เปิดเทอมสัปดาห์แรกพบ นร.ติดโควิด-19 หลายราย ผู้ปกครองหวั่นลามเป็นคลัสเตอร์ใหม่

377
เปิดเทอมสัปดาห์แรกพบ นร.ติดโควิด-19 หลายราย ผู้ปกครองหวั่นลามเป็นคลัสเตอร์ใหม่
เปิดเทอมสัปดาห์แรกพบ นร.ติดโควิด-19 หลายราย ผู้ปกครองหวั่นลามเป็นคลัสเตอร์ใหม่

เปิดเทอมสัปดาห์แรกพบ นร.ติดโควิด-19 หลายราย ผู้ปกครองหวั่นลามเป็นคลัสเตอร์ใหม่

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ประกาศให้สถานศึกษาในสังกัดเปิดเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้แต่ละโรงเรียนประเมินความพร้อมและเลือกจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่เหมาะสมได้ใน 5 รูปแบบตามที่ ศธ.กำหนด ได้แก่ 1. On Site คือให้มาเรียนตามปกติได้ในพื้นที่ที่ไม่ใช่สีแดง แต่ต้องเว้นระยะหรือลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลง สำหรับจังหวัดพื้นที่สีเขียว สามารถจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ตามปกติ 2. On Air คือ การออกอากาศผ่าน DLTV เป็นตัวหลักในการกระจายการสอน โดยใช้โรงเรียนวังไกลกังวลเป็นฐานในการจัดการเรียนการสอน สามารถดูได้ทั้งรายการที่ออกตามตาราง และรายการที่ดูย้อนหลัง 3. Online ให้ครูเป็นผู้จัดการเรียนการสอน ผ่านเครื่องมือที่ทางโรงเรียนกระจายไปสู่นักเรียน เป็นรูปแบบที่ถูกใช้ในการจัดการเรียนการสอนจำนวนมากที่สุด 4. On Demand เป็นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ครูกับนักเรียนใช้ร่วมกัน และ 5. On Hand หากจัดในรูปแบบอื่นๆ ที่กล่าวมาไม่ได้ ให้โรงเรียนจัดแบบ On Hand คือ จัดใบงานให้กับนักเรียน เป็นลักษณะแบบเรียนสำเร็จรูป ให้นักเรียนรับไปเป็นชุดไปเรียนด้วยตัวเองที่บ้าน โดยมีครูออกไปเยี่ยมเป็นครั้งคราว หรือให้ผู้ปกครองทำหน้าที่เป็นครูคอยช่วยเหลือ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้โรงเรียนจะปิดแต่ต้องไม่หยุดการเรียนรู้ นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเปิดเทอม 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าสถานศึกษาส่วนใหญ่ได้มีการจัดการเรียนการสอนแบบ On Site ยกเว้นในจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้มที่ต้องมีการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 สูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบดังกล่าวได้ต้องหันไปจัดการเรียนอื่นๆ อีก 4 รูปแบบที่เหลือ และหลังจากเปิดภาคเรียนไปได้เพียงไม่กี่วันก็พบว่าหลายโรงเรียนในพื้นที่หลายจังหวัดได้ตรวจพบนักเรียนติดเชื้อไวรัสโคิด-19 อาทิ มหาสารคาม เชียงราย ร้อยเอ็ดเป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากคนในครอบครัวที่บ้าน และเด็กเดินทางมาเรียนที่โรงเรียน ทำให้แต่ละโรงเรียนต้องประสานกับสาธารณสุขจังหวัดเพื่อเข้ามาสืบสวนโรค ประเมินความเสี่ยงของนักเรียนในโรงเรียนนั้นๆ มีการแยกคัดกรองและเฝ้าระวังเด็กกลุ่มเสี่ยง รวมถึงทำความสะอาดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเร่งด่วน

เพิ่มเพื่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปอีกว่า ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดร้อยเอ็ดนั้น ทางสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า กรณีที่พบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 นั้น เป็นนักเรียนหญิงชั้น ม.1/4 ก โรงเรียนสตรีศึกษา พักอาศัยอยู่ที่บ้านใน อ.อาจสามารถ และเดินทางมาเรียนโดยรถบัสรับส่งนักเรียนทั้งไปและกลับ ระหว่างวันที่14-16 มิ.ย. มีผู้สัมผัสในรถบัส 50 คน และในชั้นเรียน 20 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังสังเกตุอาการอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ขณะที่มาตรการป้องกันควบคุมโรคที่ต้องดำเนินการในโรงเรียนสตรีศึกษานั้น ได้มีการตรวจหาเชื้อ swab ม1/4 ก ทุกคน มีการทำความสะอาดตามมาตรการกรมอนามัยและงดใช้ห้องเรียน ม.1/4 เป็นเวลา 3 วัน 17-19 มิ.ย.สามารถเปิดใช้ได้ในวันจันทร์ที่ 21 มิ.ย.นี้ ส่วนนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูง ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยอยู่ชั้น ม. 1/4 ก จำนวน 6 คน , ม. 1/5ก จำนวน 3 คนและ ม.1/7ก จำนวน 1 คน ให้กักตัวที่บ้าน เป็นเวลา 14 วัน และเรียน online แทน 4 ส่วนนักเรียน ม.1/4ก ที่เหลือให้มาเรียนได้ตามปกติ เฝ้าระวังตัวเองอย่างเคร่งครัด เป็นเวลา 14 วันโดยปฏิบัติตามมาตรการ D M H T T A อย่างเคร่งครัด ทั้งยังยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่จำเป็นต้องปิดโรงเรียน แต่ให้เคร่งครัด มาตรการในการป้องกันควบคุมโรคตามที่กรมอนามัยและ ศธ. แนะนำ พร้อมทั้งให้ทีม ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเมือง ออกติดตามการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวเป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสตรีศึกษา จ.ร้อยเอ็ด รายหนึ่ง ว่า จากการพูดคุยกับกลุ่มผู้ปกครองด้วยกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ต่างรู้สึกวิตกกังวลต่อความปลอดภัยของลูกหลานเป็นอย่างมาก และส่วนใหญ่เห็นว่าในระหว่างที่มีการเฝ้าระวังโรค 14 วันนี้ทำไมทางโรงเรียนจึงไม่เปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Online หรือในรูปแบบอื่นๆ แทนเพราะโรงเรียนมีการเตรียมความพร้อมและมีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรูปแบบ Online อยู่แล้ว ทำไมจะต้องฝืนเปิดเรียนแบบ Onsite และเท่าที่ทราบจากการพูดคุยกับลูกหลาน ทราบว่านักเรียนหญิงที่ติดเชื้อโควิด-19 รายดังกล่าวนอกจากมาเรียนในชั้นเรียนตามปกติแล้ว ในช่วงพักเที่ยงก็ลงไปกินข้าวที่โรงอาหารของโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนนับร้อยคนไปใช้บริการพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งนักเรียนที่อยู่ในโรงอาหารด้วยจำนวนนี้จึงถือว่ามีความเสี่ยงไม่น้อย จึงอยากให้ทางโรงเรียน และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ฟังเสียงของผู้ปกครองที่ต่างเป็นห่วงบุตรหลานบ้าง ในเมื่อดูแล้วไม่ปลอดภัยก็ไม่ควรฝืนให้เด็กมาเรียนที่โรงเรียน เรามีรูปแบบที่จะจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้อีกหลายรูปแบบ หรือที่ไม่เลือกและยังฝืนที่จะให้เด็กมาเรียนที่โรงเรียนเพราะมองว่ากลัวจะเสียชื่อโรงเรียน หรือกลัวเสียชื่อเสียงของจังหวัดหรือไม่ อันนี้ตนไม่ทราบ ทำไมต้องให้เด็กมาเสี่ยง แล้วถ้ามาเรียนแล้วติดเชื้อโควิด-19 กลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ

ในอีกด้านหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายพบนักเรียนชั้น ม.5/15 ติดเชื้อโควิด-19 มาจากผู้ปกครอง ในวันที่ 14 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรก และในวันต่อมาทางโรงเรียนได้งดการจัดการเรียนการสอน ล่าสุดวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายศราวุธ สุตะวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงได้ประกาศงดจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.-4 ก.ค. ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน.

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณ เปิดเทอมสัปดาห์แรกพบ นร.ติดโควิด-19 หลายราย ผู้ปกครองหวั่นลามเป็นคลัสเตอร์ใหม่ จาก At_Hear