สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
ข้าราชการ ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า “ไม่มีเหตุผลอันสมควร” ต้องละทิ้งหน้าที่ !
ข้าราชการ ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า “ไม่มีเหตุผลอันสมควร” ต้องละทิ้งหน้าที่ !

Advertisement

ข้าราชการ ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า “ไม่มีเหตุผลอันสมควร” ต้องละทิ้งหน้าที่ !

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-05-24 เปิดอ่านแล้ว : 21742 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ข้าราชการ ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า “ไม่มีเหตุผลอันสมควร” ต้องละทิ้งหน้าที่ !

ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า “ไม่มีเหตุผลอันสมควร” ต้องละทิ้งหน้าที่ !

โดย นางสาวจารุณี กิจตระกูล พนักงานคดีปกครองชำนาญการ

กลุ่มเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและวารสาร สำนักวิจัยและวิชาการ สำนักงานศาลปกครอง

การปฏิบัติตนให้เป็นข้าราชการที่ดีไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประเภทใด นอกจากจะต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ส าเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลแล้ว ข้าราชการยังต้องประพฤติปฏิบัติตนภายใต้กรอบของระเบียบวินัยที่ทางราชการ ได้ก าหนดไว้อย่างเคร่งครัด ดังเช่นการลาป่วยของข้าราชการ แม้จะเป็นสิทธิของข้าราชการที่พึงลาได้ แต่ต้องปฏิบัติ ตามข้อ ๑๗ ของระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยต้องเสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชา ตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่กรณีจำเป็นจะเสนอหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มา ปฏิบัติราชการก็ได้ และกรณีที่มีอาการป่วยจนไม่สามารถลงชื่อในใบลาได้จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้ แต่เมื่อสามารถ ลงชื่อได้แล้วให้เสนอหรือจัดส่งใบลาโดยเร็ว และกรณีที่ข้าราชการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกัน เป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ของทางราชการ ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘๕ (๓)

ข้อพิพาทที่นำมาเป็นอุทาหรณ์คดีปกครองในคอลัมน์ “Knowledge” ฉบับนี้ เป็นกรณีที่ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยพฤติการณ์ของข้าราชการที่ป่วย (จริง) หลายวัน แต่ไม่รุนแรงถึงขนาดจะมาทำงาน ไม่ได้และได้ยื่นใบลาป่วยทางไปรษณีย์ภายหลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่ามี “เหตุผลอันสมควร” หรือไม่ ? มูลเหตุของคดีเกิดจากนายสมหมาย (นามสมมติ) ข้าราชการครูได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ อีกโรงเรียนหนึ่ง และเมื่อครบกำหนดการช่วยราชการต้องกลับไปปฏิบัติราชการที่โรงเรียนต้นสังกัดเดิม ตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ แต่นายสมหมายไม่ได้มารายงานตัวและไม่ได้ไปปฏิบัติราชการตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๒

หน่วยงานราชการต้นสังกัดจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและผู้อำนวยการ โรงเรียนต้นสังกัดมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ในส่วนของการสอบสวนทางวินัย คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและนายสมหมายได้รับทราบ แต่ไม่ได้ด าเนินการตามคำสั่งหรือโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด ต่อมา ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงมีคำสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงไล่ออกจากราชการ ตามความเห็นของคณะกรรมการฯ ฐานจงใจละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

หลังจากนั้น นายสมหมายได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีคำพิพากษา เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม คดีนี้ถึงแม้เป็นการกระทำผิดทางวินัยของข้าราชการครู แต่พระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๘๗ ได้กำหนดพฤติการณ์การละทิ้งหน้าที่ ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์ อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเช่นเดียวกับ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑

และได้นำระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาใช้บังคับแก่ข้าราชการครูด้วย ดังนั้น จึงใช้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับข้าราชการทั่วไปได้ โดยคดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขาดราชการของนายสมหมาย (ผู้ฟ้องคดี) ตามที่ ศาลปกครองสูงสุดรับฟังได้ คือ

Advertisement

 ไม่ได้ไปปฏิบัติราชการตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ จนถึงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ (เกินกว่าสิบห้าวัน)

 ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อ ๑๗ ของระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่ได้ส่ง ใบลาพร้อมกับใบรับรองแพทย์หลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและอยู่ระหว่าง การดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง

 นายสมหมายเข้ารับการตรวจรักษาอาการป่วยกับแพทย์หลายครั้งและหลายแห่งจำนวน ๙ ครั้ง ด้วยอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้คล้ายจะอาเจียน ปวดบริเวณเบ้าตา สายตาพร่ามัว มองเห็นภาพ ไม่ชัดและมีภาพซ้อน โดยแพทย์ระบุว่ามีอาการผิดปกติที่ตาข้างซ้าย เนื่องจากสายตาเอียงร่วมกับสายตายาว และกระจกตาแห้ง ส่งผลให้มองภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อนและเวียนศีรษะ ส่วนตาขวาปกติ เมื่อแก้ไขด้วยแว่น แล้วอาการดีขึ้น แต่ไม่เท่าตาขวา จึงแนะนำให้ปิดตาซ้ายเมื่อไปทำงาน

 ปรากฏจากใบรับรองแพทย์ว่าอาการเจ็บป่วยเป็นกรณีที่แพทย์นัดให้ไปรับการตรวจรักษา และให้หยุดงานเพื่อพักรักษาอาการเจ็บป่วยเป็นครั้งคราว ไม่ถึงขนาดที่จะต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

 ปรากฏจากเอกสารบัญชีลงเวลาปฏิบัติราชการ พบลายมือชื่อการลงเวลามาปฏิบัติราชการ ในวันที่ ๒๖ และวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ แต่ไม่ได้ลงเวลากลับ และมีพยานพบเห็นและได้พูดคุยทักทายกัน หลังจากนั้น นายสมหมายได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจากโรงเรียนและไม่ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกเลย

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า อาการเจ็บป่วยของผู้ฟ้องคดียังไม่รุนแรง ถึงขนาดที่จะต้องหยุดพักรักษาตัวติดต่อกันหลายวัน อันเป็นเหตุให้ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติราชการหรือ ยื่นใบลาป่วยได้ และแม้ว่าจะไม่สามารถยื่นใบลาได้ด้วยตนเอง แต่สามารถให้ผู้อื่นลาแทนได้เช่นกัน ทั้งเมื่อ ผู้ฟ้องคดีจัดส่งหนังสือรายงานอาการเจ็บป่วยและแนบใบรับรองแพทย์พร้อมใบนัดตรวจรักษาทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนก็เป็นเหตุที่เกิดขึ้นภายหลัง

การที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่ามีอาการเจ็บป่วยทางสายตาและไม่ได้ยื่นใบลาป่วยต่อผู้บังคับบัญชา ตามระเบียบของทางราชการว่าด้วยการลา จึงไม่อาจถือได้ว่ามีเหตุผลอันสมควร การกระทำดังกล่าวถือเป็น การจงใจละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง คำสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ ด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง (ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๑๒๖๖/๒๕๕๙) คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติราชการหรือการประพฤติปฏิบัติตนที่ดีของข้าราชการ ไม่ว่าประเภทใดเกี่ยวกับการใช้สิทธิลาป่วยว่า เมื่อประสงค์จะลาป่วยจะต้องเสนอใบลาต่อผู้บังคับบัญชา ตามลำดับชั้นก่อนหรือในวันที่ลา หากจำเป็นจะเสนอใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้ และการไม่จัดส่ง ใบลาป่วยตามระเบียบของทางราชการและขาดราชการติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่าสิบห้าวัน โดยอาการ ป่วยนั้นยังสามารถไปปฏิบัติงานได้ พฤติการณ์ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการได้

ที่มา : http://www.admincourt.go.th/admincourt/upload/webcms/Academic/Academic_180518_134412.pdf

 

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

Loading...
หมอจรัสเชื่อ ครูค้านพ.ร.ก.การศึกษา เพราะไม่เข้าใจเจตนารมณ์

หมอจรัสเชื่อ ครูค้านพ.ร.ก.การศึกษา เพราะไม่เข้าใจเจตนารมณ์..(1795)

การจัดสรร งบประมาณ ปี พ.ศ. 2562 เพื่อเป็น ค่าตอบแทน จ้างอัตราจ้าง ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน งวดที่ 2

การจัดสรร งบประมาณ ปี พ.ศ. 2562 เพื่อเป็น ค่าตอบแทน จ้างอัตราจ้าง ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน งวดที่ ..(2707)

เตรียมตัวให้พร้อม!! ก.ค.ศ.อนุมัติเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย 4 กรณีพิเศษ - เกณฑ์โอนย้ายครูข้ามแท่งในศธ.

เตรียมตัวให้พร้อม!! ก.ค.ศ.อนุมัติเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย 4 กรณีพิเศษ - เกณฑ์โอนย้ายครูข้ามแท่งในศธ...(4071)

ด่วน!! คำสั่งย้าย ผอ.สพท. ลงวันที่ 23 เม.ย. 2562

ด่วน!! คำสั่งย้าย ผอ.สพท. ลงวันที่ 23 เม.ย. 2562..(49325)

เลิกใช้กระดาษ ในหน่วยงานราชการ  ให้ออกเอกสารระบบ ‘ดิจิทัล’ ภายในปี 2563

เลิกใช้กระดาษ ในหน่วยงานราชการ ให้ออกเอกสารระบบ ‘ดิจิทัล’ ภายในปี 2563..(3305)

สพฐ.เตรียมคัดเลือก รองผอ.รร. - ไม่เน้นสอบข้อเขียน - คุณสมบัติผ่านขึ้นบัญชี 2 ปี - มีตำแหน่งว่างเรียกแสดงวิสัยทัศน์

สพฐ.เตรียมคัดเลือก รองผอ.รร. - ไม่เน้นสอบข้อเขียน - คุณสมบัติผ่านขึ้นบัญชี 2 ปี - มีตำแหน่งว่างเรียก..(10771)

บอร์ด กพฐ. หนุนเดินตามแผน ควบรวมโรงเรียน จะทำให้ลดจำนวนครูกว่า 100,000 คน

บอร์ด กพฐ. หนุนเดินตามแผน ควบรวมโรงเรียน จะทำให้ลดจำนวนครูกว่า 100,000 คน..(17334)

สพฐ.พร้อมประกาศคัดรองผอ.สพท.-รอง ผอ.โรงเรียน

สพฐ.พร้อมประกาศคัดรองผอ.สพท.-รอง ผอ.โรงเรียน ..(4571)

กพฐ.ยุบโรงเรียน จำนวน 10 โรงเรียน ควบรวมอีก2โรงเรียน

กพฐ.ยุบโรงเรียน จำนวน 10 โรงเรียน ควบรวมอีก2โรงเรียน..(11267)

ด่วน!! สพฐ.เผย เกณฑ์คัดเลือก ผอ.- รองผอ.รร. ที่ไม่มีการสอบ ใช้ประเมินรอบทิศ360องศา

ด่วน!! สพฐ.เผย เกณฑ์คัดเลือก ผอ.- รองผอ.รร. ที่ไม่มีการสอบ ใช้ประเมินรอบทิศ360องศา ..(7105)


Tags
ข้าราชการ
ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้
ถือว่า
“ไม่มีเหตุผลอันสมควร”
ต้องละทิ้งหน้าที่
!
MBA
IELTS
chulatutor