สอนอย่างไรให้สนุก ถูกใจคนเรียน
สอนอย่างไรให้สนุก ถูกใจคนเรียน

Advertisement

Advertisement

สอนอย่างไรให้สนุก ถูกใจคนเรียน

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2016-01-13 เปิดอ่านแล้ว : 25889 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

สอนอย่างไรให้สนุก ถูกใจคนเรียน

การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมักพบว่า นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน ขาดความสนใจ ขาดความมุ่งมั่น   

         ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรียนการสอน  ได้ฟังผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เป็น ปัญหาถกเถียงกันไม่รู้จบในปัจจุบัน  ยิ่งผลการสอบวัดผลระดับชาติ ที่เรียกว่า NT  หรือ O-net  ของนักเรียน  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2551  ออกมาสดๆ ร้อน แล้วน่าตกใจว่าการจัดการเรียนการสอนไม่สามารถพัฒนานักเรียนได้เลย  ตามความหมายของคะแนนที่ออกมา  ทำให้ผู้ใหญ่ใน สพฐ. ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาดังกล่าวบางคนอาจ วิจารณ์ว่า สอบไม่ตรงกับที่สอน  หรือ นักเรียนไม่ตั้งใจสอบก็ตามที  ปัญหานี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าเกี่ยวกับ ครู นักเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และสื่อการสอน

        จากประสบการณ์และได้ฟังผู้รู้หลายท่านได้ให้แนวคิดในการจัดการเรียนรู้ให้ นักเรียนอยากเรียนรู้ ของผู้เขียน จึงเก็บมาฝากท่านผู้อ่าน  เพื่อให้ก่อนเปิดภาคเรียนนี้ ครูเราจะได้ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน  ดังนี้

   1.  ต้องรู้เขา รู้เรา
       1.2  ต้องรู้ว่า ... เราจะสอนอย่างไร เช่น
             - ย่อยเนื้อหาความรู้ลงให้แคบ
             - หากเนื้อหามาก ก็แบ่งเป็นส่วนย่อย
             - ระบุสาระ หรือจุดประสงค์ ในการเรียนรู้ให้ชัดเจน
             - เรียบเรียงลำดับการสอน จากง่ายไปสู่ยาก (จากพื้นฐาน ไปสู่การประยุกต์)
       1.2  ต้องรู้ว่า ... นักเรียนคิดอะไร เช่น
            -  ชอบคิดสิ่งที่ไร้สาระมากกว่าสาระ !!! (อารมณ์มาก่อนเหตุผล)
            -  ส่วนใหญ่เลือกเรียนตามเพื่อน ส่วนน้อยเลือกเพราะอนาคต
            - แบบว่า ... อยากรู้  แต่ ….. ไม่อยากเรียน
            - นักเรียนส่วนใหญ่เป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็น
            - ไม่ชอบคำว่าเรียน
            - คิดแต่จะมุ่งหาความสนุกสนาน บันเทิง ฯลฯ
       1.3 ต้องรู้ว่า … นักเรียนต้องการอะไร  เช่น
           -  ชอบความสนุกสนานและบันเทิง
           -  ชอบเป็นผู้สื่อสารมากกว่าผู้รับสาร
           -  ชอบทดลอง ทำเอง เพื่อเรียนรู้
           -  ต้องการที่จะรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ และต้องการจะรู้(ให้มากกว่า)ในสิ่งที่เพื่อนรู้
           -  ชอบเลียนแบบ (ดารา ศิลปิน คนเก่ง)
        1.4  ต้องรู้ว่า ... นักเรียนไม่ต้องการอะไร เช่น
          - ไม่ชอบให้ผู้ใหญ่ (ครู อาจารย์ ผู้สอน) ดุว่า อย่างไร้เหตุผล
          - ไม่ชอบความจำเจ น่าเบื่อ เพราะมีสมาธิสั้น
          - ไม่ชอบติดกรอบ ระเบียบ ที่มากและบ่อยเกินไป
          - ไม่ชอบการสอบวัดผล !!!ฯลฯ
 

        2. มีเคล็ดลับการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนอยากเรียนรู้
            “การสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้  ให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้นั้นจำเป็นต้องมีปัจจัยหลายประการ  ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง  คือ  การสร้างแรงจูงใจในการเรียนให้เกิดขึ้นกับนักเรียน  โดยครูเองจะต้องเป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้น และหมั่นสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ด้วย”
             การสร้างแรงจูงใจในการเรียน  8 ประการ ( ของ เท็ด นัสโบม ครูผู้มีประสบการณ์สอนในระดับชั้นประถมศึกษา มากว่า 10 ปี  ในโรงเรียนไวเทเคอร์ มลรัฐโอเรกอน ในสหรัฐอเมริกา )

           2.1  ใช้ความกระตือรือร้นและตื่นเต้น
                  สิ่งหนึ่งที่ทำให้ครูรู้สึกตื่นเต้น  คือ  การได้เห็นเด็กๆ เรียนรู้ และครูก็มักจะให้เด็กรู้ว่าครูตื่นเต้นด้วย ครูต้องพยายามบอกเด็กๆ ว่า " ยังมีเรื่องอีกมากมายที่พวกหนูต้องเรียนรู้ และเป้าหมายของครูคือสอนให้พวกหนูเป็นผู้เรียนที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา"  ครูต้องหาทางที่จะกระตุ้นหรือหล่อเลี้ยงความกระตือรือร้น และความน่าตื่นเต้นของตนเองให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ เนื่องจากท่าทีในการสอนและการเรียนรู้ของครู จะส่งผ่านไปยังนักเรียนทำให้นักเรียนอยากเรียนรู้ด้วย
           2.2  การตั้งเป้าหมายให้สูง
                  ครูต้อง  ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ของนักเรียนทุกคนให้สูงไว้  และพยายามจะสื่อไปถึง
นักเรียนว่า "ความคาดหวังของครูคือ การที่นักเรียนสามารถบรรลุเป้าหมายในการเรียนที่ครูวางไว้" หากครูตั้งเป้าหมายไว้สูง เด็กมีแนวโน้มจะเรียนรู้ได้ดี  ในทางตรงข้าม ถ้าครูตั้งเป้าหมายต่ำ เด็กจะลดระดับการแสดงออกทางการเรียนของตนเองให้ต่ำลง เท่ากับความคาดหวังของครู
           2.3  การสร้างทางเลือก
                  ครูต้อง เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ฝึกฝนการเลือก ตัวอย่างเช่น  เมื่อครูแจกกระดาษ
แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์  ในคำสั่งระบุว่าเด็กสามารถเลือกทำโจทย์ข้อที่เป็นเลขคู่ หรือ เลขคี่ก็ได้ จากนั้นครูจะบอกต่อว่า "แต่ถ้านักเรียนเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียรจริงๆ นักเรียนควรจะแก้โจทย์ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งให้เสร็จ" ในการใช้เทคนิคนี้ เป็นไปเพื่อ "เปลี่ยนวิธีการออกคำสั่งให้เป็นเรื่องของการท้าทาย" และมักพบว่ามีเด็กจำนวนถึงร้อยละ 90 ที่เลือกแก้โจทย์ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งต่อจนเสร็จ เพราะเด็กต้องการจัดตนเองอยู่ในกลุ่มคนที่มีความขยันหมั่นเพียร
           2.4  สร้างความรับผิดชอบ
                  ถึงแม้ว่านักเรียนจะมีโอกาสในการ ฝึกฝน การเลือก แต่ครูก็ต้องถ่วงดุล การมีอิสระนั้นโดยให้เด็กมีความรับผิดชอบ เช่น "เมื่อนักเรียนรู้ว่าตนเองต้องมีความรับผิดชอบ นักเรียนจะเกิดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้อย่างน่าทึ่ง" ในแต่ละครั้งที่สอน  ครูอาจเลือกเด็กนักเรียน 1 คนและมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเรื่องการเข้าชั้นเรียนของเพื่อนๆ ในห้อง ซึ่งพบว่าเด็กๆ จะสนุกกับกับความรับผิดชอบ แม้แต่การเปิดประตูให้เพื่อนๆ เดินเข้าห้อง ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ครูแสดงให้นักเรียนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็น  เรื่อง  ของคนที่น่ายกย่อง
           2.5  เน้นเสริมแรงด้านบวก
เวลาให้คะแนนนักเรียน ครูควรจะเน้นโจทย์ที่เด็กตอบถูก เช่น ทำได้ 43 จาก 50 ข้อ
มากกว่าบอกว่าเด็กทำผิด 7 ข้อ เมื่อเด็กแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้สำเร็จ ครูจะเขียนคำว่า "ดี" ลงไป และเพิ่มคะแนนเป็น 50 ในกระดาษคำตอบนั้น ในกรณีที่เด็กบ่นว่า "หนูเหลืออีก 7 คะแนนเองก็จะได้เต็ม" ครูจะตอบเด็กว่า "หนูได้ตั้ง 43 เต็ม 50 แน่ะ หนูทำได้ดีแล้ว" เป็นต้น
           2.6  เน้นการเรียนแบบร่วมมือ
                นักเรียนจะต้องมีสำนึกในเรื่องของความรับผิดชอบและการถูกตรวจสอบกับเพื่อน นักเรียนด้วยกันมากกว่าครู   โดยให้นักเรียนฝึกฝนการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันในกลุ่มเพื่อน โดยพยายามจัดให้เด็กที่มีลักษณะเป็นผู้นำ 1 คนกระจายอยู่ในแต่ละกลุ่ม เป็นต้น  และพบว่านักเรียนมีแนวโน้มที่จะสร้างแรงจูงใจซึ่งกันและกัน  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกลุ่ม โดยนักเรียน แต่ละคนจะมีจุดแข็งหรือความรู้สึกท้าทายเฉพาะตัว ซึ่งหากไม่มีสิ่งนี้จะไม่มีทางบรรลุเป้าหมายของกลุ่มได้
          2.7  เน้นการให้กำลังใจ
                 เมื่อสังเกตเห็นว่านักเรียนคนไหนกำลังประสบปัญหาหรือรู้สึกไม่สบายใจ  ครูต้องพยายามมองหาจุดชมเชย  จากการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเด็ก เป็นต้นว่า เมื่อเด็กเก็บเศษกระดาษที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ครูก็จะพูดชมเชยเด็กและให้รางวัล เนื่องจากเขาเชื่อว่าการที่เด็กได้กระทำดีแล้วครูชม  แม้ว่าจะเล็กน้อยในวันที่เด็กประสบปัญหาหรือไม่สบายใจ จะช่วยดึงนักเรียนให้กลับมาสู่การเรียนรู้ได้ตามปกติ  ครูครใช้กิจกรรมที่แตกต่างหลากหลายในการให้กำลังใจเด็ก บางครั้งครูจะร้องเพลงนำ  แฮปปี้เบริ์ดเดย์ในวันเกิดของเด็ก เป็นผู้นำในการทำห้องเรียนให้มีชีวิตชีวา ในกรณีที่เด็กบางคนมีปัญหาหรือรู้สึกไม่สบายใจ ครูจะจัดกิจกรรมหรือใช้วิธีการพิเศษที่จะทำให้เด็กมีความสบายใจขึ้น 
           2.8  ยึด กฎและกติกา
                  เพื่อให้ห้องเรียนดำเนินไปอย่างราบรื่น ครูจำเป็นต้องฝึกทักษะในการจัดการกับพฤติกรรมด้านลบของเด็กบางคน  เมื่อเด็กทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ครูรู้สึกโกรธ  ครูต้องใช้โอกาสนี้ในการสอนเด็ก
                  ข้อคิดฝากไปถึงเพื่อนครู  " เมื่อครูรู้สึกสนุก เด็กจะรู้สึกสนุกไปด้วย และเมื่อครูสร้างแรงจูงใจให้แก่ตนเอง นักเรียนจะเกิดแรงจูงใจเช่นเดียวกัน "

          ขอเป็นกำลังใจให้ครูผู้สอนทุกท่าน ได้สร้างแรงจูงใจ ให้นักเรียนใฝ่เรียนใฝ่รู้  มีความกระตือรือร้น ในการเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนและยกระดับ ผลสัมฤทธิ์การเรียนให้สูงขึ้น ต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล :

อธิคม  กฤษบุตร  เอกสารประกอบคำบรรยาย  มกราคม 2552

สานปฏิรูป ฉบับที่ 63 เดือนกรกฎาคม 2546

ที่มา : ชัยชาญ พรวญหาญ

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน(9921)

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0(35471)

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น(18631)

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน (17504)

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!!

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!! (23858)

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (8413)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้) (26289)

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ (47273)

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้(22795)

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ(10902)


Tags
สอนอย่างไรให้สนุก
ถูกใจคนเรียน