Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

5 เทคนิคการเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่นที่พ่อแม่คนไทยสามารถนำไปใช้ได้

Advertisement

0

ความเกรงกลัวต่อบาป คือ หลักคิดของญี่ปุ่น

เพิ่มเพื่อน

ไม่ว่าคุณจะลืมกระเป๋าสตางค์ หรือกล้องราคาแพง เครื่องประดับ หรือของมีค่าบนรถไฟ หรือในที่แห่งใดก็ตาม คุณจะได้คืนกลับมา เพราะหิริโอตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป คือ หลักคิดของญี่ปุ่น

ทำไม ญี่ปุ่น คือ ชนชาติที่ได้รับการยกย่อง…ซื่อสัตย์ที่สุดในโลก
นอกเหนือจากเรื่องวินัย ความมีระเบียบที่สุดจากการข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คนญี่ปุ่นสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยความเข้มแข็ง ความอดทน ความมีวินัย ความเสียสละ ความสามัคคีได้อย่างน่าชื่นชมมาแล้ว

คนญี่ปุ่นยังมีหลักธรรมประจำใจที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก นั่นคือ หิริโอตัปปะ หิริ หมายถึง ความละอายต่อการทำบาป ละอายต่อการทำชั่วทำเลวของตนเอง โอตัปปะ หมายถึง ความเกรงกลัวต่อบาป ความเกรงกลัวผลของการกระทำบาป การกระทำชั่วของตนเอง
คนญี่ปุ่นยังยึดมั่นหลักธรรมะในการดำเนินชีวิตยิ่งกว่าชนชาติใด ทำให้ถูกจัดอันดับเป็นที่หนึ่งของโลกในเรื่องความซื่อสัตย์ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการที่เด็กๆ ถูกหล่อหลอมและบ่มเพาะมาตั้งแต่เยาว์ ซึ่งพ่อแม่คนไทยก็สามารถนำแบบอย่างที่ดีเหล่านี้มาสอนลูกๆ ได้

แบบอย่างพ่อแม่ญี่ปุ่น สู่หลักการปลูกฝังเจ้าตัวเล็ก

พญ.จันทิมา องค์โฆษิต ไกรฤกษ์ จิตแพทย์ และประธานกรรมการ โรงพยาบาลมนารมย์ ได้หยิบข้อคิดในเรื่องการเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่นที่พ่อแม่คนไทยสามารถนำไปใช้ได้ ดังนี้

Advertisement

1. สอนให้ลูกรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ฝึกให้มีความรับผิดชอบ โดยให้ลูกรู้จักทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองให้มากที่สุดตามวัยและวุฒิภาวะ และยินดีรับผลของการกระทำนั้นหากทำไม่เสร็จ ไม่ใช่พ่อแม่ทำแทนหรือออกรับแทน ซึ่งการปลูกฝังเรื่องนี้สำคัญ หากเกิดเหตุอะไรขึ้นเขาจะสามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ไม่โทษคนอื่น และมีความเข้มแข็งผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ไปได้

2. ฝึกลูกให้รู้จักเสียสละ มีวินัย รู้จักความอดทนการรอคอย สมัยก่อนพ่อแม่จะบอกว่า ต้องผู้ใหญ่ก่อน แล้วเด็ก แต่เดี๋ยวนี้เป็นเด็กก่อน ทำให้เด็ก ๆ ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง มองตัวเองเป็นแกนกลางของโลก ต้องได้ทุกอย่าง ไม่รู้จักความเสียสละ พ่อแม่อาจเริ่มจากสอนให้รู้จักการเสียสละ เช่น การกระทำตนเป็นตัวอย่างโดยการบริจาคหรือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น

3. สอนให้ลูกมีความเข้มแข็ง สามารถ รับปัญหาได้ แก้ไขปัญหาได้ ให้ลูกสัมผัสประสบการณ์ ทั้งดีและไม่ดี สมหวังและผิดหวัง เมื่อผิดหวังแล้วก็สามารถลุกขึ้นสู้ แก้ปัญหาด้วยตนเองได้สำเร็จ จะช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานทางจิตใจ

4.สอนให้ลูกรู้ว่ามีความไม่แน่นอนอยู่ และในโลกนี้ก็มีสิ่งที่ลูกควบคุมไม่ได้ เราไม่สามารถกำหนดให้ได้ทุกสิ่งอย่างใจหวัง ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้ ลูกก็จะได้สามารถรับได้

5.สอนให้ลูกสนใจเรื่องอื่น ๆ ด้วย เพื่อจะได้ฝึกลูกให้รู้จักการทำงานเป็นทีม การเสียสละ ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การให้อภัย การให้กำลังใจกัน

ขอบคุณข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์ / http://www.motherandcare.in.th/

You might also like