ข้าราชการครูเรียกรับเงินจากผู้อื่นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ข้าราชการครูเรียกรับเงินจากผู้อื่นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

Advertisement

Advertisement

ข้าราชการครูเรียกรับเงินจากผู้อื่นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2015-12-10 เปิดอ่านแล้ว : 4390 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ข้าราชการครูเรียกรับเงินจากผู้อื่นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

สถานี ก.ค.ศ.

ข้าราชการครูเรียกรับเงินจากผู้อื่นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

 

สัปดาห์ที่แล้วได้นำกรณีตัวอย่างความผิดวินัยของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณไปใช้จ่ายที่ผิดระเบียบของทาง ราชการ ในสัปดาห์นี้จะนำกรณีความผิดวินัยเกี่ยวกับการเรียกรับเงินมาให้ความรู้ต่อ เนื่องอีกหนึ่งตัวอย่าง ดังนี้

นายเขียว ข้าราชการครูสังกัดส่วนราชการแห่งหนึ่ง มีความประสงค์จะขอโอนมารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน วิทยาลัยเทคนิค สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งนายเขียวได้รู้จักนางดำ เพื่อนบ้านซึ่งเป็นข้าราชการครูวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงไปขอคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นเรื่องขอโอน นางดำได้บอกกับนายเขียวว่า หากจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 60,000 บาท ก็จะได้รับการพิจารณาให้โอนได้ภายใน 1 ปี นายเขียวตอบตกลง โดยจะจ่ายให้ก่อนครึ่งหนึ่ง หากได้รับการพิจารณาให้โอนได้จะจ่ายให้อีกครึ่งหนึ่ง ต่อมานายเขียวได้ไปยื่นคำร้องขอโอนย้ายที่วิทยาลัยเทคนิค และได้โอนเงินให้กับนางดำ จำนวน 20,000 บาท หลังจากนั้นจึงโทรศัพท์บอกกับนางดำว่าได้โอนเงินให้แล้ว ซึ่งนางดำบอกให้โอนเพิ่มอีก 10,000 บาท เพราะต้องนำไปให้ทีมงาน คือ นายขาว ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อเป็นค่าดำเนินการ อีกสองวันถัดมา นายเขียวจึงไปโอนเงินให้นางดำเพิ่มอีก 10,000 บาท หลังจากนั้น นายเขียวจะโทรศัพท์สอบถามความคืบหน้าจากนางดำอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งนางดำบอกว่าได้รับเงินแล้ว และได้จ่ายให้นายขาว เพื่อเป็นค่าประสานงานเรียบร้อยแล้ว และเมื่อนายเขียวโทรไปสอบถามนายขาว นายขาวก็บ่ายเบี่ยงตลอด จนเวลาได้ล่วงเลยไปเกือบ 6 เดือนแล้ว นายเขียวไม่ได้รับการติดต่อจากนางดำและนายขาวอีกเลย นายเขียวจึงทราบว่าตนถูกหลอก จึงไปร้องเรียนต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เมื่อนางดำทราบเรื่องจึงได้รีบโอนเงินจำนวน 30,000 บาท คืนให้แก่นายเขียว โดยอ้างว่านายเขียวโอนเงินให้แก่ตนเองโดยมิชอบ เมื่อทราบเรื่องจึงได้รีบโอนเงินคืน จากการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ความว่า นางดำและนายขาวมีพฤติการณ์ร่วมกันใช้กลอุบายหลอกลวงนางเขียวให้หลงเชื่อ ว่าสามารถช่วยเหลือให้โอนมารับราชการเป็นข้าราชการครู ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ โดยเรียกรับเงินเป็นข้อตอบแทนในการดำเนินการดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง กรณีไม่รักษาชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้ เสื่อมเสีย โดยกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ตามมาตรา 94 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึงสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนคนละ 1 ขั้น และรายงาน ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาต่อไป

Advertisement

สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ (ซึ่งทำการแทน ก.ค.ศ.) เพื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของนางดำและนายขาวเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 94 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง การที่ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนคนละ 1 ขั้น นั้น ยังไม่เป็นการถูกต้องและเหมาะสมแก่กรณีความผิด จึงมีมติให้ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งเพิ่มโทษจากลดขั้นเงินเดือนคนละ 1 ขั้น เป็นโทษปลดออกจากราชการทั้งสองราย

ดังนั้น จึงขอให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านได้ตระหนักถึงวินัยและการ รักษาวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเคร่งครัด แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า


พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์
เลขาธิการ ก.ค.ศ.


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม 2558

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
ข้าราชการครูเรียกรับเงินจากผู้อื่นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง