คำสั่งคสช. ทำปฏิรูปศึกษาสะดุด?? สพท.-ศธจ. ดูเหมือนนิ่งตลอด 5 เดือนแท้จริงรอวันปะทุ!!
คำสั่งคสช. ทำปฏิรูปศึกษาสะดุด?? สพท.-ศธจ. ดูเหมือนนิ่งตลอด 5 เดือนแท้จริงรอวันปะทุ!!

Advertisement

Advertisement

คำสั่งคสช. ทำปฏิรูปศึกษาสะดุด?? สพท.-ศธจ. ดูเหมือนนิ่งตลอด 5 เดือนแท้จริงรอวันปะทุ!!

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-05-26 เปิดอ่านแล้ว : 9719 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

คำสั่งคสช. ทำปฏิรูปศึกษาสะดุด?? สพท.-ศธจ. ดูเหมือนนิ่งตลอด 5 เดือนแท้จริงรอวันปะทุ!!

ความขัดแย้งระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.) กับศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ที่ดูนิ่งๆ มาตลอด 5 เดือน แท้จริงแล้วกำลังรอวันปะทุ ไม่ต่างจากสำนวน “ก่อนพายุใหญ่จะมา คลื่นลมมักเงียบสงบ!!”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นับแต่นั้นก็เกิดแรงปะทะระหว่างผอ.สพท.กับศธจ. มาเป็นระยะๆ

พีคสุดเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 ที่ผอ.สพท.แท็กทีมผู้อำนวยการโรงเรียน(ผอ.ร.ร.) ต่อต้าน ศธจ. เริ่มจากผอ.สพท.งัดข้อปฏิเสธการร่วมงานกับศธจ. ตามมาด้วยผอ.ร.ร.ฟ้องร้องศธจ.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากยังไม่พิจารณาเลื่อนเงินเดือน ต่อด้วยเหตุการณ์ผอ.ร.ร.ฟ้องศธจ.เนื่องจากยังไม่ลงนามย้ายผอ.ร.ร.ตามมติคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ตลอดจนผอ.ร.ร.ตอบปฏิเสธศธจ.ที่สั่งการให้ชี้แจงข้อร้องเรียนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยให้เหตุผลว่ารอผอ.สพท.สั่ง!!

ทั้งนี้ทั้งนั้นสืบเนื่องจากคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 กำหนดให้โอนการใช้อำนาจการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดและกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53 (3)(4) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นของศธจ.โดยความเห็นชอบของกศจ. จากเดิมอำนาจตามมาตรา 53(3) เป็นของผอ.สพท.และอำนาจตามมาตรา 53(4) เป็นของ ผอ.ร.ร.

ครั้งนั้นชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย(ชร.ผอ.สพท.) ผนึกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด ออกมาสะท้อนปัญหาว่าคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาเรื่องต่างๆ เช่น การพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะของครู เลื่อนเงินเดือน แต่งตั้งครู ผอ.ร.ร.และรักษาการผอ.ร.ร. ส่งผลให้รักษาการผอ.ร.ร.ไม่กล้าตัดสินใจเรื่องบุคลากรและงบประมาณ ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาตามมา นอกจากนี้มีปัญหาความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน เพิ่มขั้นตอนการทำงาน ทำให้เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็น มีการโอนอัตรากำลังของเขตพื้นที่ฯ และตัดอัตรากำลังของครูที่เกษียณที่ควรคืนแก่โรงเรียนจำนวนกว่า 1,400 อัตรา ไปให้สำนักงานศธจ. งบประมาณของสพท.ถูกแบ่งไปให้สำนักงานศธจ. ขณะที่ภาระงานยังเหมือนเดิม ตลอดจนกระทบสิทธิประโยชน์ของครูซึ่งส่งผลต่อการเรียนการสอน การออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน/คำสั่งมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ/การเกิดสิทธิการมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตาม ว21 การเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นจากการที่เขตต่างๆ ต้องนำคำสั่งไปเสนอให้ศธจ.ลงนาม การขาดประสิทธิภาพในการบังคับบัญชา และที่สำคัญคือการเป็นอัมพาตของการขับเคลื่อนการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ และการพัฒนาการศึกษาเชิงบูรณานาการในจังหวัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดของศธจ. และกศจ.ไม่สามารถขับเคลื่อนได้เพราะทุกกศจ. ติดหล่มการบริหารงานบุคคล

มีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 เพื่อคืนการใช้อำนาจตามมาตรา 53(3)และ(4) ให้แก่ผอ.สพท.และผอ.ร.ร. อาทิ การให้ครูโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศทำจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรี ประธานกรรมการคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) รัฐมนตรีว่าการศธ. และ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)

ความขัดแย้งระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.) กับศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ที่ดูนิ่งๆ มาตลอด 5 เดือน แท้จริงแล้วกำลังรอวันปะทุ ไม่ต่างจากสำนวน “ก่อนพายุใหญ่จะมา คลื่นลมมักเงียบสงบ!!”

Advertisement

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นับแต่นั้นก็เกิดแรงปะทะระหว่างผอ.สพท.กับศธจ. มาเป็นระยะๆ

พีคสุดเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 ที่ผอ.สพท.แท็กทีมผู้อำนวยการโรงเรียน(ผอ.ร.ร.) ต่อต้าน ศธจ. เริ่มจากผอ.สพท.งัดข้อปฏิเสธการร่วมงานกับศธจ. ตามมาด้วยผอ.ร.ร.ฟ้องร้องศธจ.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากยังไม่พิจารณาเลื่อนเงินเดือน ต่อด้วยเหตุการณ์ผอ.ร.ร.ฟ้องศธจ.เนื่องจากยังไม่ลงนามย้ายผอ.ร.ร.ตามมติคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ตลอดจนผอ.ร.ร.ตอบปฏิเสธศธจ.ที่สั่งการให้ชี้แจงข้อร้องเรียนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยให้เหตุผลว่ารอผอ.สพท.สั่ง!!

ทั้งนี้ทั้งนั้นสืบเนื่องจากคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 กำหนดให้โอนการใช้อำนาจการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดและกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53 (3)(4) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นของศธจ.โดยความเห็นชอบของกศจ. จากเดิมอำนาจตามมาตรา 53(3) เป็นของผอ.สพท.และอำนาจตามมาตรา 53(4) เป็นของ ผอ.ร.ร.

ครั้งนั้นชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย(ชร.ผอ.สพท.) ผนึกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด ออกมาสะท้อนปัญหาว่าคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาเรื่องต่างๆ เช่น การพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะของครู เลื่อนเงินเดือน แต่งตั้งครู ผอ.ร.ร.และรักษาการผอ.ร.ร. ส่งผลให้รักษาการผอ.ร.ร.ไม่กล้าตัดสินใจเรื่องบุคลากรและงบประมาณ ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาตามมา นอกจากนี้มีปัญหาความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน เพิ่มขั้นตอนการทำงาน ทำให้เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็น มีการโอนอัตรากำลังของเขตพื้นที่ฯ และตัดอัตรากำลังของครูที่เกษียณที่ควรคืนแก่โรงเรียนจำนวนกว่า 1,400 อัตรา ไปให้สำนักงานศธจ. งบประมาณของสพท.ถูกแบ่งไปให้สำนักงานศธจ.

ขณะที่ภาระงานยังเหมือนเดิม ตลอดจนกระทบสิทธิประโยชน์ของครูซึ่งส่งผลต่อการเรียนการสอน การออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน/คำสั่งมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ/การเกิดสิทธิการมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตาม ว21 การเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นจากการที่เขตต่างๆ ต้องนำคำสั่งไปเสนอให้ศธจ.ลงนาม การขาดประสิทธิภาพในการบังคับบัญชา และที่สำคัญคือการเป็นอัมพาตของการขับเคลื่อนการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ และการพัฒนาการศึกษาเชิงบูรณานาการในจังหวัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดของศธจ. และกศจ.ไม่สามารถขับเคลื่อนได้เพราะทุกกศจ. ติดหล่มการบริหารงานบุคคล

มีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 เพื่อคืนการใช้อำนาจตามมาตรา 53(3)และ(4) ให้แก่ผอ.สพท.และผอ.ร.ร. อาทิ การให้ครูโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศทำจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรี ประธานกรรมการคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) รัฐมนตรีว่าการศธ. และ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)

ขอบคุณที่มา : มติชนออนไลน์ 26 พ.ค. 2561

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
คำสั่งคสช.
ทำปฏิรูปศึกษาสะดุด??
สพท.-ศธจ.
ดูเหมือนนิ่งตลอด
5
เดือนแท้จริงรอวันปะทุ!!