สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

Advertisement

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2016-12-02 เปิดอ่านแล้ว : 6005 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

  วันใดที่มีการฝึกลูกเสือสำรอง จะทรงตื่นบรรทมเช้ากว่าปกติ เตรียมฉลององค์ลูกเสือด้วยพระองค์เอง สิ่งแรกที่จะทรงทำหลังจากตื่นบรรทมก็คือ ขัดหัวเข็มขัดและรองพระบาทสำหรับเครื่องแบบลูกเสือ ทำความสะอาดพระนขา (เล็บ) เตรียมพร้อมสำหรับรับการตรวจอยู่ตลอดเวลา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

     เนื่องในวโรกาส สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งนับเป็นวโรกาสอันสำคัญยิ่งของประเทศไทยและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทาง “เดลินิวส์” ให้ความสำคัญต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด ได้น้อมนำอัญเชิญพระราชประวัติแห่งพระองค์ท่าน ที่ได้มีการบันทึกไว้ในเอกสารสำคัญของหลาย ๆ ส่วน มานำเสนอต่อประชาชนคนไทย โดยนอกจากส่วนที่ได้นำเสนอโดยสรุปไปแล้ว ยังจะมีการน้อมนำอัญเชิญพระราชประวัติแห่งพระองค์ท่านมานำเสนอในรายละเอียดอย่างต่อเนื่องด้วย

ทรงศึกษาที่ “โรงเรียนจิตรลดา”

     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ภายหลังพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ประชาชนคนไทยทั้งหลายต่างตื่นเต้นและใคร่ที่จะทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จะทรงดำเนินเรื่องการศึกษาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อย่างไร จะทรงโปรดฯ ให้ทรงศึกษาในโรงเรียนใด หรือจะทรงโปรดฯ ให้มีพระอาจารย์เข้าไปถวายพระอักษรในพระราชวัง หรือหากทรงโปรดฯ ให้ทรงศึกษานอกพระราชวัง โรงเรียนใดจะได้รับพระราชทานความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายพระอักษร หรือหากทรงโปรดฯ ให้ทรงศึกษาในพระราชวัง ใครจะได้รับเลือกเป็นพระอาจารย์ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริถึงเรื่องสำคัญนี้อย่างรอบคอบ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

     จากข้อมูลในหนังสือเฉลิมพระเกียรติ ที่กองทัพบกได้จัดพิมพ์เนื่องในการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พันตรี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 ได้บันทึกเรื่องนี้ไว้ ความตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักดีถึงความรู้สึกของประชาชนทั้งหลายที่ห่วงใย ทรงมีพระราชดำริว่า สมัยนี้เป็นสมัยประชาธิปไตย จึงทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้พระราชโอรสทรงดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับเด็กสามัญ แต่หากจะให้เสด็จฯ ไปทรงศึกษาในโรงเรียนหนึ่งโรงเรียนใด ครูอาจารย์ที่ถวายพระอักษรอาจจะเกรง ไม่กล้าดำเนินการใด ๆ เวลาพระราชโอรสของพระองค์ทรงกระทำผิด จึงทรงตัดสินพระทัยสร้างโรงเรียนขึ้นในเขตพระราชฐาน เพื่อจะได้ทรงดูแลอย่างใกล้ชิดพระราชทานนามว่า “โรงเรียนจิตรลดา” หรือเรียกกันในสมัยต้น ๆ ว่า “โรงเรียนทูลกระหม่อม”

นักเรียนจิตรลดารุ่นที่ 2 “เลข 9”

     ตามข้อมูลประวัติโรงเรียนจิตรลดา ในเว็บไซต์โรงเรียนจิตรลดา ระบุไว้ว่า วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการศึกษาในระดับอนุบาลขึ้น ณ พระที่นั่งอุดร ในพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และต่อมา เมื่อ พ.ศ. 2500 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารเรียนถาวรในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต และพระราชทานนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนจิตรลดา”

     นักเรียนจิตรลดารุ่นที่ 1 คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีเลข 1 เป็นเลขประจำพระองค์ ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ในขณะนั้น ทรงเจริญพระชนมายุพอจะทรงพระอักษรได้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มชั้นอนุบาลอีกชั้นหนึ่ง และเพิ่มนักเรียนอีก 4 คน โดย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเป็นนักเรียนจิตรลดารุ่นที่ 2 ทรงมีเลข 9 เป็นเลขประจำพระองค์ และเริ่มทรงพระอักษรในชั้นอนุบาล 1 เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2499

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

ทรงเรียนได้ดี “ไม่มีสิทธิพิเศษ”

     เหตุการณ์ในช่วงนี้ ได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือเฉลิมพระเกียรติที่กองทัพบกได้จัดทำขึ้น ความตอนหนึ่งว่า คุณหญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนจิตรลดา ได้เขียนถึงพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับการศึกษาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เริ่มชั้นอนุบาล ทรงมีพระราชดำรัสโดยสังเขปว่า “พระอาจารย์ที่จะมาถวายพระอักษรต้องนึกว่าเป็นครู จะต้องไม่ถวายสิทธิพิเศษ ต้องมีความยุติธรรม ต้องหนักแน่น ขอให้ฝึกฝนและอบรมให้เด็กๆ เป็นนักเรียนที่มีระเบียบ มีการรับผิดชอบในหน้าที่ รู้จักทำตนให้ตรงต่อเวลา ฝึกให้มีสมาธิในการงาน รู้จักรักษาสมบัติส่วนตัวและส่วนรวม รู้จักเมตตาและนึกถึงผู้อื่น รู้จักทำตนให้เข้ากับส่วนรวม จึงมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นเฉพาะเชื้อพระวงศ์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ชวนผู้ที่มีบุตรหลานวัยเดียวกันให้มาเรียนในชั้นที่จะเปิดใหม่ ถ้าจะแบ่งประเภทนักเรียนก็มีดังนี้ พระญาติ บุตรหลานของผู้ที่ทรงรู้จัก บุตรข้าราชการ บุตรหลานของมหาดเล็กและข้าหลวง”

     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเรียนได้ดีตลอดมาเป็นลำดับ และทรงมีพระนิสัยรักการผจญภัยเช่นเดียวกับเด็กชายในวัยเดียวกันกับพระองค์ ทรงโปรดการผจญภัยโลดโผนทุกชนิด โดยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2504 ได้เสด็จฯ ไปฝึกทรงม้ากับพระยานเรนทราชา เจ้ากรมอัศวราชในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จนทรงม้าได้คล่องแคล่ว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

“วิชาลูกเสือ” วิชาที่ทรงโปรด

     ต่อมาในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2504 เป็นวันที่โรงเรียนจิตรลดา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจัดให้เป็นสถานทรงพระอักษรของพระราชโอรสพระราชธิดาทุกพระองค์ อยู่ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ได้ทำพิธีเปิดหน่วย “ลูกเสือสำรอง” โดยนายกองวิสุทธารมณ์ อธิบดีกรมพลศึกษา ในฐานะเลขาธิการสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ การได้เป็นลูกเสือสำรองเป็นความภาคภูมิใจและเป็นที่ใฝ่ฝันสำหรับเด็กชายที่เข้าสู่วัยเรียนทุกคนเช่นไร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในขณะนั้นก็ทรงรู้สึกเช่นนั้น โดยพระองค์ทรงเฝ้ารอเวลานี้มานานแล้ว พร้อมกับพระสหายในวัยเดียวกัน 

     หน่วยลูกเสือของโรงเรียนจิตรลดา แบ่งออกเป็น 2 หมู่ หรือ 2 ซิกซ์ เพราะขณะนั้นมีนักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์เป็นลูกเสือสำรองได้เพียง 12 คน โดยหมู่หนึ่งแบ่งออกเป็น 6 คน หมู่แรกชื่อหมู่สีฟ้า และหมู่ที่สองชื่อหมู่สีน้ำเงิน ทรงเป็นหัวหน้าหมู่สีฟ้า ส่วนสีน้ำเงินนั้นหัวหน้า คือ สัณห์ ศรีวรรธนะ การเป็นหัวหน้าหมู่ลูกเสือสำรองนี้ โดยทั่วไปผู้บังคับบัญชาลูกเสือเป็นผู้เลือก แต่ในโรงเรียนจิตรลดานี้ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกกันเอง หัวหน้าหมู่มีหน้าที่ดูแลและเก็บสิ่งของซึ่งเป็นของหมู่ให้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาฝึกก็นำออกมาแจกให้ลูกหมู่ เสร็จแล้วก็เก็บรวบรวมไปไว้ยังที่ให้เป็นระเบียบ ซึ่งทรงปฏิบัติหน้าที่นี้ได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะทรงอิดเอื้อนบ้างในตอนแรก เพราะทรงยังไม่เข้าพระทัยในหน้าที่นี้ดี แต่เมื่อพระอาจารย์อธิบายถวาย ก็ทรงปฏิบัติตาม 

     พระองค์ทรงโปรดวิชาลูกเสือสำรองมาก เพราะนอกจากจะได้ทรงกระโดดโลดเต้นออกกำลังกายกลางแจ้งแล้ว ยังได้ทรงฟังนิทานสนุกๆ และได้ทรงร้องเพลงที่สนุกสนานอีกด้วย ทรงเป็นนักเรียนที่ช่างซักมากที่สุดในชั้น วันใดที่มีการฝึกลูกเสือสำรองจะทรงตื่นบรรทมเช้ากว่าปกติ เตรียมฉลององค์ลูกเสือด้วยพระองค์เอง สิ่งแรกที่จะทรงทำหลังจากตื่นบรรทมก็คือ ขัดหัวเข็มขัดและรองพระบาทสำหรับเครื่องแบบลูกเสือ ทำความสะอาดพระนขา (เล็บ) เตรียมพร้อมสำหรับรับการตรวจอยู่ตลอดเวลา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

ทรงสวนสนาม “ไม่หวั่นแดด-ฝน”

Advertisement

     ในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 ในพิธีสวนสนามของลูกเสือ ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในขณะนั้น เสด็จฯ ไปทรงร่วมกิจกรรมกับลูกเสือโรงเรียนอื่นเป็นครั้งแรก ทรงร่วมในพิธีสวนสนามของลูกเสือ ซึ่งประชาชนคนไทยที่ทราบข่าวก่อนหน้า พากันเป็นห่วงเป็นใยพระองค์ท่านไปต่างๆ นานา ด้วยเกรงว่าพระองค์จะประชวรลง บางคนถึงกับกล่าวว่า “โถ ทูลกระหม่อมจะทรงทนแดดไหวหรือ ท่านจะเป็นลมไหมนะ” โดยความห่วงใยในพระองค์ของพสกนิกรไทยในเรื่องนี้ เมื่อทรงทราบก็ได้รับสั่งว่า “ต้องได้สิ ทำไมจึงดูถูกกันอย่างนี้นะ”

     ครั้นถึงวันสวนสนาม ก็ทรงปฏิบัติหน้าที่ของลูกเสือสำรองของโรงเรียนจิตรลดาได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับลูกเสือคนอื่นๆ ในวันนั้น ทรงถือป้ายชื่อโรงเรียนผ่านพระที่นั่งด้วยพระอาการสง่า และทรงร่วมแสดงในนามหมู่ลูกเสือโรงเรียนจิตรลดาด้วย 

     สำหรับการที่ทรงมีความอดทน และรู้จักหน้าที่ของลูกเสือ เป็นที่ประจักษ์ชัดอีกครั้งหนึ่งในการซ้อมใหญ่สวนสนามในวันฉลองครบรอบวันกำเนิดลูกเสือไทย ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 โดยขณะนั้นทรงเป็นลูกเสือโทแล้ว วันนั้นที่กรีฑาสถานแห่งชาติฝนตกหนักอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น บรรดาผู้ควบคุมการฝึกซ้อมลงความเห็นว่าควรเชิญเสด็จเข้าประทับในชายคา เพราะอาจจะทำให้ประชวรหวัดได้ เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งวิ่งออกไปที่สนาม ทูลเชิญเสด็จเข้าประทับในชายคา ทรงมองหน้าผู้ทูลเชิญพร้อมกับสั่นพระเศียร และรับสั่งว่า “ทำไมจะต้องให้ฉันหลบเข้าไปด้วยล่ะใครๆ เขาตากฝนได้ฉันก็ตากได้เหมือนกัน ฉันแข็งแรงพอ”

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ

ทรงทำอาหาร “เมนูฝีพระหัตถ์”

     ก่อนหน้านี้ เมื่อโรงเรียนจิตรลดาทำพิธีเข้าประจำกองลูกเสือสามัญ โดยสมทบกับหน่วยโรงเรียนวชิราวุธ เป็นกองลูกเสือสังกัด อ.31 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 ทรงสอบได้เป็นลูกเสือโท เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2508 ในวันนั้นได้เสด็จฯ ไปทรงสอบเดินทางไกล และประกอบอาหาร ที่ค่ายลูกเสือวชิราวุธ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต้องเสด็จฯ ตั้งแต่เช้ามืด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสห้ามใครตามเสด็จนอกจากราชองครักษ์ซึ่งให้ตามเสด็จได้เพียงห่าง ๆ

     การเสด็จเข้าค่ายลูกเสือที่ค่ายวชิราวุธครั้งนั้น ทรงทำอาหารเอง ซึ่งที่ทรงโปรดทำที่สุดคือ “ข้าวสวยคลุกไข่ปั้นเป็นก้อนทอด” โดยทรงโปรดการทำครัวเท่ากับความช่างเสวย บางคราวทรงทำอาหารเองด้วยหม้อและเตาดินเผาเล็กๆ แล้วประทับเสวยอย่างเอร็ดอร่อยร่วมกับผู้ตามเสด็จ ทั้งนี้ ทรงศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดาถึงมัธยมศึกษาปีที่ 1 จึงเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อที่อังกฤษ

     ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระปรีชาสามารถ และทรงมีความเข้มแข็งอดทน นับแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ซึ่งในเวลาต่อมาพระองค์ท่านทรงสนพระทัยด้านวิชาการทหาร และทรงเข้าศึกษาวิชาการทางด้านนี้ในสถาบันชั้นนำ ทั้งในประเทศออสเตรเลีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทย ซึ่งพระองค์ท่านทรงได้รับการยกย่องในพระปรีชาสามารถในระดับสากล

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/article/540169

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

Loading...
คลายปม! ให้ข้าราชการเกษียณเมื่ออายุ 63 เริ่มแล้วหรือยัง?

คลายปม! ให้ข้าราชการเกษียณเมื่ออายุ 63 เริ่มแล้วหรือยัง? ..(33428)

เงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหา หนี้สิน ข้าราชการครู กู้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี อ่านรายละเอียดคลิก!!

เงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหา หนี้สิน ข้าราชการครู กู้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อ..(34398)

สำนักงาน ก.ค.ศ. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2561 และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 กุมภาพันธ์ 2562

สำนักงาน ก.ค.ศ. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษ..(24197)

เช็กที่นี่!! 72 วิชาเอกที่คาดว่าจะเปิดสอบ ครูผู้ช่วย สังกัด สอศ.

เช็กที่นี่!! 72 วิชาเอกที่คาดว่าจะเปิดสอบ ครูผู้ช่วย สังกัด สอศ...(11047)

เช็กที่นี่!! ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ (18 ก.พ. 62)

เช็กที่นี่!! ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยว..(4953)

เช็กที่นี่!! ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ จำนวน 36 ราย (15 ก.พ. 62)

เช็กที่นี่!! ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยว..(7813)

ข่าวดี!! คปร.เตรียมทบทวนเงื่อนไข การจัดสรรอัตราเกษียณ แก้ปัญหาโรงเรียนขาดครู

ข่าวดี!! คปร.เตรียมทบทวนเงื่อนไข การจัดสรรอัตราเกษียณ แก้ปัญหาโรงเรียนขาดครู..(15972)

เช็กที่นี่!! ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ จำนวน 17 ราย (13 ก.พ. 62)

เช็กที่นี่!! ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูฯ ผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยว..(5086)

มาแล้ว!! แบบประเมินเลื่อนเงินเดือนครู แบบใหม่ (ว20/2561) ไฟล์ word

มาแล้ว!! แบบประเมินเลื่อนเงินเดือนครู แบบใหม่ (ว20/2561) ไฟล์ word ..(61389)

กรมบัญชีกลาง ยืนยัน การคำนวณ เงินบำนาญ ให้กับผู้รับบำนาญใช้สูตรเดิม

กรมบัญชีกลาง ยืนยัน การคำนวณ เงินบำนาญ ให้กับผู้รับบำนาญใช้สูตรเดิม..(14092)


Tags
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ร.10
ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ
MBA
IELTS
chulatutor