สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

Advertisement

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2016-12-20 เปิดอ่านแล้ว : 5829 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 12/2559 เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2559  ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

● อนุมัติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (หลักเกณฑ์ ว 16/2558)

ที่ประชุมได้อนุมัติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (หลักเกณฑ์ ว 16/2558) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) รวมทั้งเพื่อให้มีครูไปปฏิบัติการสอนได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน และสามารถนำตำแหน่งว่างภายหลังการย้าย เพื่อใช้บรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ และผู้ได้รับคัดเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สามารถกำกับดูแลการดำเนินการเชิงนโยบายได้อย่างเหมาะสม และทำให้การดำเนินการมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้

1) คุณสมบัติของผู้ขอย้ายกรณีปกติ ได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครูของสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้าย

2) ระยะเวลาการยื่นคำร้องขอย้าย กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้ายตามแบบคำร้องขอย้ายที่ ก.ค.ศ. กำหนด ได้ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนมกราคมของทุกปี เป็นเวลา 15 วันทำการ ตามปฏิทินที่ สพฐ. กำหนด โดยยื่นคำร้องขอย้ายได้เพียงเขตพื้นที่การศึกษาเดียว

3) ระยะเวลาการพิจารณาย้าย คำร้องขอย้ายให้ใช้สำหรับการพิจารณาย้ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีเดียวกัน โดยให้พิจารณาย้ายได้ปีละสองรอบ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 กันยายน - 15 ตุลาคม ตามปฏิทินที่ สพฐ. กำหนด ทั้งนี้ในแต่ละรอบการย้ายอาจกำหนดให้มีการพิจารณาย้ายมากกว่าหนึ่งครั้งก็ได้

4) การกำหนดองค์ประกอบในการย้าย ให้คงองค์ประกอบหลักไว้ และให้ สพฐ. กำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและองค์ประกอบเพิ่มเติมตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพื่อให้ กศจ. อกศจ. หรือคณะกรรมการกลั่นกรองการย้าย แล้วแต่กรณี สามารถนำไปใช้ในการพิจารณาการย้ายได้อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ ให้มีการพิจารณาการย้ายพร้อมกันทุกเขตพื้นที่การศึกษาในภาพรวมของจังหวัด

5) การกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม สำหรับกรณีการย้ายเพื่อเกลี่ยอัตรากำลัง กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ หรือ กศจ. พิจารณาเห็นว่าสถานศึกษาใด มีอัตรากำลังเกินกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด และเป็นตำแหน่งที่มีคนครอง ให้เสนอ อกศจ. กศจ. พิจารณาการย้ายโดยตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน ให้เป็นไปตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด ทั้งนี้ให้นำนโยบายและเงื่อนไขของ สพฐ. ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ก.ค.ศ. แล้ว มาประกอบการพิจารณาด้วย สำหรับการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ อกศจ. ที่จะพิจารณานำเสนอ กศจ. พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยอาจพิจารณาจากคำร้องขอย้ายหรือไม่ก็ได้

6) การกำหนดระยะเวลาการส่งคำร้องขอย้ายไปต่างเขตพื้นที่การศึกษา ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของผู้ประสงค์ขอย้าย ส่งคำร้องขอย้ายไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่รับย้าย เพื่อพิจารณาดำเนินการ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับคำร้องขอย้าย ทั้งนี้ กรณีมีเหตุผลความจำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคล สพฐ. อาจกำหนดระยะเวลาดำเนินการดังกล่าวต่างไปจากที่ ก.ค.ศ. กำหนดได้ โดยต้องไม่เกินกรอบระยะเวลาที่ ก.ค.ศ. กำหนด

7) เงื่อนไขการส่งสำเนาคำสั่งย้าย เมื่อ กศจ. พิจารณาและมีมติอนุมัติแล้ว ให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 ออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้ง และแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ รวมทั้งส่งสำเนาคำสั่ง จำนวนอย่างละ 1 ชุด ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. และ สพฐ. ภายใน 7 วัน นับแต่วันออกคำสั่ง

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559


อนุมัติให้แก้ไขจำนวนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาพรวมจากจำนวน  18,332 อัตรา เป็นจำนวน 18,331 อัตรา เนื่องจากมีการรายงานซ้ำซ้อนระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11


● อนุมัติตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ


รับทราบเรื่องการยกเว้นเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  โดยฝ่ายเลขานุการร่วม คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ที่ได้มีมติเห็นชอบยกเว้นเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ให้จัดสรรคืนอัตราว่างคืนให้กับโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 คนขึ้นไป ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปกติ แต่ประสบปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังครู จำนวน 922 แห่ง โดยให้จัดสรรอัตรากำลังครูให้ไม่มากกว่าอัตรากำลังครูตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,085 อัตรา


รับทราบการรายงานผลการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2559 โดยสรุป คือ มีตำแหน่งว่างรวมทั้งสิ้น 2,883 อัตรา โดยมีผู้เข้ารับการคัดเลือก จำนวน 9,279 ราย ผ่านการคัดเลือก 7,889 ราย คิดเป็นร้อยละ 85.02 แยกตามสังกัด ดังนี้

1) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

     - ตำแหน่งว่าง จำนวน 2,877 อัตรา

    - ผู้เข้ารับการคัดเลือก จำนวน 9,184 คน

    - ผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 7,816 คน

2) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

     - ตำแหน่งว่าง จำนวน 6 อัตรา

    - ผู้เข้ารับการคัดเลือก จำนวน 95 คน

    - ผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 73 คน

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 514/2559 ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
ผลการประชุม
ก.ค.ศ.
12/2559