน
นักเรียนและผู้ปกครองเตรียมอุปกรณ์
นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
ครูและผู้ปกครองช่วยเหลือสนับสนุน
4. Online การจัดการเรียนการสอนแบบถ่ายทอดสด ติดต่อสองทางระหว่างครูกับนักเรียน
วางแผนออกแบบการเรียนรู้ออนไลน์สำรวจเครืองมืออุปกรณ์ และระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ต สื่อสารเชื่อมโยงสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง

5. On-Hand การจัดการเรียนการสอนด้วยการนำส่งเอกสารที่บ้านเรียนและทำด้วยตนเอง มีผู้ปกครองช่วยดูแล
โรงเรียนวางแผนรูปแบบการเรียน
ครูจัดเตรียมแบบฝึก/อุปกรณ์
นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
มูลนิธิทางไกลฯ สนับสนุน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
อาหารกลางวันนักเรียนจ่ายเป็นเงินสดให้ผู้ปกครอง
2. อาหารเสริม (นม)
1. รับนม UHT หรือนมพาสเจอไรซ์ตามความเหมาะสมของโรงเรียน
2. จำนวนที่ได้รับระหว่างวันที่ 1 – 14 มิถุนายน 2564
3. ผู้ปกครองไปรับที่โรงเรียน
4. ครูนำไปให้นักเรียนที่บ้าน (เยี่ยมบ้านนักเรียน)
3. อาหารกลางวัน
1. กรณีนักเรียนมาโรงเรียนปกติ (On-Site) โรงเรียนจัดอาหารกลางวันให้ปกติ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค
2. กรณีจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่น ให้จ่ายค่าอาหารกลางวันให้นักเรียน (20/คน/วัน) ตามจำนวนวันที่เปิดเรียน
4. การดูแลช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครอง
1. สุขภาพ อนามัย ชีวิตความเป็นอยู่
2. ค่าใช้จ่าย
3. สื่อ และอุปกรณ์การเรียน
5. การดูแลช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษา
1. ฉีดวัคซีน พื้นที่ต่างจังหวัด ศธ.ขอความอนุเคราะห์ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ครูได้รับวัคซีน เพื่อรองรับการปิดภาคเรียน
6. แนวปฏิบัติการนับเวลาเรียน การสอนชดเชย

การนับเวลาเรียน

​​เปิด 1 มิ.. – 10 ..2564​​ชดเชย 10 วัน

​​เปิด 14 มิ.. – 10 ..2564​​ชดเชย 18 วัน

การสอนชดเชย
​​1. จัดการเรียนการสอนแบบ On Site

​​​เพิ่มจำนวนเวลาเรียนในแต่ละวันให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียนที่กำหนด

​​​เพิ่มการเรียนในวันหยุดให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียนที่กำหนด

2. จัดการเรียนการสอนแบบ Online/On-air/On-demand/On-hand

​​​กำหนดตารางสอน เพื่อนับชั่วโมงเรียน ให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียนที่กำหนด

​​3. จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน เช่น On-site กับ Online หรือ On-site กับ On-air กำหนดตารางสอน เพื่อนับ

ชั่วโมงเรียนให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียนที่กำหนด

7. อกสารหลักฐานการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
เกิดข้อผิดพลาดในการจัดทำ ปพ.1 ทำให้มีการยกเลิก ปพ.1 จำนวนมาก ให้สถานศึกษาตรวจสอบแนวปฏิบัติและโปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้ในการจัดทำ ปพ.1 ให้มีความถูกต้อง ชัดเจน ผู้บริหารทุกระดับ ต้องมีการนิเทศ กำกับ ติดตาม

ความจำเป็น การจัดทำและจัดเก็บแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) ออนไลน์

1. สถานศึกษาบางแห่งไม่ดำเนินการตามระเบียบฯ และแนวปฏิบัติ รวมถึงกรอกข้อมูลไม่ถูกต้องตามรูปแบบ

เพิ่มเพื่อน

2. การจัดส่งเอกสารหลักฐานการจบฯ ล่าช้า และเมื่อ สพฐ. ทักท้วง ก็ไม่เร่งดำเนินการ

3. สถานศึกษาเปลี่ยนแปลงบุคลากรผู้รับผิดชอบบ่อย

4. ระบบการจัดทำ ปพ.3 ที่สถานศึกษาใช้มีหลากหลายระบบ แต่ยังไม่สามารถนำมาหลอมรวมจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลเดียวกันได้

5. เอกสารมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ไม่สามารถทำลายได้ แต่พื้นที่ในการจัดเก็บจำกัด ทำให้ยากในการสืบค้น และรักษาเอกสารสำคัญ

8. ประโยชน์ของระบบ ปพ.3 ออนไลน์

1. อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบความถูกต้องของการจัดทำข้อมูลและรูปแบบการจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาให้เป็นไปตามประกาศ และแนวปฏิบัติที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

2. ข้อมูลที่จัดทำจะมีความถูกต้องและถูกจัดเก็บเข้าคลังในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล และไฟล์สแกนภาพ pdf ซึ่งเป็นการเอื้ออำนวยต่อการสืบค้นในการบริการตรวจสอบวุฒิการศึกษา และออกเอกสารสำคัญทางการศึกษาแก่หน่วยงานหรือองค์การ

3. เพิ่มระบบความปลอดภัยป้องกันความสูญหายของเอกสารสำคัญทางการศึกษา รองรับการเชื่อมโยงการตรวจสอบและจัดเก็บแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

4. ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูล สามารถบูรณาการข้อมูลสารสนเทศผู้สำเร็จการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระบบสารสนเทศขนาดใหญ่ (Big Data)

9. แนวทางและปฏิทินการดำเนินการ การรายงาน ตรวจสอบ และจัดเก็บแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา ผ่านระบบ ปพ.3 ออนไลน์ ประจำปีการศึกษา 2563

กิจกรรมที่ 1 สพท. ขยายผลและฝึกปฏิบัติการใช้ระบบให้แก่สถานศึกษา (1 – 30 มิ.. 64)

กิจกรรมที่ 2 สถานศึกษานำไฟล์ excel ที่บันทึกข้อมูลนักเรียน ปีการศึกษา 2563 จริง

เข้าสู่ระบบ (1-9 .. 64)

กิจกรรมที่ 3 สพท. ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของสถานศึกษา ในสังกัด สพฐ. (9 – 23 .. 64)

กิจกรรมที่ 4 สพฐ. ตรวจสอบและรับรองข้อมูล excel ที่ผ่านการรับรองของ สพท. (23 – 31 .. 64)

กิจกรรมที่ 5 สถานศึกษา พิมพ์ ปพ.3 จากระบบ เสนอผู้มีอำนาจตามคำสั่ง ลงนาม และสแกน ปพ.3

ที่ลงนามเรียบร้อย เป็น pdf จัดส่งเข้าระบบเพื่อจัดเก็บ (23 – 31 .. 64)

10. การจัดสรรงบประมาณ ค่าพาหนะรับส่งนักเรียน
1. สพฐ. จัดสรรงบประมาณรายการค่าพาหนะนักเรียน สำหรับนักเรียนเดินทางมาเรียนรวม

และเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น

2. จัดสรรให้นักเรียนทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านในจุดบริการ และนักเรียนที่เดินทาง

มาเรียนที่โรงเรียนหลักตามประกาศทุกชั้นปีจนจบการศึกษาภาคบังคับ

3. จัดสรรให้นักเรียนนักเรียนที่เข้าเรียนใหม่ในปีการศึกษาต่อไป ที่มีอายุเข้าเกณฑ์การศึกษา

ภาคบังคับและมีชื่อในทะเบียนบ้านของเขตบริการ จนจบการศึกษาขั้นสูงสุดของโรงเรียนหลัก

4. จัดสรรตามระยะทางต่อคนต่อวัน แบ่งเป็น 0-3 กม. 10 บาท, 3.1-10 กม. 15 บาท, 10.01 กม.

ขึ้นไป 20 บาท

5. งบประมาณตามระยะทางที่เหลือให้รายงาน สพฐ. และสงวนไว้เป็นค่าพาหนะเท่านั้น ส่วนค่าบริหาร

จัดการรถ เมื่อหมดปีงบประมาณเขตยังดำเนินการบริหารจัดการงบประมาณแล้วเหลือจ่าย ต้องรายงานและส่งคืน สพฐ.

6. การดำเนินการอื่นใด เช่น กรณีจ้างเหมาบริการ สำหรับกรณีรวมเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ต้องเขียนโครงการและส่ง TOR ให้ สพฐ. เพื่อพิจารณาถึงเหตุผล ความจำเป็น

(ณ ปัจจุบัน สืบค้น TOR และตัวโครงการไม่พบ ตรวจพบว่ามีกรณีรายชื่อนักเรียนทับซ้อนกัน

ทำให้เกิดการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน จึงจำเป็นต้องทำการสำรวจโดยละเอียด)

3. แนวทางการนำนโยบายสู่การปฏิบัติของโรงเรียน

1. เปิดทำการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 1/2564 ในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 โดยจัดการเรียนการสอนแบบปกติที่โรงเรียน เรียนกับครูต่อหน้า เน้นปฏิสัมพันธ์ (On-Site) และสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง

2. ระมัดระวังการเกิดคลัสเตอร์โรงเรียน เน้นความปลอดภัยของนักเรียน คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง โดยการให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ตรวจอุณหภูมิ เว้นระยะห่างทางสังคม ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ ยกเลิกกิจกรรมการรวมกลุ่ม ควบคุมการเข้าออกโรงเรียนของบุคคลภายนอก

3. จัดการเรียนการสอน ชดเชย 18 วัน (เนื่องจาก เปิด 14 มิ.. – 10 ..2564) โดยใช้วิธีการเพิ่มชั่วโมงเรียนในคาบสุดท้ายของแต่ละวัน วันละ 1 ชั่วโมง (5 ชั่วโมง เท่ากับเวลาเรียน 1 วัน)

4. อาหารเสริม (นม) ให้ผู้ปกครองมารับที่โรงเรียน โดยจำนวนนมที่ได้รับ ย้อนให้ตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนแรก (ระหว่าง 1 – 14 มิถุนายน 2564)

5. จัดอาหารกลางวันตามปกติ โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค

6. ตรวจสอบและเตรียมความพร้อม สื่อและอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอนให้เพียงพอและเหมาะสม

ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่

สรุปรายงานการประชุมรับฟังนโยบายรัฐมนตรี9มิย64