Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

5 เรื่องที่ไม่ควรบังคับลูก

Advertisement

0

“กินให้หมดเดี๋ยวนี้” “ทำไมไม่อ่านหนังสือบ้าง”
ตัวอย่างของคำพูดเหล่านี้มักเป็นประโยคยอดฮิตที่เราได้ยินแทบทุกบ้าน
เชื่อค่ะว่าไม่มีผู้ปกครองคนไหน ที่ไม่อยากเห็นลูกของเราเป็นคนดี
สุขภาพแข็งแรง แต่ทุกอย่างย่อมต้องอาศัยเวลาและความอดทนของพ่อแม่
ซึ่งการฝึกสอนที่ดีไม่ใช่เป็นเพียงแค่การบังคับ
แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเข้าใจไปพร้อมๆกันค่ะ และวันนี้ก็มี 5 เรื่องที่ไม่ควรบังคับลูกมาฝากกัน

เพิ่มเพื่อน

1. อย่าบังคับให้ลูกต้องขอโทษ
ถึงแม้ว่าลูกของเราจะยังเด็กแต่พวกเขาก็มีความรู้สึกอายและไม่พร้อมที่จะทำ
อะไรสักอย่างได้เหมือนกัน ดังนั้นหากลูกทำผิด
คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะให้เวลาพวกเขาสักนิดนึง เพื่อให้เขาได้เย็นลง
และค่อยเรียกลูกกลับมาพูดคุยกันด้วยเหตุผลอีกครั้งว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้น
ถูกหรือผิดอย่างไร หากเราพูดคุยกันด้วยเหตุผลย่อมดีกว่าอารมณ์
เพราะขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ กว่าที่เราจะเอ่ยปากขอโทษใครสักคนได้นั้น
อาจจะยังต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเลยจริงไหมคะ
ดังนั้นเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว
คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะใจเย็นและให้เวลาลูกๆได้คิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นว่า
พวกเขาได้ทำอะไรลงไปบ้าง
 

Advertisement

2. อย่าบังคับให้ลูกต้องอ่านหนังสือ
เข้าใจค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องการให้ลูกเป็นคนเก่ง ฉลาด
และรักการอ่าน แต่บ่อยครั้งที่เราจะพบว่าลูกๆปฏิเสธการอ่านหนังสือ
ทั้งๆที่หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือที่ดีและสนุก
ดังนั้นแทนที่เราจะบังคับให้ลูกหยิบหนังสือนิทานสักเล่มมาอ่าน
เปลี่ยนเป็นคุณพ่อคุณแม่เล่านิทานให้ลูกๆฟัง
โดยใช้โทนเสียงที่ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นดีกว่าหรือไม่คะ
เพราะเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ต้องมีเทคนิคมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทนเสียงอย่างที่บอก หรืออาจจะมีอุปกรณ์เสริม
ยกตัวอย่างเช่น หากนิทานนั้นเกี่ยวกับสุนัข
เราก็หาตุ๊กตาสุนัขมาใช้ประกอบการเล่านิทาน เป็นต้น
ยิ่งถ้าเราสามารถนำเสนอออกมาได้น่าสนใจมากเท่าไหร
มีหรือที่ลูกตัวน้อยๆของเราจะไม่ติดใจ และขอให้เราอ่านหนังสือเล่มนั้นอีก

3. อย่าบังคับให้ลูกต้องเรียนพิเศษในวิชาที่เขาไม่อยากเรียน
คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ย่อมอยากให้ลูกมีความรู้ความสามารถในหลายๆด้าน
แต่บางครั้งการฝืนใจให้ลูกทำในสิ่งที่พวกเขาไม่อยากทำ
ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
เพราะเด็กทุกคนย่อมมีความสามารถและความสนใจที่แตกต่างกันออกไป
ทางที่ดีเรามาช่วยกันสังเกตดีกว่าไหมคะว่า ลูกเราสนใจวิชาอะไร
หรือกิจกรรมอันไหนเป็นพิเศษ
แล้วเราค่อยหันมาให้การสนับสนุนส่งเสริมพวกเขาตามกำลังที่เราสามารถจะทำได้
มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมเป็นไปในทางบวก
แถมยังกระชับความสัมพันธ์กันในครอบครัวได้อีกด้วย

4. อย่าเคี่ยวเข็ญให้ลูกทาน
ไม่มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนหรอกค่ะ
ที่อยากให้ลูกรับประทานของที่ไม่มีประโยชน์
ทั้งนี้วิธีการนำเสนอนั้นเป็นสิ่งสำคัญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพ่อคุณแม่มือใหม่คะ
หากเราต้องการให้ลูกรับประทานผักหรือผลไม้ เราควรที่จะสรรหาวิธีการนำเสนอ
ยกตัวอย่างเช่น การจัดรูปแบบจาน สี ให้ดึงดูดดูน่ารับประทาน
หรืออาจจะให้ลูกเข้าครัวมาทำกิจกรรมร่วมกับเรา แล้วบอกลูกๆว่า
นี่คืออาหารที่ลูกทำเมื่อสักครู่นี้ไงละจ้ะ ไหนหนูลองชิมสิจ๊ะ
ว่าอร่อยมากแค่ไหน
แค่นี้นอกจากลูกจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองแล้วยังอยากที่จะลองชิมฝีมือของตัว
เองอีกด้วยนะคะ
5. อย่าบังคับให้ลูกแบ่งปันหากเขายังไม่พร้อม
การสอนให้ลูกรู้จักแคร์
และแบ่งปันสิ่งของให้กับคนอื่นเป็นสิ่งที่ควรกระทำค่ะ
แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก พวกเขาจะยังไม่เข้าใจว่า
“ทำไมจะต้องแบ่งของเล่นหรือขนมของเขาให้กับคนอื่นด้วย”
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแทบทุกบ้าน ซึ่งในปัจจุบันพบว่าโรงเรียนส่วน
ใหญ่มีการปลูกฝังให้เด็กเล็กนั้นรู้จักการคอย รู้จักการแบ่งปัน
และการที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สิ่งที่เราทำได้คือ
ใจเย็นและค่อยๆปลูกฝังลูกทีละนิดให้เค้าซึมซับว่าการแบ่งปันสิ่งของให้กับ
ผู้อิ่นนั้น เป็นสิ่งที่ดีมีน้ำใจ และน่ายกย่องมาก

เด็กๆจะโตมาเป็นคนดี คนเก่ง ฉลาด และมีความสามารถนั้น ขึ้นอยู่กับการอบรม
การดูแล การเอาใจใส่ของพ่อแม่ และผู้ปกครองเป็นอันดับแรกนะคะ อย่าเป็นพ่อแม่ใจร้ายที่เอาแต่ทำงาน โดยไม่มีเวลาให้ลูกๆเลย…

 
ที่มา : http://th.theasianparent.com/

You might also like