เครือข่ายผู้ปกครองร้อง ศธ.แก้ ม.54 ห่วง ม.ปลาย-ปวช.ถูกตัดเรียนฟรี
เครือข่ายผู้ปกครองร้อง ศธ.แก้ ม.54 ห่วง ม.ปลาย-ปวช.ถูกตัดเรียนฟรี

Advertisement

Advertisement

เครือข่ายผู้ปกครองร้อง ศธ.แก้ ม.54 ห่วง ม.ปลาย-ปวช.ถูกตัดเรียนฟรี

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2016-04-06 เปิดอ่านแล้ว : 973 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

เครือข่ายผู้ปกครองร้อง ศธ.แก้ ม.54 ห่วง ม.ปลาย-ปวช.ถูกตัดเรียนฟรี

        เครือข่ายผู้ปกครองจี้ "ดาว์พงษ์" แก้ร่าง รธน. ม. 54 ที่กำหนดให้จัดการศึกษา 12 ปีตั้งแต่อนุบาล-ม.3  ห่วงเด็ก ม.ปลาย และ ปวช.ถูกลอยแพ กรธ.ยันไม่ขัดหลักปฏิญญาสากล สังคมการศึกษาเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากต่อบทบัญญัติของร่างรัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.... (ฉบับลงประชามติ) ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในหมวดที่ 5 มาตรา 54 ระบุว่า "รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้ จ่าย" ซึ่งถือว่าขัดหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธมนุษยชน ข้อที่ 26 ว่าด้วยทุกคนมีสิทธิในการศึกษา การศึกษาจะต้องให้เปล่าอย่างน้อยในชั้นประถมศึกษาและขั้นพื้นฐาน

          เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายคมเทพ ประภายนต์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี เลขาธิการสมาคมเครือข่ายฯ เดินทางมายังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่รอทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นั้น มาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาฟรี 12 ปีตั้งแต่อนุบาลถึงการศึกษาภาคบังคับ คือมัธยมศึกษาปีที่ 3 นั้น จะส่งผลกระทบต่อสิทธิทางการศึกษาของเด็กอย่างมาก โดยเฉพาะในระดับ ม.ปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่สำคัญร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ขัดต่อหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในข้อ 26(1) ที่กำหนดให้ทุกคนมีสิทธิในการศึกษา

          "การศึกษาจะต้องให้เปล่าอย่างน้อยในขั้นประถมศึกษาและขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับประถมจะต้องเป็นภาคบังคับ การศึกษาด้านวิชาการและวิชาชีพจะต้องเปิดเป็นการทั่วไป และการศึกษาระดับสูงขึ้นไปจะต้องเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค สำหรับทุกคนบนพื้นฐานของคุณสมบัติความเหมาะสม ซึ่งปฏิญญาดังกล่าวรัฐที่เป็นภาคีขององค์การสหประชาชนต่างต้องยึดถือและ ปฏิบัติตาม" นายคมเทพ กล่าว

          จ่อยื่นคสช.ทบทวน ม.54

          นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติกล่าวอีกว่า ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2540 มาตรา 43 หรือฉบับ พ.ศ.2550 มาตรา 49 ต่างก็ให้สิทธิกับเด็กในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ ป.1-ม.6 ซึ่งสอดคล้องกับหลักปฏิญญาสากล แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สิ่งที่ขาดหายไปคือคำว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิ" และคำว่า "การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน" อันเป็นหัวใจสำคัญและเป็นสิทธิของเด็กที่จะได้รับการศึกษาแบบให้เปล่า และกำหนดให้จัดศึกษาอนุบาล-ม.3 ดังนั้นถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ปฏิญญาสากลและผิดจารีตประเพณีที่เคยปฏิบัติใน กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เพราะรัฐต้องจัดการศึกษาแบบให้เปล่า แต่วันนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เขียนว่ารัฐต้องจัดการศึกษาให้เด็กโดยไม่ เสียค่าใช้จ่าย ไม่มีคำว่า "ขั้นพื้นฐาน" แต่มีคำว่า "ภาคบังคับ" แทน เช่นนี้แล้วถามว่าขัดต่อเจตนารมณ์ปฏิญญาสากลข้อ 26 หรือไม่

          "หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านจะเกิดปัญหาทันที เพราะเด็ก ม.4-ม.6 และปวช.จะถูกลอยแพทันที สิทธิทางการศึกษาที่ควรจะได้รับจะหมดไปทันที เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่มีบัญญัติไว้ ดังนั้นเจตนารมณ์ที่สมาคมเครือข่ายฯ มาในวันนี้ก็เพื่อรักษาสิทธิทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนที่มีมาเกือบ 20 ปี นับแต่พ.ศ.2540 ให้คงอยู่ และหากผู้เกี่ยวข้องไม่เร่งแก้ไข และปล่อยไว้ อนาคตจะเกิดความเสียหายกับเด็กไทยประมาณ 14 ล้านคน และประชาชนอีก 60 ล้านคน โดยเฉพาะปัญหาเด็กออกกลางคันจะพุ่งสูงขึ้นมาก เพราะฉะนั้นที่มาในครั้งนี้เพื่อรักษาสิทธิของลูกๆ เรา" นายคมเทพ กล่าว

          อย่างไรก็ตาม นายคมเทพกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จากนี้สมาคมเครือข่ายฯ จะไปยื่นข้อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้มีการทบทวนและแก้ไขในประเด็นดังกล่าวด้วย

          ห่วงม.ปลาย-ปวช.ไม่ได้รับสิทธิ

          พ.ท.พญ.กมลพรรณ กล่าวว่า แม้ว่าในร่างรัฐธรรมนูญจะมีการกำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนการศึกษา เพื่อดูแลเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ก็ตาม แต่เชื่อว่าชาวบ้านจะเข้าถึงได้ยาก และเรื่องของสิทธิทางการศึกษาคือสิ่งที่ไม่ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้ เท่ากับว่าเด็ก ม.ปลายและปวช.จะไม่ได้รับสิทธิทางการศึกษา ในขณะที่เวลานี้รัฐบาลระบุว่าต้องการส่งเสริมให้การเรียนต่อในสายอาชีพ แต่กลายเป็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดจัดการศึกษาให้แค่ ม.3 และเด็กกลุ่มนี้คือเด็กที่จะเข้าสู่การเรียนสายอาชีพ ดังนั้นต่อไปเด็กและผู้ปกครองกลุ่มนี้ก็อาจจะเจอปัญหาว่าต้องมีภาระค่าใช้ จ่ายการศึกษาที่อาจจะมากขึ้น เพราะไม่มีเพดานค่าเล่าเรียนกำหนดไว้ ซึ่งจะคล้ายกับกรณีมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ

Advertisement

          "ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ผ่าน ต่อไปค่าเรียนของระดับ ม.ปลายและอาชีวศึกษาจะต้องพุ่งสูงมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เห็นชัดในปีแรก แต่เมื่อ 3-4 ปีผ่านไปจะเกิดปัญหาแน่นอน และการที่รัฐระบุว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอ แท้จริงแล้วควรต้องหันไปดูว่างบประมาณของ ศธ.เกือบ 5 แสนล้านนั้น ถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างคุ้มค่าหรือ ไม่ หรือหมดไปกับการจัดอีเวนท์ ก็ควรจะไปแก้ไขในส่วนที่ไม่ส่งเสริมการจัดคุณภาพการศึกษามากกว่า อย่างไรก็ตาม อยากเสนอว่าควรจะดำเนินการแก้ไขในมาตรา 54 โดยเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาปรับแก้ไข" พ.ท.พญ.กมลพรรณ กล่าว

          รธน.ไม่ได้บังคับยุติส่งเสริมการศึกษา

          ขณะที่ นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันว่า เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญไม่ขัดต่อหลักปฏิญญาสากลฉบับดังกล่าวแน่นอน เพราะหากแปลเจตนารมณ์ของมาตรา 54 จะมีเนื้อหาว่า รัฐต้องจัดการศึกษาให้เด็ก 12 ปี เริ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ไปจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งถือเป็นการขยายช่วงวัยการศึกษาให้ครอบคลุมกับเด็กที่อยู่ในวัยเรียน ทั้งนี้ตามผลการสำรวจในต่างประเทศพบว่า ระยะเวลาที่เด็กจะได้รับการพัฒนาดีที่สุดคือช่วงอนุบาล ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า ร่างรัฐธรรมนูญปิดกั้นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะในมาตราเดียวกันไม่มีเนื้อหาที่บังคับให้รัฐต้องยุติการส่งเสริม หรือช่วยเหลือผู้ที่ประสงค์จะเรียนในระดับดังกล่าว ดังนั้นเมื่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาล จะประกาศให้ดำเนินการด้านการศึกษาตามที่มีนโยบายกำหนดไว้ก็สามารถดำเนินการ ได้ แต่เหตุผลที่ กรธ.ไม่ได้บัญญัติการศึกษาภาคบังคับที่รวมเวลา มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ไว้นั้น เพราะจะเป็นการบังคับหน่วยงานราชการมากเกินไป ที่ต้องจัดการศึกษาภาคบังคับรวม 15 ปี

          "ในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 นั้น ในสายวิชาชีพจะเท่ากับ ปวช. และปวส. เด็กสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัด การเรียนในช่วงดังกล่าวรัฐยังสามารถส่งเสริมหรือสนับสนุนเด็กเรียนในช่วงดัง กล่าวได้ โดยร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ตัดโอกาส แต่การสนับสนุนการเรียนช่วงดังกล่าวจะต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าผู้เรียนคนใด มีความจำเป็น ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือไม่มีเงินในการเข้าถึงการศึกษาช่วงดังกล่าวรัฐต้องช่วยเหลือ กรณีนี้อาจทำให้รัฐลดงบประมาณได้ เช่น จากเดิมที่รัฐต้องช่วยเหลือเด็กทุกคน อาจพิจารณาช่วยเหลือเพียงกึ่งหนึ่ง ตามฐานะการเงินของผู้เรียน ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุดมากกว่าเพราะในการช่วยเหลือผู้เรียนที่ขาด แคลนทุนทรัพย์ตามมาตรา 54 กำหนดนั้น ยังขยายการสนับสนุนจากรัฐที่ไม่เฉพาะค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเรียนการสอนทั้งหมด เช่น ค่าห้องแล็บ เป็นต้น" นายนรชิต กล่าว

          กรธ.ผุดเอกสารทำความเข้าใจ

          นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการปฏิรูป การศึกษา และการบังคับใช้กฎหมาย ในกรธ. กล่าวว่า ก่อนการบัญญัติในมาตราดังกล่าว อนุกรรมการได้ศึกษารายละเอียดที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาของการศึกษาในประเทศไทย ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ผลลัพธ์หรือคุณภาพของการศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงจำเป็นต้องปฏิรูป โดยสาระสำคัญต้องทำให้ลดความเหลื่อมล้ำที่มีปัจจัยมาจากการจัดการศึกษาใน ระดับอนุบาลที่เป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่นโยบายภาครัฐไม่ ได้ดำเนินการให้ครอบคลุม เพราะไม่ใช่การการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ ดังนั้นจากเหตุผลที่อนุกรรมการพิจารณาแล้ว จึงมีข้อเสนอให้ปรับระบบการจัดการศึกษาให้แก่เด็กวัยเรียน เริ่มตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ คือระดับอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ส่วนการศึกษาระดับสูงจากนั้นไม่ได้ปิดกั้นหรือห้ามรัฐดำเนินการ

          "เมื่อหลายคนยังมีความไม่เข้าใจ ดังนั้นกรธ.เตรียมทำเอกสารชี้แจงและเผยแพร่ ในชื่อว่า "ถาม-ตอบ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2559 ตัดสิทธิการศึกษาคนไทยจริงหรือไม่?" โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ สิทธิการศึกษาถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสห ประชาชาติ มาตรา 28 ที่กำหนดให้รัฐภาคีรับรองสิทธิของเด็กที่จะได้รับการศึกษาภาคบังคับอย่าง เท่าเทียมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงให้การสนับสนุนทางการเงินในกรณีที่จำเป็นแก่เยาวชนที่ต้องการศึกษาต่อ ในระดับสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ"

          ประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการปฏิรูปการศึกษา กรธ. กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญของหลายประเทศไม่ได้กำหนดจำนวนปีของการศึกษาภาคบังคับใช้ เนื่องจากเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลของแต่ละประเทศจะกำหนดไว้ใน กฎหมายหรือกำหนดเป็นนโยบาย ที่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ สังคม ซึ่งบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่ได้เป็นการตัดสิทธิการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายอาชีพและสายสามัญ เพราะรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติสามารถจัดสิทธิการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ แต่สิทธิการศึกษาเพิ่มเติมดังกล่าวรัฐต้องคำนึงถึงวินัยทางการคลังและสถานะ คงคลังของประเทศอย่างรัดกุม เพราะปัจจุบันรัฐจัดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีฟรี แก่ประชาชนทุกคน ใช้งบประมาณสูงสุดถึง 6 หมื่นล้านบาท หรือร้อยละ 20 ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด

          บรรยายใต้ภาพ
          คัดค้าน นายคมเทพ ประภายนต์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 ที่กำหนดให้เรียนฟรีตั้งแต่ระดับอนุบาล-ม.3 เมื่อวันที่ 4 เม.ย.

ที่มา : คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 6 เม.ย. 2559 (กรอบบ่าย)--

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
เครือข่ายผู้ปกครองร้อง
ศธ.แก้
ม.54
ห่วง
ม.ปลาย-ปวช.ถูกตัดเรียนฟรี