โพลผู้ปกครองนร.ระบุโรงเรียนกลายเป็นธุรกิจ-ความเป็นครูปัจจุบันน้อยกว่าอดีต!
โพลผู้ปกครองนร.ระบุโรงเรียนกลายเป็นธุรกิจ-ความเป็นครูปัจจุบันน้อยกว่าอดีต!

Advertisement

Advertisement

โพลผู้ปกครองนร.ระบุโรงเรียนกลายเป็นธุรกิจ-ความเป็นครูปัจจุบันน้อยกว่าอดีต!

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2015-05-18 เปิดอ่านแล้ว : 952 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

โพลผู้ปกครองนร.ระบุโรงเรียนกลายเป็นธุรกิจ-ความเป็นครูปัจจุบันน้อยกว่าอดีต!

เปิด ผลโพลรับเปิดเทอม ผู้ปกครองจำนวนมากเห็นว่าโรงเรียนแต่ละแห่งมีความเหลื่อมล้ำและเป้นธุรกิจ ผงะ!ครูปัจจุบันมีทั้งดีไม่ดีและพบว่าครูในอดีตมีความเป็นครูมากกว่า ปัจจุบัน กังวลเรื่องเด็กติดเกม-ค่าเล่าเรียนสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในวัยเรียนทั่ว ประเทศ จำนวน 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 พฤษภาคม ในหัวข้อ “เสียงจากผู้ปกครองวันเปิดเทอม” มีผลสำรวจที่น่าสนใจในหลายประเด็น

อาทิ ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อโรงเรียน พบว่า80.40% เห็นเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 คอยดูแลอบรมสั่งสอนเด็กให้มีความรู้ แต่ก็พบว่าผู้ปกครองเห็นว่าแต่ละโรงเรียนมีความเหลื่อมล้ำ มาตรฐานแตกต่างกัน ไม่เท่าเทียมสูงถึง74.33% และสูงถึง71.12% ที่ผู้ปกครองเห็นว่าโรงเรียนปัจจุบัน เป็นธุรกิจวิชาการ ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินมากเกินไป

ในความคิดเห็นของผู้ปกครอง ต่อหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน พบว่า อันดับ 1 มีความเป็นสากล พร้อมเข้าสู่อาเซียน และสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้77.27% อันดับ 2สอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นไทย และศาสนา 73.26% อันดับ 3 สอนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์มากกว่าท่องจำ เน้นการปฏิบัติจริง มีกิจกรรมให้ทำร่วมกัน 67.11%

ที่น่ากังวลคือความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อครู นั้น พบว่า

•  อันดับ 1 ถึง75.40% ที่ระบุว่าครูมีทั้งดีและไม่ดี ครูในอดีตมีความเป็นครูมากกว่าปัจจุบัน
•  อันดับ 2มีภาระงานมาก ต้องทำงานเอกสาร ไม่มีเวลาดูแลเด็กได้เต็มที่ 66.58%
•  อันดับ 3 ควรเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำกับเด็กได้ เป็นต้น

สำนักโพลยังได้ถามถึงสิ่งที่ผู้ปกครองกังวลต่อการศึกษาไทย ณ วันนี้ พบว่า อันดับ 1 เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ติดเกม ติดเทคโนโลยี ไม่สนใจการเรียน 72.19% อันดับ 2 การศึกษาไทยล้าหลังกว่าประเทศอื่นๆ ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร 70.32% อันดับ 3 มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คุณภาพไม่เท่าเทียมกัน 68.98% อันดับ 4ใช้งบประมาณเพื่อการศึกษาจำนวนมาก ทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น ไม่โปร่งใส 63.73%อันดับ 5 มีชั่วโมงเรียนมากเกินไป เน้นการสอบวัดผล ต้องไปเรียนพิเศษกวดวิชาเพิ่ม 56.68%

นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้ปกครองกังวลในช่วงเปิดเทอม คือ อันดับ 1 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเล่าเรียนสูงขึ้น เช่น ค่าเทอม ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน 83.50% อันดับ 2 การเตรียมพร้อมของเด็ก เช่น การตื่นนอน การปรับตัว การคบเพื่อน อาหารการกิน 76.47% อันดับ 3 พฤติกรรมของครู การสอน การลงโทษเด็ก66.31% อันดับ 4การเดินทางไปเรียนของบุตรหลาน การจราจร อุบัติเหตุ ความปลอดภัย65.51% อันดับ 5บรรยากาศและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน อาคารเรียน สถานที่เรียน62.83%

ส่วนข้อเสนอแนะของผู้ปกครองที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือบุตรหลานเรื่องการ ศึกษานั้นพบว่าอันดับ 1 ให้การสนับสนุนด้านทุนการศึกษา ทุนเรียนฟรี สำหรับเด็กด้อยโอกาส เรียนดี ยากจน 70.59%อันดับ 2 ให้ความสำคัญและสนใจแก้ไขปัญหาการศึกษาของเด็กอย่างจริงจัง 69.25%อันดับ 3 ดูแลตรวจสอบและพัฒนาทุกโรงเรียนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานเดียวกัน 67.65% อันดับ 4 กำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย 59.09% อันดับ 5 ผลิตครูดีมีความรู้ความสามารถ มีบทลงโทษครูที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม 47.59%

อีกคำถามผู้ปกครองคิดว่า “การจัดการศึกษาของชาติ” ควรทำอย่างไร พบว่า

• อันดับ 1 กระทรวงศึกษาธิการต้องมีนโยบายที่ต่อเนื่อง แก้ปัญหาตรงจุด ทำงานรวดเร็วมีประสิทธิภาพ 68.45%
• อันดับ 2 เน้นเรื่องการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ความรักความสามัคคี เป็นคนดีของสังคม 63.10%
• อันดับ 3 เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง พัฒนาทักษะการเรียนรู้และการใช้ชีวิต 58.82%
• อันดับ 4 ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางในการจัดการศึกษา เปิดรับฟังความคิดเห็น 54.01%
• อันดับ 5 พัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ทางวิชาการ มีทักษะด้านภาษาและเทคโนโลยี 45.99%.

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
โพลผู้ปกครองนร.ระบุโรงเรียนกลายเป็นธุรกิจ-ความเป็นครูปัจจุบันน้อยกว่าอดีต!